ข่าวอุบัติเหตุรถชนซ้ำซ้อนหลายคันบนถนนราชพฤกษ์ ขาออก บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวสต์วิลล์ คงทำให้ใครหลายคนใจหายและอดคิดตามไม่ได้ว่า หากวันหนึ่งเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเรา ความคุ้มครองที่มีอยู่จะเพียงพอหรือไม่? เหตุการณ์นี้จุดประกายคำถามที่อยู่ในใจใครหลายคนขึ้นมาอีกครั้ง นั่นคือเรื่อง ประกันรถยนต์ลดหย่อนภาษี ว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ภาครัฐควรจะผลักดันนโยบายนี้อย่างจริงจัง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน
ปัจจุบัน เบี้ยประกันรถยนต์ลดหย่อนภาษีได้หรือไม่?
ก่อนจะไปถึงคำถามว่า “ควรหรือไม่” เราต้องทำความเข้าใจสถานะปัจจุบันกันก่อนครับ หลายคนอาจยังสับสนว่าเบี้ยประกันรถยนต์ที่เราจ่ายกันทุกปีนั้น สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เหมือนประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพหรือไม่ คำตอบที่ชัดเจนคือ “ไม่ได้” ครับ
ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร การลดหย่อนภาษีสำหรับเบี้ยประกัน จะจำกัดอยู่แค่บางประเภทเท่านั้น ได้แก่:
- ประกันชีวิตทั่วไปและประกันสะสมทรัพย์: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
- ประกันสุขภาพตนเอง: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท (และเมื่อรวมกับประกันชีวิตทั่วไป ต้องไม่เกิน 100,000 บาท)
- ประกันบำนาญ: ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
จะเห็นได้ว่าไม่มีหมวดหมู่สำหรับ “ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ” (เช่น ประกันชั้น 1, 2+, 3+) อยู่ในรายการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเลย ดังนั้นเบี้ยประกันนับหมื่นบาทที่เราจ่ายไปในแต่ละปี จึงยังไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางภาษีได้
ข้อดีของการให้เบี้ยประกันรถยนต์ลดหย่อนภาษี
แน่นอนว่าแนวคิดนี้ย่อมมีเสียงสนับสนุนไม่น้อย เพราะหากทำได้จริง มันอาจส่งผลดีในหลายมิติ ทั้งต่อผู้เอาประกันและภาพรวมของสังคม
1. กระตุ้นให้คนทำประกันที่มีความคุ้มครองสูงขึ้น
หากเบี้ยประกันสามารถลดหย่อนภาษีได้ จะเป็นแรงจูงใจชั้นดีให้เจ้าของรถยนต์หันมาเลือกทำประกันที่มีความคุ้มครองสูงขึ้น เช่น ประกันชั้น 1 แทนที่จะเลือกทำแค่ประกันชั้น 3 หรือ พ.ร.บ. เพียงเพื่อต่อภาษีเท่านั้น เมื่อรถส่วนใหญ่บนท้องถนนมีความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้น เวลาเกิดอุบัติเหตุอย่างเช่นกรณีบนถนนราชพฤกษ์ การจัดการค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล ทั้งของตัวเองและคู่กรณี ก็จะเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว ลดปัญหาการโต้เถียงหรือการที่ผู้เสียหายไม่ได้รับการชดเชยที่เพียงพอ
2. ลดภาระทางการเงินให้แก่ประชาชน
การได้เงินคืนภาษีจากเบี้ยประกันรถยนต์ ถือเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้โดยตรง แม้จำนวนเงินอาจไม่มาก แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือผู้มีรายได้ปานกลางแล้ว เงินทุกบาททุกสตางค์ล้วนมีความหมาย และยังช่วยให้พวกเขาสามารถเข้าถึงความคุ้มครองที่ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องลังเลมากนัก

แต่นี่คือการแก้ปัญหาที่ถูกจุดจริงหรือ?
ถึงแม้ข้อดีจะดูน่าสนใจ แต่หากมองให้ลึกลงไป การลดหย่อนภาษีอาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น เพราะต้นตอของอุบัติเหตุที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ผู้คนมีประกันความคุ้มครองต่ำ แต่อยู่ที่ “วินัยจราจร” และ “ความประมาท” ของผู้ขับขี่เป็นสำคัญ
อุบัติเหตุซ้ำซ้อนอย่างที่เกิดขึ้น มักมีจุดเริ่มต้นจากรถคันเดียวที่อาจจะขับเร็ว เปลี่ยนเลนกะทันหัน หรือไม่เว้นระยะห่างที่ปลอดภัย ซึ่งต่อให้รถทุกคันมีประกันชั้น 1 ก็ไม่ได้ช่วยป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นได้เลย
ในมุมมองของนายหน้าประกันภัย สิ่งที่น่ากังวลกว่าค่าเบี้ยคือการหาคู่กรณีไม่เจอ หรือการพิสูจน์ความผิดที่ยืดเยื้อ เคสแบบนี้…หลักฐานจาก กล้องติดรถยนต์ คือพระเอกเสมอครับ มันช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและทำให้การเคลมประกันรวดเร็วขึ้นมาก
ดังนั้น แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่มาตรการทางภาษีเพียงอย่างเดียว การรณรงค์เรื่องความปลอดภัย การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และการสร้างจิตสำนึกในการขับขี่ อาจเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่าในการลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนน
อ่านเพิ่มเติม: จากอุบัติเหตุบนถนน สู่บทเรียนราคาแพง: 5 เหตุผลที่บ้านทุกหลังต้องมีประกันอัคคีภัย
บทสรุป: ลดหย่อนภาษีอาจเป็น “ส่วนเสริม” แต่ไม่ควรเป็น “คำตอบหลัก”
ข้อเสนอให้เบี้ย ประกันรถยนต์ลดหย่อนภาษี ได้นั้นมีประโยชน์ในแง่ของการสร้างแรงจูงใจและช่วยลดภาระทางการเงิน แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันไม่ใช่ยาวิเศษที่จะแก้ไขปัญห อุบัติเหตุบนท้องถนนของประเทศไทยได้ทั้งหมด
ทางออกที่ดีที่สุดอาจเป็นการผสมผสานมาตรการต่างๆ เข้าด้วยกัน ทั้งการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อกระตุ้นให้คนเห็นความสำคัญของความคุ้มครอง ควบคู่ไปกับการปลูกฝังวัฒนธรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยและเคารพกฎจราจรอย่างเข้มข้น
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่ากรมธรรม์ประกันภัยจะดีแค่ไหน หรือจะลดหย่อนภาษีได้มากเท่าไหร่ ก็คงไม่คุ้มค่ากับความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุแม้แต่ครั้งเดียว
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 17 ก.ค. 2569 เวลา 10:34 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment