ข่าวอุบัติเหตุบนถนนพระราม 2 จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อรถบรรทุก 10 ล้อ รถกระบะ และรถอเนกประสงค์ชนกัน จนมีผู้บาดเจ็บหลายราย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล ทำให้เราเห็นชัดว่าเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้แม้ในเสี้ยววินาที วิธีรับมืออุบัติเหตุด้วยประกันชั้น 3 จึงเป็นเรื่องที่คนใช้รถควรรู้ไว้ก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่รอให้เกิดแล้วค่อยหาคำตอบ
เมื่อเกิดการชน สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การโต้เถียงว่าใครผิด แต่คือการดูแลความปลอดภัยของคนก่อน จากนั้นจึงเก็บหลักฐานและติดต่อบริษัทประกันอย่างเป็นขั้นตอน ประกันชั้น 3 อาจไม่ได้คุ้มครองรถของเราเหมือนประกันชั้น 1 แต่ช่วยรับผิดชอบความเสียหายที่เราเป็นฝ่ายทำต่อคู่กรณีได้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ทำไมอุบัติเหตุบนถนนจึงต้องตั้งสติ
บนถนนพระราม 2 มีรถหลายชนิดใช้เส้นทางร่วมกัน ทั้งรถบรรทุก รถโดยสาร รถกระบะ และรถยนต์ส่วนบุคคล รถแต่ละคันมีขนาดและน้ำหนักต่างกัน เมื่อเกิดเหตุ ความรุนแรงอาจเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ฝนตก หรือบริเวณที่มีการก่อสร้าง
คนขับที่ตกใจอาจเผลอลงจากรถในจุดอันตราย ยืนกลางถนน หรือขยับรถโดยไม่ถ่ายภาพไว้ก่อน การทำแบบนั้นอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ และทำให้หาหลักฐานได้ยากขึ้น ดังนั้นให้จำง่าย ๆ ว่า คนต้องปลอดภัยก่อน รถต้องเก็บหลักฐานทีหลัง และเรื่องเคลมให้บริษัทประกันช่วยจัดการ
5 วิธีรับมืออุบัติเหตุบนถนนอย่างมีสติ
1. หยุดรถและเช็กความปลอดภัยของทุกคน
หลังเกิดการชน ให้หยุดรถทันที เปิดไฟฉุกเฉิน และตั้งสติ ตรวจดูว่าตัวเรา ผู้โดยสาร และคู่กรณีมีใครบาดเจ็บหรือไม่ หากมีคนเจ็บมาก หมดสติ หายใจลำบาก หรือมีเลือดออก ให้โทร 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน และโทร 191 หากต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลพื้นที่
อย่ารีบยกหรือเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บที่อาจมีอาการกระดูกสันหลังบาดเจ็บ เว้นแต่จุดนั้นมีอันตรายต่อชีวิตทันที เช่น มีไฟไหม้หรือรถกำลังจะชนซ้ำ หากรถยังอยู่ในจุดเสี่ยง ให้ทุกคนออกไปอยู่หลังแบริเออร์หรือพื้นที่ปลอดภัยเท่าที่ทำได้ แต่อย่าเดินข้ามช่องจราจรโดยไม่จำเป็น
2. โทรแจ้งบริษัทประกันและไม่รีบยอมรับผิด
เมื่อทุกคนปลอดภัยแล้ว ให้โทรแจ้งบริษัทประกันตามเบอร์ที่อยู่บนหน้าตารางกรมธรรม์หรือบัตรประกัน แจ้งสถานที่เกิดเหตุ จุดสังเกต จำนวนรถที่เกี่ยวข้อง และมีผู้บาดเจ็บหรือไม่ เจ้าหน้าที่จะช่วยแนะนำว่าต้องทำอะไรต่อ และอาจส่งเจ้าหน้าที่สำรวจภัยไปยังจุดเกิดเหตุ
ประกันชั้น 3 โดยทั่วไปคุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ตามวงเงินและเงื่อนไขในกรมธรรม์ หากเราเป็นฝ่ายผิด บริษัทประกันจะช่วยเจรจาและชดใช้ค่าเสียหายให้คู่กรณีภายในขอบเขตความคุ้มครอง
อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งพูดว่า “ผมผิดเองทั้งหมด” หรือเซ็นเอกสารรับสภาพหนี้โดยยังไม่เข้าใจรายละเอียด ควรเล่าเหตุการณ์ตามจริง และให้เจ้าหน้าที่ประกันหรือตำรวจช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
3. ถ่ายภาพและเก็บหลักฐานให้ครบ
หลักฐานที่ดีช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกัน ควรถ่ายภาพรถทุกคันจากระยะไกลให้เห็นตำแหน่งบนถนน ป้ายจราจร เส้นแบ่งช่องทาง และสภาพแสง จากนั้นถ่ายภาพใกล้บริเวณที่ชน รอยบุบ รอยขีดข่วน ป้ายทะเบียน และเศษชิ้นส่วนที่ตกอยู่บนถนน
จดชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของคู่กรณี รวมถึงชื่อบริษัทประกันของคู่กรณี หากมีพยานเห็นเหตุการณ์ ให้ขอช่องทางติดต่อไว้ด้วย ถ้ามีกล้องติดรถยนต์ ให้เก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ทันที อย่าตัดต่อหรือบันทึกทับไฟล์เดิม เพราะคลิปอาจช่วยอธิบายลำดับเหตุการณ์ได้อย่างมาก
สำหรับคนที่ต้องขับรถเป็นประจำ การมี กล้องติดรถยนต์ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยบันทึกเหตุการณ์โดยไม่ต้องพึ่งความจำเพียงอย่างเดียว ควรติดตั้งให้มุมกล้องเห็นถนนชัด ไม่บังทัศนวิสัย และตรวจดูการทำงานเป็นระยะ

4. เข้าใจว่าประกันชั้น 3 ช่วยอะไร และไม่ช่วยอะไร
จุดเด่นของประกันชั้น 3 คือช่วยดูแลความรับผิดที่เกิดขึ้นกับคู่กรณี หากรถของเราไปชนรถคันอื่น ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย หรือทำให้บุคคลภายนอกบาดเจ็บ บริษัทประกันจะช่วยชดใช้ตามวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ รวมถึงช่วยประสานงานและเจรจาในหลายกรณี
แต่ประกันชั้น 3 โดยทั่วไป ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถเรา เมื่อเราเป็นฝ่ายผิด เช่น รถของเราชนเสาไฟฟ้า ชนกำแพง หรือชนรถคู่กรณีแล้วรถเราเสียหาย เราอาจต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถตัวเอง เว้นแต่กรมธรรม์มีความคุ้มครองเพิ่มเติมบางรายการ
ความคุ้มครองแต่ละแผนไม่เหมือนกัน บางแผนอาจมีความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาล หรือประกันตัวผู้ขับขี่ จึงควรอ่านหน้าตารางกรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายให้ชัดเจน อย่าดูเพียงคำว่า “ชั้น 3” แล้วคิดว่าทุกบริษัทให้ความคุ้มครองเท่ากัน
หากเหตุชนเกิดจากคู่กรณีเป็นฝ่ายผิด เราอาจเรียกร้องค่าเสียหายรถจากประกันของคู่กรณีได้ แต่ต้องมีหลักฐานประกอบ เช่น ภาพถ่าย คลิป กล้องวงจรปิด ใบแจ้งความ หรือผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ การมีประกันชั้น 3 ของเราเองยังมีประโยชน์ เพราะช่วยให้มีคนแนะนำขั้นตอนและประสานงานในช่วงที่เรากำลังตกใจ
5. ติดตามการเคลมและเอกสารหลังเกิดเหตุ
หลังเจ้าหน้าที่ประกันเข้าตรวจสอบ ให้ขอเลขที่เคลม ชื่อเจ้าหน้าที่ และช่องทางติดต่อ เก็บเอกสารทุกฉบับ เช่น ใบเคลม สำเนาทะเบียนรถ สำเนาใบขับขี่ ใบรับรองแพทย์ และบันทึกประจำวัน หากมีผู้บาดเจ็บ ควรเก็บใบเสร็จค่ารักษาและเอกสารจากโรงพยาบาลไว้ให้ครบ
อย่าซ่อมรถหรือยอมจ่ายเงินให้คู่กรณีเองก่อนคุยกับบริษัทประกัน เว้นแต่เป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นเพื่อความปลอดภัย และควรเก็บหลักฐานการจ่ายเงินไว้เสมอ หากคู่กรณีขอให้โอนเงินทันที ให้แจ้งบริษัทประกันก่อน เพราะการตกลงบางอย่างอาจกระทบสิทธิในการเคลมภายหลัง
สิ่งที่ควรเตรียมไว้ก่อนออกเดินทาง
- บันทึกเบอร์บริษัทประกันไว้ในโทรศัพท์ และมีสำเนากรมธรรม์ในรถ
- ตรวจว่าประกันยังไม่หมดอายุ และวงเงินความรับผิดเพียงพอกับการใช้งานหรือไม่
- พกใบขับขี่ บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนรถตามความเหมาะสม
- ตรวจยางรถ เบรก ไฟส่องสว่าง และน้ำมันก่อนเดินทางไกล
- ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ หากต้องดูเส้นทางให้จอดในจุดปลอดภัยก่อน
การวางโทรศัพท์ในตำแหน่งที่มองเห็นได้โดยไม่บังทาง หรือใช้ ที่วางโทรศัพท์ในรถยนต์ลายการ์ตูนน่ารัก อาจช่วยให้จัดโทรศัพท์เป็นที่และลดการถือโทรศัพท์ระหว่างขับรถ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อรถกำลังเคลื่อนที่ไม่ควรแตะหน้าจอหรือพิมพ์ข้อความ
ประกันชั้น 3 เหมาะกับใคร
ประกันชั้น 3 เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมค่าเบี้ย และใช้รถที่มีอายุพอสมควร โดยมองว่าความเสี่ยงสำคัญคือการทำให้คนอื่นหรือรถของคนอื่นเสียหาย เจ้าของรถที่มีงบจำกัดก็อาจเลือกแผนนี้เพื่อให้มีหลักประกันเมื่อเกิดเหตุ แทนการขับรถโดยไม่มีประกันเลย
แต่ก่อนซื้อควรตอบคำถามให้ได้ว่า รถถูกใช้งานมากแค่ไหน ขับในพื้นที่รถหนาแน่นหรือไม่ มีผู้ขับหลายคนหรือเปล่า และรับค่าซ่อมรถตัวเองได้หรือไม่ หากใช้รถใหม่ รถราคาแพง หรือไม่พร้อมรับความเสียหายของรถตัวเอง อาจต้องเปรียบเทียบประกันชั้น 1 หรือชั้น 2+ เพิ่มเติม
ในมุมมองของนายหน้าประกันภัย สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือผู้ขับมักจำวงเงินความคุ้มครองไม่ได้เมื่อเกิดเหตุจริง จากประสบการณ์ที่ลูกค้าเคยเจอ การถ่ายรูปกรมธรรม์และบันทึกเบอร์เคลมไว้ในโทรศัพท์ช่วยลดความสับสนได้มากในนาทีฉุกเฉิน
อ่านเพิ่มเติม: จากเหตุการณ์บนถนนพระราม 9 สู่ความจำเป็นของประกันเดินทาง: เมื่ออุบัติเหตุไม่เลือกที่เกิด
สรุป: มีสติและรู้สิทธิ ช่วยให้ผ่านเหตุร้ายได้ง่ายขึ้น
อุบัติเหตุบนถนนอาจทำให้ทุกคนตกใจ แต่การทำตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบช่วยลดความเสียหายได้ เริ่มจากพาคนออกจากจุดอันตราย โทรขอความช่วยเหลือ ติดต่อบริษัทประกัน เก็บหลักฐาน และไม่รีบยอมรับผิดหรือจ่ายเงินโดยไม่ปรึกษาเจ้าหน้าที่
ประกันชั้น 3 ไม่ได้ป้องกันการชน และไม่ได้จ่ายค่าซ่อมรถของเราในทุกกรณี แต่ช่วยแบ่งเบาภาระเมื่อเราต้องรับผิดชอบต่อคู่กรณี ความคุ้มครองจะมีประโยชน์ที่สุดเมื่อเราอ่านเงื่อนไขก่อนซื้อ และรู้ว่าต้องทำอะไรเมื่อเกิดเหตุ
คุณเคยเจออุบัติเหตุบนถนนหรือเคยใช้บริการเคลมประกันชั้น 3 หรือไม่? มีขั้นตอนไหนที่อยากเล่าให้คนขับรถคนอื่นฟังบ้าง ลองแบ่งปันความคิดเห็นไว้ในช่องคอมเมนต์ได้เลย
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 17 ส.ค. 2569 เวลา 02:45 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment