ข่าวอุบัติเหตุของสายการบิน Air Canada ที่สนามบิน LaGuardia คงทำให้หลายคนที่กำลังจะเดินทางรู้สึกใจหายไปตามๆ กันนะครับ แม้ว่าอุบัติเหตุทางอากาศจะมีโอกาสเกิดน้อยมาก แต่ข่าวลักษณะนี้ก็เป็นเครื่องย้ำเตือนชั้นดีว่า ‘เหตุการณ์ไม่คาดฝัน’ เกิดขึ้นได้เสมอ และนี่คือจุดที่ ประกันเดินทางอุบัติเหตุ เข้ามามีบทบาทสำคัญ เพื่อเปลี่ยนความกังวลให้กลายเป็นความอุ่นใจตลอดทริปครับ
หลายคนอาจคิดว่าประกันเดินทางเป็นเรื่องไกลตัว หรือจำเป็นเฉพาะตอนไปเที่ยวประเทศที่ค่ารักษาพยาบาลแพงๆ แต่จริงๆ แล้วมันคือตาข่ายความปลอดภัยที่ครอบคลุมมากกว่าแค่เรื่องเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุบนเครื่องบินครับ
ประกันเดินทาง คุ้มครองอะไรบ้าง? ไม่ใช่แค่เรื่องเครื่องบินตก!
เวลาเราพูดถึงประกันเดินทาง ภาพในหัวของคนส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องค่ารักษาพยาบาลเวลาเจ็บป่วยที่ต่างประเทศ ซึ่งถูกต้องครับ แต่นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ความคุ้มครองหลักๆ ที่คุณควรมองหาในแผนประกันเดินทางดีๆ สักฉบับ มีดังนี้ครับ:
- ค่ารักษาพยาบาลและอุบัติเหตุ: หัวใจหลักของประกันเดินทางเลยครับ ไม่ว่าจะอาหารเป็นพิษเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงอุบัติเหตุหนักๆ ประกันจะเข้ามาช่วยดูแลค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ซึ่งอาจสูงเป็นหลักแสนหรือล้านในต่างประเทศ
- การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน: หากป่วยหนักในพื้นที่ห่างไกลจนต้องเคลื่อนย้ายกลับมารักษาที่ไทย ค่าใช้จ่ายส่วนนี้สูงมาก ประกันเดินทางที่ดีจะครอบคลุมให้ครับ
- กระเป๋าเดินทางหรือทรัพย์สินสูญหาย: กระเป๋าเดินทางล่าช้า โดนขโมย หรือเสียหายระหว่างทาง ประกันสามารถชดเชยค่าเสียหายให้คุณได้
- เที่ยวบินล่าช้าหรือถูกยกเลิก: หากไฟล์ทดีเลย์เกินกว่าที่กำหนด คุณสามารถเคลมค่าชดเชยสำหรับค่าอาหารหรือที่พักที่จำเป็นได้
- ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก: กรณีที่เราเผลอไปทำให้ทรัพย์สินของคนอื่นเสียหาย ประกันก็ยังช่วยดูแลได้ครับ
วิธีเลือกและเช็คเบี้ยประกันเดินทางให้เหมาะกับทริปของคุณ
การเลือกซื้อประกันเดินทางไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ แค่ต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ไม่กี่ข้อ เพื่อให้ได้แผนที่คุ้มค่าและตรงกับความต้องการที่สุด
1. เดินทางไปที่ไหน? (Destination)
ประเทศที่คุณจะไปเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกเลยครับ หากเดินทางไปกลุ่มประเทศเชงเก้น (ยุโรป) ญี่ปุ่น หรืออเมริกา ซึ่งมีค่ารักษาพยาบาลสูง ควรเลือกแผนที่มีวงเงินค่ารักษาสูงๆ (หลักล้านบาทขึ้นไป) แต่ถ้าไปเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจจะลดวงเงินลงมาได้เพื่อประหยัดเบี้ยประกัน

2. เดินทางนานแค่ไหน? (Duration)
ยิ่งเดินทางนาน เบี้ยประกันก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย แต่สำหรับคนที่เดินทางบ่อยๆ ตลอดทั้งปี การซื้อประกันเดินทางแบบรายปี (Annual Plan) อาจจะคุ้มค่ากว่าการซื้อเป็นรายครั้งครับ
3. ทำกิจกรรมอะไรบ้าง? (Activities)
หากทริปของคุณมีกิจกรรมเสี่ยงๆ เช่น ดำน้ำลึก ปีนเขา เล่นสกี ต้องตรวจสอบในกรมธรรม์ให้ดีว่าครอบคลุมอุบัติเหตุจากกิจกรรมเหล่านี้หรือไม่ เพราะบางแผนประกันอาจมีข้อยกเว้นครับ
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอเคสนี้ การมีประกันที่ครอบคลุมเรื่องการเคลื่อนย้ายฉุกเฉินช่วยชีวิตได้จริงๆ โดยเฉพาะเมื่อเดินทางไปในพื้นที่ห่างไกลและต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์ครับ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ถ้าไม่มีประกันอาจสูงถึงเจ็ดหลักได้เลย
ความปลอดภัยไม่ได้เริ่มแค่บนเครื่องบิน แต่เริ่มตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากบ้าน การขับรถไปสนามบินก็มีความเสี่ยงไม่ต่างกัน การเตรียมตัวให้พร้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญเสมอครับ อ่านเพิ่มเติม: ขับรถใกล้พี่เบิ้มรถบรรทุกยังไงให้ปลอดภัย แถมเคลมไวถ้าเกิดเหตุ! (ฉบับอุ่นใจ) ซึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันบนถนนก็เกิดขึ้นได้เสมอ การมีหลักฐานดีๆ อย่าง กล้องติดรถยนต์ ก็ช่วยให้เราอุ่นใจและมีพยานปากเอกติดรถไว้ได้มากทีเดียว
สรุป: อย่าให้เรื่องเล็กน้อยทำลายทริปในฝัน
อุบัติเหตุและเรื่องไม่คาดฝันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่การเตรียมพร้อมรับมือคือสิ่งที่ดีที่สุดครับ การซื้อประกันเดินทางก็เหมือนการซื้อความสบายใจ จ่ายเงินหลักร้อยหรือหลักพัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงหลักแสนหรือหลักล้าน มันคือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อให้ทริปของคุณเป็นความทรงจำที่ดี โดยไม่ต้องมานั่งกังวลกับเรื่องฉุกเฉิน
แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ มีประสบการณ์เฉียดฉิวตอนเดินทางที่ทำให้คิดว่า ‘รู้งี้ซื้อประกันเดินทางดีกว่า’ บ้างไหม? ลองแชร์กันในคอมเมนต์ได้นะครับ
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 25 มี.ค. 2569 เวลา 03:51 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment