ข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนนมีให้เราเห็นกันทุกวันเลยเนอะ? ล่าสุดก็มีข่าวน่าสลดใจที่รถกระบะคันหนึ่งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าอย่างรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิต เห็นแล้วก็ใจหายและได้แต่ภาวนาให้ทุกคนเดินทางปลอดภัย แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันก็ทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาเหมือนกันว่า…อุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี โดยเฉพาะการรถชนเสาไฟฟ้าแบบนี้ ถ้าเกิดขึ้นกับเรา (แม้จะเป็นแค่การเฉี่ยวเบาๆ ก็ตาม) แล้วเรามีแค่ประกันชั้น 3 ติดรถไว้ มันจะช่วยอะไรเราได้บ้างล่ะ?
หลายคน โดยเฉพาะมือใหม่หัดขับ อาจจะยังเข้าใจว่าประกันชั้น 3 คุ้มครองแค่ตอนเราไปชนรถคันอื่น แต่ถ้าชนกับวัตถุที่ไม่มีชีวิตอย่างเสาไฟ ต้นไม้ หรือกำแพงบ้านคนอื่นล่ะ? วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนี้กันแบบง่ายๆ เหมือนจับมือทำ รับรองว่าอ่านจบแล้วจะขับรถอย่างอุ่นใจขึ้นอีกเยอะเลย!
ก่อนอื่นมาทบทวนกันสั้นๆ: ประกันชั้น 3 คือฮีโร่ของใคร?
ให้จำภาพง่ายๆ เลยนะว่า ประกันชั้น 3 คือ ‘ฮีโร่ที่คอยปกป้องคนอื่น’ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า ‘ซ่อมเขา ไม่ซ่อมเรา’ ครับ
พูดง่ายๆ ก็คือ เมื่อเราเป็นฝ่ายผิด ประกันชั้น 3 จะกางปีกออกโรงไปรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ ‘บุคคลภายนอก’ ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของเขา แต่จะไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถของเรานะ
ความคุ้มครองหลักๆ จะมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ:
- ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก: เช่น ค่าซ่อมรถของคู่กรณี, ค่าซ่อมรั้วบ้าน, ค่าซ่อมร้านค้าที่เสียหาย
- ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ของบุคคลภายนอก: เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตของคู่กรณี
โอเค… พอเข้าใจคอนเซ็ปต์แล้ว ทีนี้ก็มาถึงคำถามสำคัญที่สุดของเราในวันนี้
คำถามคาใจ: ขับรถชนเสาไฟฟ้า ประกันชั้น 3 จ่ายค่าเสียหายให้ไหม?
คำตอบที่ทำให้หลายคนต้องร้องอ๋อเลยก็คือ… จ่ายครับ!
ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด ประกันชั้น 3 คุ้มครองความเสียหายของเสาไฟฟ้าที่คุณขับไปชน แต่หลายคนอาจจะยังงงๆ อยู่ว่า ‘เอ๊ะ! แล้วเสาไฟฟ้ามันเป็นบุคคลภายนอกได้ยังไง?’
เฉลย! เพราะเสาไฟฟ้ามี ‘เจ้าของ’ ยังไงล่ะ
ในทางประกันภัย คำว่า ‘บุคคลภายนอก’ ไม่ได้หมายถึงแค่คนหรือรถยนต์เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึง ‘ทรัพย์สิน’ ใดๆ ก็ตามที่ไม่ได้เป็นของเรา (ผู้เอาประกัน) หรือคนในครอบครัวของเราด้วย
ซึ่งเสาไฟฟ้าที่เราเห็นกันริมถนนนั้น เป็นทรัพย์สินของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดังนั้น เมื่อเราขับรถไปชนจนเสาไฟฟ้าเสียหาย ก็เท่ากับว่าเราได้สร้างความเสียหายให้กับ ‘ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก’ นั่นเอง
บริษัทประกันที่เราทำประกันชั้น 3 ไว้ ก็จะเข้ามาทำหน้าที่ ‘ฮีโร่’ รับผิดชอบจ่ายค่าเสียหาย ค่าซ่อม หรือค่าเปลี่ยนเสาไฟฟ้าต้นใหม่ให้กับหน่วยงานการไฟฟ้าแทนนั่นเองครับ สบายใจไปได้เปราะหนึ่งเลย!
แล้วประกันจ่ายค่าอะไรให้บ้าง? แล้วรถเราล่ะ?
สิ่งที่ประกันชั้น 3 จะจ่ายให้การไฟฟ้า:
- ค่าเสียหายของเสาไฟฟ้าต้นที่ถูกชน (ราคาเสามีตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน ขึ้นอยู่กับประเภท)
- ค่าแรงและค่าดำเนินการในการรื้อถอนและติดตั้งเสาต้นใหม่
- ค่าเสียหายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สายไฟ มิเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่พังไปด้วย
สิ่งที่เราต้องรับผิดชอบเอง (ย้ำ!):
- ค่าซ่อมรถของเราทั้งหมด: ไม่ว่าจะเป็นรอยบุบ สีถลอก หรือความเสียหายหนักๆ ส่วนนี้เราต้องควักกระเป๋าจ่ายเอง 100% เพราะประกันชั้น 3 ไม่ได้คุ้มครองรถเรา

How-to: 5 สเต็ปง่ายๆ เคลมประกันชั้น 3 เมื่อขับรถชนเสาไฟฟ้า
เมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ‘สติ’ ครับ อย่าเพิ่งตกใจหรือรีบร้อนทำอะไร มาทำตามขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้กันดีกว่า
- ตั้งสติ จอดรถ และเช็คความปลอดภัย: สิ่งแรกคือต้องตั้งสติให้มั่น! ตรวจสอบดูว่าตัวเราหรือผู้โดยสารบาดเจ็บตรงไหนไหม ถ้าปลอดภัยดี ให้เปิดไฟฉุกเฉินเพื่อเป็นสัญญาณเตือนรถคันอื่น และถ้าเป็นไปได้ อย่าเพิ่งขยับรถออกจากจุดเกิดเหตุนะครับ
- โทรหาบริษัทประกันทันที!: หยิบมือถือขึ้นมาโทรแจ้งอุบัติเหตุกับบริษัทประกันของเราโดยเร็วที่สุด บอกรายละเอียดสถานที่เกิดเหตุ ทะเบียนรถ และลักษณะการชนให้ชัดเจน ทางบริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่สำรวจภัย (พนักงานเคลม) มายังที่เกิดเหตุครับ
- ถ่ายรูปเก็บหลักฐานรอบด้าน: ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ ให้เราใช้มือถือถ่ายรูปเก็บหลักฐานไว้ก่อนเลย ถ่ายให้เห็นความเสียหายของรถเรา ความเสียหายของเสาไฟฟ้า ลักษณะถนน และสภาพแวดล้อมโดยรอบหลายๆ มุม ยิ่งมีหลักฐานเยอะยิ่งดี
- ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สำรวจภัย: เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง เขาจะตรวจสอบความเสียหายและสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้เราเล่าตามความจริงได้เลยครับ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะออก ‘ใบรับรองความเสียหาย’ หรือ ‘ใบเคลม’ ให้เราเก็บไว้เป็นหลักฐาน
- สบายใจได้ ที่เหลือประกันจัดการต่อ: หลังจากเราได้ใบเคลมแล้ว หน้าที่หลักของเราก็จบลงแล้วครับ ที่เหลือทางบริษัทประกันจะรับหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานและชดใช้ค่าเสียหายต่างๆ กับทางการไฟฟ้าให้เอง เราแค่เอารถของเราไปหาอู่ซ่อม (แล้วจ่ายเงินเองในส่วนของเรา) ก็เป็นอันเรียบร้อย
เห็นไหมครับว่าขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนเลย แค่มีสติและรู้ขั้นตอน ก็จัดการเรื่องวุ่นๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่ายได้แล้ว การมีความรู้เรื่องประกันภัยติดตัวไว้ก็เหมือนมีเกราะป้องกันความเสี่ยงทางการเงินที่คาดไม่ถึงเลยนะครับ
อ่านเพิ่มเติม: จากอดีตถึงปัจจุบัน: เจาะลึกประวัติประกันอัคคีภัยในประเทศไทย
เคล็ดลับเพิ่มเติม: ชนต้นไม้ กำแพง หรือฟุตบาทล่ะ?
หลักการเดียวกันเป๊ะๆ เลยครับ! ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ของกรุงเทพมหานคร, ฟุตบาท, ป้ายจราจร, หรือแม้กระทั่งกำแพงบ้านของคนอื่น ทั้งหมดนี้ถือเป็น ‘ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก’ ทั้งสิ้น ถ้าเราทำประกันชั้น 3 ไว้ ก็สามารถเคลมค่าเสียหายในส่วนนี้ได้เหมือนกับกรณีชนเสาไฟฟ้าเลย
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ‘ห้ามหนี’ เด็ดขาดนะครับ! การขับรถหนีจากที่เกิดเหตุ นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังทำให้การเคลมประกันยุ่งยากขึ้นไปอีก และอาจทำให้เราต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดด้วยตัวเองอีกด้วยนะ
ถึงแม้ประกันชั้น 3 จะไม่ได้ซ่อมรถให้เรา แต่การมีประกันไว้ก็ช่วยแบ่งเบาภาระค่าเสียหายของทรัพย์สินคู่กรณี ซึ่งบางครั้งอาจมีมูลค่าสูงกว่าค่าซ่อมรถเราหลายเท่าตัวเลยก็ได้ คิดซะว่าเป็นการซื้อความสบายใจในราคาเบาๆ ที่คุ้มค่ามากๆ ครับ
แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ เคยมีประสบการณ์เฉี่ยวชนแบบไม่มีคู่กรณีกันบ้างไหม? จัดการสถานการณ์กันยังไง หรือมีคำถามอะไรเกี่ยวกับประกันชั้น 3 เพิ่มเติมอีกไหม ลองคอมเมนต์คุยกันได้เลยนะ!
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 12 มี.ค. 2569 เวลา 23:53 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment