ข่าวอุบัติเหตุแม่อุ้มลูกวัย 7 เดือนขี่รถจักรยานยนต์แล้วเกิดวูบจนรถล้มกลางถนน เป็นภาพเตือนใจให้ทุกคนระวังมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ขับขี่ที่มีเด็กเล็กไปด้วย หากเกิดเหตุแบบนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า สินไหมกรุณาอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ คืออะไร และจะขอความช่วยเหลือจากบริษัทประกันภัยได้หรือไม่
คำตอบคือ มีช่องทางให้สอบถามได้ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า “สินไหมกรุณา” ไม่ใช่สิทธิที่ทุกคนจะได้รับโดยอัตโนมัติ เป็นความช่วยเหลือเพิ่มเติมที่บริษัทประกันภัยอาจพิจารณาเป็นกรณีไป ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ เอกสาร กรมธรรม์ และหลักเกณฑ์ของแต่ละบริษัท
สินไหมกรุณาคืออะไร
สินไหมกรุณา หรือบางครั้งเรียกว่าสินไหมช่วยเหลือพิเศษ คือเงินหรือความช่วยเหลือที่บริษัทประกันภัยพิจารณาให้ แม้กรณีนั้นอาจไม่เข้าเงื่อนไขการจ่ายสินไหมตามกรมธรรม์โดยตรง หรือมีเหตุพิเศษที่ควรช่วยบรรเทาความเดือดร้อน
ตัวอย่างเช่น ผู้ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ แต่เอกสารยังไม่ครบ มีข้อจำกัดบางอย่างในความคุ้มครอง หรือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเดือดร้อนมาก บริษัทอาจรับเรื่องเพื่อพิจารณาเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม การอนุมัติหรือจำนวนเงินไม่ใช่สิ่งที่ผู้เอาประกันเรียกร้องได้แน่นอนเหมือนความคุ้มครองที่เขียนไว้ในกรมธรรม์
จึงควรแยกให้ชัดระหว่างสิทธิที่มีอยู่แล้วกับความช่วยเหลือเพิ่มเติม
- พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์: อาจมีค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นและค่าสินไหมตามเงื่อนไขของกฎหมายและเอกสารที่กำหนด
- ประกันรถภาคสมัครใจ: ต้องดูประเภทประกัน เช่น ชั้น 1, 2+, 3+ หรือชั้น 3 และดูว่าคุ้มครองผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และความเสียหายส่วนใด
- ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล: อาจจ่ายตามผลประโยชน์ที่ระบุไว้ หากผู้ประสบเหตุมีกรมธรรม์ส่วนตัว
- สินไหมกรุณา: เป็นการพิจารณาช่วยเหลือเพิ่มเติมตามดุลยพินิจ ไม่ใช่สิทธิที่รับรองว่าจะได้รับทุกกรณี
เกิดอุบัติเหตุแล้วควรทำอะไรเป็นอันดับแรก
เมื่อรถล้ม สิ่งสำคัญที่สุดคือชีวิตและความปลอดภัย ไม่ใช่การถ่ายภาพหรือรีบติดต่อประกัน ขั้นตอนที่ควรทำมีดังนี้
1. พาเด็กและผู้บาดเจ็บออกจากจุดเสี่ยง
ถ้าทำได้อย่างปลอดภัย ให้พาเด็ก ผู้ขับขี่ และคนซ้อนออกจากแนวรถที่กำลังสัญจร หลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บที่อาจมีอาการเจ็บคอหรือหลังรุนแรง ยกเว้นมีความเสี่ยงจากรถคันอื่น ไฟไหม้ หรืออันตรายทันที จากนั้นโทร 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ และโทรแจ้งตำรวจเมื่อมีเหตุจำเป็น
2. ตรวจอาการของเด็กเล็กอย่างละเอียด
เด็กวัย 7 เดือนอาจบอกอาการเจ็บไม่ได้ หากมีอาการซึม ร้องผิดปกติ อาเจียน หมดสติ หายใจผิดปกติ หรือมีรอยกระแทกที่ศีรษะ ควรให้แพทย์ตรวจทันที แม้ภายนอกดูเหมือนไม่มีแผล เพราะอาการบางอย่างอาจแสดงช้ากว่าการเกิดเหตุ
3. แจ้งบริษัทประกันโดยเร็ว
หลังดูแลผู้บาดเจ็บแล้ว ให้โทรสายด่วนของบริษัทประกัน แจ้งวัน เวลา สถานที่ ทะเบียนรถ ลักษณะเหตุ และจำนวนผู้บาดเจ็บ ขอเลขที่เคลมและชื่อเจ้าหน้าที่เก็บไว้ การแจ้งเร็วช่วยให้บริษัทตรวจสอบเหตุและแนะนำโรงพยาบาลหรือเอกสารได้ถูกต้อง
4. เก็บหลักฐานอย่างเหมาะสม
ถ้าสภาพร่างกายเอื้ออำนวย ให้ถ่ายภาพรถ จุดล้ม สภาพถนน ป้ายจราจร หมวกกันน็อก และความเสียหายต่าง ๆ เก็บชื่อและเบอร์โทรของพยาน รวมถึงข้อมูลผู้ที่เข้าช่วยเหลือ หากมี กล้องติดรถยนต์ หรือกล้องจากร้านค้าและบ้านใกล้เคียง ควรรีบสอบถามเพื่อขอเก็บภาพก่อนระบบจะลบข้อมูล

ขั้นตอนขอสินไหมกรุณา
การขอสินไหมกรุณาควรเริ่มจากการแจ้งเหตุและขอให้บริษัทเปิดเรื่องตรวจสอบก่อน ไม่ควรสรุปเองว่าต้องได้รับเงินช่วยเหลือแน่นอน เจ้าหน้าที่อาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อดูว่ามีความคุ้มครองส่วนใดใช้ได้บ้าง และส่วนใดสามารถเสนอพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ
- แจ้งอุบัติเหตุกับบริษัทประกันและขอเลขที่เคลม
- เข้ารับการรักษาและขอใบรับรองแพทย์โดยระบุวันเกิดเหตุและอาการให้ชัดเจน
- แจ้งความหรือขอเอกสารจากตำรวจ หากมีผู้บาดเจ็บรุนแรงหรือมีข้อพิพาท
- ยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม พร้อมเล่าเหตุการณ์ตามจริงและระบุความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น
- รอผลพิจารณาและสอบถามเงื่อนไข จำนวนเงิน และเอกสารที่ต้องลงนามก่อนรับเงิน
การเขียนคำร้องควรใช้ข้อเท็จจริง ไม่กล่าวเกินจริง และไม่แก้ไขเอกสารเอง หากบริษัทขอเอกสารเพิ่ม ควรถามว่าต้องใช้เพื่อพิจารณาความคุ้มครองส่วนใด การรู้ขั้นตอนจะช่วยลดความกังวลและป้องกันการส่งเอกสารผิดชุด
เอกสารที่ควรเตรียม
เอกสารอาจแตกต่างกันตามบริษัทและประเภทความคุ้มครอง แต่โดยทั่วไปควรเตรียมสำเนาบัตรประชาชนของผู้ประสบเหตุ สำเนาทะเบียนบ้าน ใบขับขี่ สำเนาทะเบียนรถ กรมธรรม์หรือข้อมูล พ.ร.บ. ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จค่ารักษา ใบแจ้งความ ภาพถ่ายที่เกิดเหตุ และเลขบัญชีธนาคาร
หากเด็กเป็นผู้บาดเจ็บ ให้เตรียมสูติบัตรหรือเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ของผู้ปกครองด้วย กรณีผู้ปกครองเป็นผู้ยื่นเรื่องแทน อาจต้องมีเอกสารของบิดา มารดา หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย บริษัทจะเป็นผู้แจ้งรายการที่ต้องใช้ในแต่ละกรณี
อย่าลืมตรวจว่าชื่อในเอกสารตรงกันหรือไม่ และเก็บต้นฉบับไว้กับตัว ส่งสำเนาตามช่องทางที่บริษัทกำหนด เมื่อส่งเอกสารแล้วควรเก็บหลักฐานการส่งและวันที่ยื่นเรื่องไว้
เรื่องที่ต้องระวังในการเคลม
การอุ้มเด็กขณะขี่รถจักรยานยนต์เป็นความเสี่ยงสูง เด็กควรเดินทางด้วยวิธีที่เหมาะสมตามกฎหมายและคำแนะนำด้านความปลอดภัย การมีประกันไม่ได้ทำให้การเดินทางที่ไม่ปลอดภัยกลายเป็นเรื่องปลอดภัย และการจ่ายสินไหมยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบใบขับขี่ การใช้หมวกกันน็อก สภาพรถ และเอกสาร พ.ร.บ. ให้พร้อมเสมอ หากมีอาการวูบ ง่วงมาก เวียนหัว หรือกินยาที่ทำให้เกิดอาการง่วง ควรหยุดรถในจุดปลอดภัย ไม่ฝืนขี่ต่อเพราะอาจเกิดเหตุรุนแรงกับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
อ่านเพิ่มเติม: รถพลิกตะแคง รถติดยาวบนเทพรัตน: วิธีรับมืออุบัติเหตุให้ปลอดภัยและเคลมประกันได้
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอ สิ่งที่ทำให้การเคลมติดขัดบ่อยที่สุดไม่ใช่การไม่มีสิทธิ แต่เป็นการแจ้งเหตุช้าและไม่มีเอกสารการรักษาที่เชื่อมโยงกับวันเกิดเหตุ จึงควรเก็บข้อมูลทุกอย่างตั้งแต่โรงพยาบาลแห่งแรก
ถ้าบริษัทไม่อนุมัติสินไหมกรุณา
การไม่อนุมัติสินไหมกรุณาไม่ได้แปลว่าผู้ประสบเหตุหมดสิทธิทั้งหมด ควรขอให้บริษัทชี้แจงว่าความคุ้มครองตามกรมธรรม์หรือ พ.ร.บ. ยังมีส่วนใดใช้ได้บ้าง หากเห็นว่าการพิจารณาไม่เป็นธรรม สามารถขอคำแนะนำจากสำนักงาน คปภ. หรือสายด่วน คปภ. 1186 พร้อมเตรียมกรมธรรม์ เลขที่เคลม และเอกสารการติดต่อ
ก่อนเซ็นเอกสารยุติข้อเรียกร้อง ควรอ่านให้เข้าใจว่าครอบคลุมเฉพาะเงินช่วยเหลือหรือรวมถึงสิทธิเรียกร้องอื่นทั้งหมด หากไม่แน่ใจ ให้สอบถามบริษัทหรือนายหน้าประกันภัยก่อนลงชื่อ
คุณเคยเจออุบัติเหตุที่ต้องขอความช่วยเหลือจากบริษัทประกันหรือไม่? มีเอกสารชิ้นไหนที่เตรียมไว้แล้วช่วยให้เรื่องง่ายขึ้น เล่าให้ฟังในช่องความคิดเห็นได้เลย
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 3 ส.ค. 2569 เวลา 14:51 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment