ข่าวที่สื่อทั่วโลกพูดถึงกรณี “แอนดรอส ทาวน์เซนด์” ถูกรถบดหญ้าทับ ทำให้หลายคนสงสัยว่า หากเกิดเหตุแปลกและรุนแรงแบบนี้ ประกันอุบัติเหตุ จะช่วยได้หรือไม่ คำตอบคือ มีโอกาสคุ้มครอง หากเหตุการณ์ตรงตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ และผู้เอาประกันเตรียมหลักฐานได้ครบ
เรื่องสำคัญไม่ได้อยู่ที่เหตุการณ์ดูแปลกแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเป็นเหตุที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน จากปัจจัยภายนอก และทำให้บาดเจ็บจริงหรือไม่ เรามาดูวิธีเช็กสิทธิและขั้นตอนเคลมแบบเข้าใจง่ายกัน
อุบัติเหตุไม่คาดฝัน เคลมได้ไหม?
โดยทั่วไป กรมธรรม์อุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือ PA จะคุ้มครองการบาดเจ็บที่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น รถชน ลื่นล้ม ถูกสิ่งของหล่นใส่ หรือได้รับแรงกระแทกจากเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ แต่ต้องดูรายละเอียดของแผนที่ซื้อไว้ด้วย
เหตุการณ์ที่เกิดจากรถบดหญ้าหรือเครื่องจักรอาจเข้าข่ายอุบัติเหตุ หากผู้เอาประกันไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุ และมีหลักฐานยืนยันว่าได้รับบาดเจ็บจริง เช่น ใบรับรองแพทย์ รายงานเหตุ หรือภาพจากสถานที่เกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกกรณีจะได้รับเงินชดเชยทันที บริษัทประกันจะตรวจสอบสาเหตุ ลักษณะการบาดเจ็บ จำนวนเงินเอาประกัน และข้อยกเว้นในสัญญา เช่น การทำร้ายตัวเองโดยเจตนา การก่ออาชญากรรม หรือการกระทำที่มีความเสี่ยงสูงบางประเภท
5 ขั้นตอนเคลมประกันอุบัติเหตุอย่างถูกต้อง
1. ตั้งสติและรักษาความปลอดภัยก่อน
สิ่งแรกคือพาตัวเองออกจากจุดอันตราย หากทำได้อย่างปลอดภัย ให้โทรขอความช่วยเหลือจาก 1669 หรือหน่วยงานฉุกเฉินในพื้นที่ อย่ารีบเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บที่อาจมีอาการกระดูกหรือคอได้รับความเสียหาย เว้นแต่จุดนั้นเสี่ยงอันตรายมากกว่าเดิม
หากเป็นเหตุบนถนน ควรเปิดไฟฉุกเฉินและวางอุปกรณ์เตือนภัยตามความเหมาะสม การเก็บภาพควรทำเมื่อปลอดภัยแล้วเท่านั้น
2. แจ้งบริษัทประกันให้เร็วที่สุด
โทรไปยังเบอร์แจ้งเคลมที่อยู่บนบัตรประกันหรือกรมธรรม์ แจ้งชื่อ เลขกรมธรรม์ เวลา สถานที่ และลักษณะเหตุให้ชัดเจน หากยังไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด ให้บอกตามข้อเท็จจริงก่อน ไม่ควรเดาหรือเติมเรื่องที่ไม่แน่ใจ
ถามเจ้าหน้าที่ด้วยว่า ต้องไปโรงพยาบาลเครือข่ายหรือไม่ ต้องสำรองจ่ายหรือไม่ และต้องใช้แบบฟอร์มใด การแจ้งเร็วช่วยให้บริษัทประกันตรวจสอบเหตุได้ง่ายขึ้น
3. ไปพบแพทย์และขอเอกสารให้ครบ
แม้แผลจะดูไม่มาก ก็ควรให้แพทย์ตรวจ เพราะอาการบางอย่างอาจปรากฏภายหลัง แจ้งแพทย์ตามจริงว่าเกิดเหตุอย่างไร และเก็บเอกสารทุกใบไว้ให้ดี
- ใบรับรองแพทย์ที่ระบุสาเหตุและการบาดเจ็บ
- ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลฉบับจริง
- ใบสรุปค่าใช้จ่ายหรือใบแจ้งรายการรักษา
- สำเนาบัตรประชาชนและหน้าสมุดบัญชี หากบริษัทขอ
- แบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมที่กรอกครบถ้วน
4. รวบรวมหลักฐานของเหตุการณ์
ถ่ายภาพสถานที่ อุปกรณ์หรือรถที่เกี่ยวข้อง ร่องรอยความเสียหาย และบาดแผลในช่วงเวลาที่เหมาะสม จดชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของพยาน รวมถึงขอสำเนารายงานจากตำรวจหรือหน่วยงานที่เข้าระงับเหตุ หากมีการแจ้งเหตุไว้
หากเหตุเกี่ยวข้องกับรถยนต์หรือการชน กล้องติดรถยนต์ อาจช่วยบันทึกภาพก่อนและหลังเหตุได้ หลักฐานลักษณะนี้ไม่ได้ทำให้เคลมผ่านโดยอัตโนมัติ แต่ช่วยให้การอธิบายเหตุชัดเจนขึ้น

5. ส่งเอกสารและติดตามผลการพิจารณา
ก่อนส่งเอกสาร ให้ถ่ายรูปหรือสแกนเก็บไว้ทุกใบ ตรวจชื่อ เลขบัตร วันที่ และเลขบัญชีให้ถูกต้อง จากนั้นส่งผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด เช่น สาขา อีเมล แอปพลิเคชัน หรือไปรษณีย์
ขอเลขรับเรื่องหรือเลขเคลมไว้ติดตาม หากบริษัทขอเอกสารเพิ่ม ควรถามให้ชัดว่าต้องใช้เอกสารอะไรและส่งภายในวันใด การพิจารณาจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารและความซับซ้อนของเหตุ
กรณีไหนที่อาจเคลมไม่ได้?
ก่อนซื้อหรือก่อนเคลม ควรอ่านข้อยกเว้นในกรมธรรม์ให้ดี เพราะแต่ละแผนไม่เหมือนกัน ตัวอย่างกรณีที่อาจมีข้อจำกัด ได้แก่
- ผู้เอาประกันจงใจทำให้ตนเองบาดเจ็บ
- เหตุเกิดจากการเมาสุรา ยาเสพติด หรือการกระทำผิดกฎหมายตามเงื่อนไขกรมธรรม์
- การบาดเจ็บจากกิจกรรมเสี่ยงที่ไม่ได้ซื้อความคุ้มครองเพิ่ม
- อาการเจ็บป่วยที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ
- แจ้งข้อมูลไม่ตรงกับความจริง หรือเอกสารมีข้อสงสัย
คำว่า “เคลมได้ไหม” จึงต้องตอบจากกรมธรรม์จริง ไม่ควรดูแค่ชื่อแผนหรือคำโฆษณา หากไม่เข้าใจข้อใด ให้ถามบริษัทหรือนายหน้าก่อนตัดสินใจ
ประกันอุบัติเหตุต่างจากประกันรถยนต์อย่างไร?
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลเน้นคุ้มครองตัวคน เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชยกรณีทุพพลภาพ หรือเงินช่วยเหลือครอบครัวกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ส่วนประกันรถยนต์เน้นความเสียหายของรถ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และความคุ้มครองตามประเภทที่ซื้อ
เหตุเดียวกันอาจเกี่ยวข้องกับหลายสิทธิ เช่น รถชนคนเดินถนน ผู้บาดเจ็บอาจมีสิทธิจาก พ.ร.บ. รถยนต์ ประกันรถยนต์ของคู่กรณี และแผนส่วนบุคคลของตนเอง แต่การจ่ายเงินจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและลำดับการใช้สิทธิ จึงควรแจ้งข้อมูลกับทุกฝ่ายตามจริง
อ่านเพิ่มเติม: จากอุบัติเหตุสู่สากล: ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “ประกันเดินทาง” ที่มาของความคุ้มครองที่ทุกคนต้องมี
มุมมองจากประสบการณ์หน้างาน
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอ สิ่งที่ทำให้การเคลมติดขัดบ่อยที่สุดไม่ใช่ความรุนแรงของเหตุ แต่คือการไม่มีใบรับรองแพทย์ที่ระบุสาเหตุชัด หรือแจ้งเหตุช้าเกินไป คำแนะนำง่าย ๆ คือเก็บเบอร์แจ้งเคลมไว้ในโทรศัพท์ และถ่ายรูปเอกสารทุกครั้งหลังรับเอกสารจากโรงพยาบาล
สรุปสิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดเหตุ
หากเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะเป็นรถชน ลื่นล้ม หรือเหตุจากเครื่องจักร ให้จำ 5 คำนี้ไว้: ปลอดภัย แจ้งเร็ว พบแพทย์ เก็บหลักฐาน ติดตามผล อย่ารีบทิ้งใบเสร็จ อย่าเซ็นเอกสารที่ยังอ่านไม่เข้าใจ และอย่าให้ข้อมูลเกินกว่าข้อเท็จจริง
ถ้าคุณเคยเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด คุณเตรียมตัวรับมือและเคลมอย่างไรบ้าง? มาเล่าให้ฟังในช่องความคิดเห็นได้เลย เผื่อประสบการณ์ของคุณจะช่วยคนอื่นได้อีกหลายคน
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 20 ก.ย. 2569 เวลา 12:29 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment