ข่าว สธ. เตือนเรื่อง “คอนเทนต์ลุยน้ำท่วม” ทำให้หลายคนหยุดคิด เพราะภาพสนุก ๆ ในคลิปอาจซ่อนอันตรายไว้มากกว่าที่เห็น ทั้งรถล้ม ของมีคมในน้ำ ไฟฟ้ารั่ว และโรคจากน้ำสกปรก เรื่องนี้จึงเชื่อมโยงกับ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประกันภัย ได้อย่างน่าสนใจ เพราะเมื่อความเสี่ยงเกิดขึ้นจริง เราไม่ได้เสียแค่เวลา แต่อาจเสียค่ารักษา ค่าซ่อม และค่าใช้จ่ายของธุรกิจด้วย
คอนเทนต์ลุยน้ำท่วม ทำไมจึงมีความเสี่ยงกว่าที่คิด
การลงไปถ่ายคลิปในน้ำท่วมดูเหมือนเป็นการทำงานธรรมดา แต่สภาพน้ำท่วมเปลี่ยนเร็วมาก ถนนที่มองเห็นอาจมีหลุม ฝาท่อเปิด ตะปู หรือเศษกระจกซ่อนอยู่ ใต้ผิวน้ำอาจมีสายไฟและสิ่งกีดขวางที่เราเดาไม่ได้
ถ้าผู้ถ่ายคลิปขี่รถหรือเดินกลางถนนเพื่อให้ได้ภาพใกล้ ๆ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอีก รถคันอื่นอาจมองไม่เห็นคนจากฝนตกและน้ำขุ่น รถอาจเสียหลักเมื่อเจอน้ำลึก หรือคนในคลิปอาจลื่นล้มจนศีรษะกระแทกได้
สธ. จึงย้ำว่าไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นน้ำกลางถนน แม้เด็กจะสนุก แต่เด็กอาจไม่รู้ว่าน้ำมีเชื้อโรค สารเคมี หรือของมีคมอยู่หรือไม่ ความปลอดภัยต้องมาก่อนยอดวิวเสมอ
ความเสี่ยงหลักที่เจ้าของคอนเทนต์ควรประเมิน
1. ความเสี่ยงต่อร่างกาย
น้ำท่วมอาจทำให้เกิดบาดแผลเล็ก ๆ จากของมีคม บาดแผลนั้นอาจติดเชื้อได้ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากน้ำเข้าตา น้ำเข้าปาก ผื่นคัน โรคผิวหนัง และโรคที่มากับน้ำหรืออาหารปนเปื้อน
หากต้องลงพื้นที่จริง ควรใส่รองเท้าบูทที่เหมาะสม ถุงมือ เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกาย และพกชุดทำแผลเบื้องต้น ที่สำคัญคือไม่ควรลงน้ำถ้ามีบาดแผลเปิดอยู่แล้ว และควรล้างตัวด้วยน้ำสะอาดทันทีหลังกลับจากพื้นที่
2. ความเสี่ยงจากรถยนต์และการเดินทาง
น้ำท่วมทำให้รถเบรกยาก เครื่องยนต์ดับ และระบบไฟฟ้าเสียหาย หากน้ำสูงถึงระดับทางเข้าห้องโดยสาร ไม่ควรฝืนขับต่อ เพราะน้ำอาจเข้าระบบเครื่องยนต์และทำให้ค่าซ่อมสูงมาก
ก่อนเดินทางไปถ่ายงาน ควรเช็กเส้นทางและประกาศเตือนภัย หากไม่จำเป็นควรเลื่อนงาน การได้คลิปหนึ่งคลิปไม่คุ้มกับการบาดเจ็บหรือรถเสียจนต้องหยุดทำงานหลายวัน
3. ความเสี่ยงต่อทีมงานและบุคคลอื่น
เจ้าของช่องไม่ได้รับผิดชอบเฉพาะตัวเอง หากชวนทีมงาน ลูกค้า หรือคนในพื้นที่มาร่วมถ่ายทำ ก็ต้องดูแลความปลอดภัยของทุกคนด้วย การให้คนเดินลงน้ำเพื่อจัดฉาก หรือให้เด็กเข้ามาเล่นใกล้รถ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและข้อพิพาทตามมา
ก่อนถ่ายทำควรบอกความเสี่ยงให้ทีมรู้ กำหนดจุดปลอดภัย มีคนคอยดูรถและคนเดินผ่าน รวมถึงหยุดถ่ายทันทีเมื่อสถานการณ์ไม่ปลอดภัย หากใช้พื้นที่สาธารณะ ก็ควรเคารพเจ้าหน้าที่และไม่กีดขวางทางฉุกเฉิน

ประกันภัยช่วยรับมือความเสี่ยงได้อย่างไร
ประกันภัยไม่ได้ทำให้ฝนหยุดตก และไม่ได้ทำให้รถไม่เสีย แต่ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุที่คาดไม่ถึงได้ จุดสำคัญคือเลือกความคุ้มครองให้ตรงกับลักษณะงาน ไม่ใช่ดูเพียงราคาเบี้ยที่ถูกที่สุด
ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล
คนที่ต้องลงพื้นที่บ่อย เช่น ครีเอเตอร์ ช่างภาพ นักข่าว หรือทีมโปรดักชัน อาจพิจารณาประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ความคุ้มครองที่ควรดูมีค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ เงินชดเชยกรณีนอนโรงพยาบาล และเงินชดเชยกรณีทุพพลภาพหรือเสียชีวิต
อย่าลืมอ่านข้อยกเว้นให้ละเอียด บางกรมธรรม์อาจมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการทำงานเสี่ยงภัย การแข่งรถ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการฝ่าฝืนกฎหมาย หากนำประกันไปใช้กับงานถ่ายทำ ควรแจ้งลักษณะงานให้บริษัทประกันทราบตามจริง
ประกันรถยนต์กับความเสียหายจากน้ำท่วม
ประกันรถยนต์แต่ละประเภทให้ความคุ้มครองไม่เหมือนกัน ประกันชั้น 1 มักคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถจากภัยธรรมชาติ รวมถึงน้ำท่วมตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ส่วนประกันประเภท 2+ และ 3+ ต้องตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละแผน เพราะไม่ได้คุ้มครองภัยน้ำท่วมเหมือนกันทุกแบบ
ก่อนซื้อควรถามให้ชัดว่า น้ำท่วมจากฝนตกหนัก น้ำล้นตลิ่ง หรือน้ำไหลเข้าพื้นที่ จัดเป็นภัยที่คุ้มครองหรือไม่ มีค่าเสียหายส่วนแรกเท่าไร และบริษัทใช้เกณฑ์ใดในการประเมินความเสียหาย
ถ้ารถจมน้ำ อย่าสตาร์ตเครื่องซ้ำ เพราะอาจทำให้ความเสียหายเพิ่มขึ้น ให้ถ่ายภาพระดับน้ำ จุดจอด และสภาพรถไว้ แล้วติดต่อบริษัทประกันโดยเร็ว ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องลากรถและการส่งซ่อม อย่าเพิ่งถอดชิ้นส่วนหรือซ่อมเองโดยยังไม่ได้รับอนุมัติ
การมีหลักฐานช่วยให้การเคลมชัดเจนขึ้น สำหรับคนที่ขับรถทำงานหรือเดินทางถ่ายคอนเทนต์เป็นประจำ กล้องติดรถยนต์ ก็เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยบันทึกเส้นทาง สภาพถนน และเหตุการณ์ก่อนเกิดอุบัติเหตุได้
ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
ถ้าธุรกิจมีการจ้างทีมงาน ใช้สถานที่ หรือให้คนเข้าร่วมกิจกรรม อาจต้องพิจารณาประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก หากผู้ร่วมงานได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหายจากการจัดกิจกรรม ประกันประเภทนี้อาจช่วยรับผิดชอบค่าเสียหายตามขอบเขตกรมธรรม์
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกเหตุการณ์จะได้รับความคุ้มครอง ต้องดูว่ากิจกรรมที่ทำอยู่ตรงกับที่แจ้งไว้หรือไม่ มีการขออนุญาตใช้สถานที่หรือเปล่า และมีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุเพียงพอหรือไม่
จัดการหลักฐานอย่างไรเมื่อเกิดเหตุ
เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ให้พาคนเจ็บออกจากจุดอันตรายก่อน แล้วโทรขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่ารีบย้ายรถถ้าไม่จำเป็นและยังไม่มีอันตรายเพิ่ม เพราะตำแหน่งรถอาจเป็นหลักฐานสำคัญ
- ถ่ายภาพหรือวิดีโอพื้นที่โดยรอบ ระดับน้ำ รอยชน และความเสียหาย
- จดวัน เวลา จุดเกิดเหตุ และสภาพอากาศ
- ขอชื่อและเบอร์ติดต่อพยานหรือคู่กรณี
- เก็บใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จ และเอกสารการรักษา
- แจ้งบริษัทประกันก่อนนำรถไปซ่อม
- เก็บไฟล์ต้นฉบับของคลิปไว้ ไม่ตัดต่อจนหลักฐานสำคัญหาย
อ่านเพิ่มเติม: หมดใจกับ ‘ประกันชั้น 1’ : ถอนตัวอย่างไร…ให้ไม่เหลือรอย
ธุรกิจครีเอเตอร์ต้องคิดเรื่องการหักภาษีอย่างไร
เมื่อธุรกิจจ้างครีเอเตอร์ ช่างภาพ นักแสดง หรือทีมงานผลิตสื่อ ค่าใช้จ่ายที่จ่ายอาจมีเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้จ่ายเงินควรดูว่าผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ลักษณะงานเป็นค่าบริการ ค่าโฆษณา หรือค่าเช่า และใช้แบบภาษีใด
อัตราและวิธีดำเนินการอาจแตกต่างกัน จึงไม่ควรเดาจากงานครั้งก่อน หากไม่แน่ใจควรสอบถามนักบัญชีหรือกรมสรรพากรโดยตรง ผู้จ่ายเงินควรออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับเงิน และเก็บหลักฐานการโอนเงิน ใบเสนอราคา สัญญาจ้าง และใบเสร็จไว้ให้ครบ
ในกรณีจ้างบริษัทผลิตคอนเทนต์ ควรขอเอกสารนิติบุคคลและใบกำกับภาษีถ้ามี ส่วนการจ้างบุคคลธรรมดาควรทำสัญญาให้ชัดว่าเป็นงานอะไร ส่งมอบเมื่อไร และจ่ายเงินจำนวนเท่าไร เอกสารที่ชัดช่วยลดปัญหาเมื่อต้องตรวจสอบบัญชีหรือเคลมค่าเสียหายจากเหตุที่เกิดระหว่างงาน
ค่าเบี้ยประกันและค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุของธุรกิจควรบันทึกบัญชีตามความเป็นจริง แยกค่าใช้จ่ายส่วนตัวกับค่าใช้จ่ายของกิจการให้ชัด และเก็บกรมธรรม์ ใบเสร็จ และหลักฐานชำระเงินไว้ การจัดเอกสารดีไม่ได้ช่วยแค่เรื่องภาษี แต่ยังทำให้คุยกับบริษัทประกันได้ง่ายขึ้นด้วย
ถ้าธุรกิจมีรถที่ใช้ถ่ายงาน ควรตรวจเอกสารรถให้พร้อม ทั้งกรมธรรม์ ประกันภาคบังคับ และภาษีรถยนต์ อุปกรณ์อย่าง กรอบป้ายภาษีรถยนต์ พรบ.อะคริลิคใส เกรด A ช่วยให้เอกสารหน้ารถมองเห็นง่าย แต่ไม่ได้ทดแทนการต่ออายุเอกสารตามกำหนด
ประสบการณ์จากหน้างานที่อยากฝากไว้
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอ เคสที่ยุ่งยากมักไม่ได้เกิดจากไม่มีประกัน แต่เกิดจากไม่รู้ว่ากรมธรรม์คุ้มครองอะไร และไม่มีภาพหรือเอกสารยืนยันเหตุการณ์ ดังนั้นก่อนออกไปถ่ายงาน ควรใช้เวลาไม่กี่นาทีอ่านข้อยกเว้นและเตรียมหลักฐานให้พร้อม
เช็กลิสต์ก่อนออกไปถ่ายคอนเทนต์ช่วงน้ำท่วม
- ตรวจประกาศเตือนภัยและสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง
- กำหนดจุดถ่ายทำที่ไม่ขวางรถฉุกเฉินและไม่อยู่ใกล้สายไฟ
- เตรียมรองเท้า ถุงมือ เสื้อผ้าสำรอง และอุปกรณ์ปฐมพยาบาล
- เช็กประกันอุบัติเหตุและประกันรถว่าคุ้มครองตรงกับงาน
- ตั้งคนดูแลความปลอดภัย ไม่ให้เด็กหรือทีมงานลงน้ำโดยไม่จำเป็น
- เตรียมโทรศัพท์สำรอง แบตเตอรี่ และเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน
- จัดเอกสารการจ้างงาน ใบเสร็จ และหลักฐานการหักภาษีให้เป็นระบบ
มุมมองที่ดีไม่ใช่การห้ามทำคอนเทนต์ทุกอย่าง แต่คือการทำงานอย่างรับผิดชอบ ถ่ายจากจุดที่ปลอดภัย ให้ข้อมูลประชาชน และไม่ทำให้คนดูเลียนแบบพฤติกรรมเสี่ยง ยอดชมอาจเพิ่มได้จากภาพที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องแลกกับชีวิต สุขภาพ หรือทรัพย์สิน
คุณเคยเห็นคอนเทนต์ลุยน้ำท่วมแบบไหนที่รู้สึกว่าอันตราย หรือเคยมีประสบการณ์เคลมรถจากน้ำท่วมไหม มาเล่าให้ฟังกันได้ ความเห็นของคุณอาจช่วยเตือนคนอื่นให้ระวังมากขึ้น
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 27 ก.ย. 2569 เวลา 14:53 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment