เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นข่าวอุบัติเหตุจากการขับรถย้อนศรผ่านตากันมาบ้างใช่ไหมครับ ล่าสุดก็มีประเด็นในข่าวที่พูดถึงว่า ขับรถย้อนศร ผิดกฎหมายอะไรบ้าง? ถ้าทำให้เกิดอุบัติเหตุมีโทษไหม? ซึ่งคำตอบคือผิดเต็มๆ และมีโทษหนักด้วย! แต่คำถามที่คาใจคนมีรถมากกว่านั้นก็คือ… แล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ ขับรถย้อนศร ประกันจ่ายไหม? วันนี้เราจะมาคุยกันแบบเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟัง พร้อมย้อนรอยเคสตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ กันไปเลยครับ
ประกันจ่ายไหม? ไขข้อข้องใจเมื่อขับรถย้อนศร
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การขับรถย้อนศรไม่ใช่แค่การทำผิดกฎจราจรธรรมดาๆ นะครับ แต่มันเข้าข่าย ‘การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง’ ซึ่งคำนี้แหละครับ คือคีย์เวิร์ดสำคัญที่จะบอกว่าประกันจะจ่ายค่าซ่อมรถ ‘ของเรา’ หรือไม่
ลองมาดูทีละสถานการณ์กันครับ
กรณีที่เราขับย้อนศร… แล้วไปชนรถคันอื่น (เป็นฝ่ายผิด)
สถานการณ์คลาสสิกที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด คือการมักง่ายขับย้อนศรเพื่อเข้าร้านค้า หรือกลับรถในจุดใกล้ๆ แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น ถ้าเป็นแบบนี้ ความคุ้มครองของประกันแต่ละชั้นจะแตกต่างกันไปครับ
- ประกันชั้น 1: ยังไงก็ต้องดูแลคู่กรณีอยู่แล้วครับ ทั้งค่าซ่อมรถและค่ารักษาพยาบาล แต่! ปัญหาจะอยู่ที่ ‘รถของเรา’ นี่แหละครับ บริษัทประกันอาจยกเว้นความรับผิดชอบค่าซ่อมรถเราได้ โดยอ้างเหตุผลว่าการขับรถย้อนศรเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นข้อยกเว้นในกรมธรรม์ส่วนใหญ่ พูดง่ายๆ คือ ซ่อมรถเขา แต่ไม่ซ่อมรถเรา ทั้งๆ ที่เป็นประกันชั้น 1!
- ประกันชั้น 2+ และ 3+: ประกันกลุ่มนี้จะคุ้มครองเฉพาะ ‘รถของคู่กรณี’ เท่านั้นอยู่แล้วครับ ดังนั้น รถของเราต้องหาอู่ซ่อมเอง จ่ายเองเต็มๆ ครับ
- ประกันชั้น 3 และ พ.ร.บ.: คุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (คู่กรณี) เท่านั้น รถเราไม่ได้รับความคุ้มครองใดๆ เช่นกันครับ
กรณีที่เราขับมาถูกเลน… แต่มีรถย้อนศรมาชน (เป็นฝ่ายถูก)
ในกรณีนี้ชัดเจนเลยครับว่าเราเป็นฝ่ายถูก รถที่ย้อนศรมาคือฝ่ายผิด 100% ประกันของคู่กรณีต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเรา แต่ถ้าคู่กรณีไม่มีประกันหรือคิดจะหนี หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือภาพจาก กล้องติดรถยนต์ ที่จะช่วยให้เราติดตามและเรียกร้องค่าเสียหายได้ง่ายขึ้นมากครับ

‘ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง’ คืออะไรกันแน่?
หลายคนอาจจะงงว่าแค่ไหนถึงเรียกว่า ‘ร้ายแรง’ ใช่ไหมครับ? อธิบายง่ายๆ คือ การกระทำที่คนปกติทั่วไปรู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องอันตรายและผิดกฎหมาย แต่ก็ยังตั้งใจทำ เช่น
- เมาแล้วขับ
- ขับรถฝ่าไฟแดง
- แข่งรถบนทางสาธารณะ
- และแน่นอน… การขับรถย้อนศร
การกระทำเหล่านี้ บริษัทประกันสามารถใช้เป็นเหตุผลในการปฏิเสธการเคลมความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย (รถของเรา) ได้ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ครับ น่ากลัวใช่ไหมครับ?
ย้อนรอยคดีดัง: บทเรียนจากเรื่องจริง
เคยมีคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีลักษณะนี้ครับ (ฎีกาที่ 1345/2539) ซึ่งสรุปใจความได้ว่า การขับรถย้อนศรในช่องทางเดินรถของรถคันอื่น เป็นการกระทำที่เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง ถือเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง แม้ผู้ขับขี่จะมีประกันชั้น 1 บริษัทประกันก็มีสิทธิ์ปฏิเสธความรับผิดชอบค่าซ่อมรถของผู้เอาประกันได้
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอเคสนี้… แม้สุดท้ายบางเคสประกันชั้น 1 จะยอมจ่ายค่าซ่อมรถเราให้ แต่ขั้นตอนการพิสูจน์เจตนาและการต่อรองนั้นยุ่งยากและใช้เวลานานมากครับ บริษัทประกันอาจจะมองว่าเราไม่ได้มีเจตนาย้อนศรเป็นระยะทางไกลๆ แต่ก็ต้องดูเป็นกรณีๆ ไป ซึ่งทำให้เสียทั้งเวลาและสุขภาพจิตอย่างมากเลยทีเดียว
แล้วเราควรทำอย่างไร?
คำตอบที่ดีที่สุดคือ ‘อย่าทำ’ ครับ การขับรถย้อนศรมันไม่คุ้มค่าเลยกับเวลาไม่กี่นาทีที่ประหยัดไป เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินค่าซ่อมรถ แต่อาจหมายถึงชีวิตของตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทางคนอื่นๆ ด้วย
การมีสติในการขับขี่และเคารพกฎจราจรคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด แต่ในโลกที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ การมีประกันที่ครอบคลุมก็ยังเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้เสมอครับ
อ่านเพิ่มเติม: ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง? คู่มือครบวงจรสำหรับผู้ขับขี่ที่ฉลาดเลือก
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยเตือนใจเพื่อนๆ ทุกคนให้ขับขี่อย่างปลอดภัยนะครับ แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับรถย้อนศรบ้างไหม? ลองคอมเมนต์มาแชร์กันได้นะครับ
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 27 เม.ย. 2569 เวลา 11:36 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment