ข่าวดีรับท้ายเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เมื่อศูนย์ลดอุบัติเหตุของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รายงานว่าสถิติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บลดลงถึง 19% ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งครับ แต่ถึงแม้ภาพรวมของประเทศจะดูปลอดภัยขึ้น สำหรับผู้ที่ประสบเหตุไม่คาดฝัน ตัวเลขสถิติอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับขั้นตอนการ เคลมประกันอุบัติเหตุ ที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้า เพราะสงกรานต์อาจจบไปแล้ว แต่กระบวนการหลังจากนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากครับ
ดังนั้น บทความนี้จะเปรียบเสมือนเพื่อนคู่คิด ที่จะพาคุณไปทีละขั้นตอนอย่างละเอียด เพื่อให้การเคลมประกันของคุณราบรื่นและอุ่นใจที่สุดครับ
อุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้ว! ตั้งสติ แล้วทำตาม 4 ขั้นตอนแรก
เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบนท้องถนน ความตื่นตระหนกคือเรื่องปกติ แต่การตั้งสติให้เร็วที่สุดคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณจัดการสถานการณ์ได้ดีขึ้นครับ
- ตั้งสติและตรวจสอบความปลอดภัย: เช็คการบาดเจ็บของตัวเองและผู้โดยสาร หากมีคนเจ็บให้รีบโทร 1669 ทันที จากนั้นเคลื่อนย้ายรถไปยังที่ปลอดภัยเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร (หากทำได้)
- โทรแจ้งบริษัทประกันทันที: เบอร์โทรฉุกเฉินมักจะอยู่บนสติกเกอร์หน้ารถหรือในกรมธรรม์ แจ้งรายละเอียดเบื้องต้น เช่น สถานที่เกิดเหตุ ทะเบียนรถคู่กรณี เพื่อให้บริษัทส่งเจ้าหน้าที่สำรวจภัย (Surveyor) มายังที่เกิดเหตุ
- เก็บหลักฐาน ณ ที่เกิดเหตุ: ถ่ายรูปความเสียหายของรถเราและคู่กรณีหลายๆ มุม รวมถึงสภาพแวดล้อม ป้ายทะเบียน และร่องรอยบนถนน
- รอเจ้าหน้าที่สำรวจภัย: อย่าเพิ่งเจรจาหรือยอมรับผิดใดๆ กับคู่กรณี ให้รอเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันมาเป็นผู้ช่วยในการตรวจสอบและให้คำแนะนำ
แยกประเภทการเคลม: สด หรือ แห้ง แบบไหนที่ใช่สำหรับเรา?
การเคลมประกันรถยนต์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ซึ่งการเลือกใช้ให้ถูกประเภทจะช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมากครับ
1. การเคลมสด (Fresh Claim)
คือการเคลม ณ ที่เกิดเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่สำรวจภัยและคู่กรณีอยู่ด้วย เหมาะสำหรับอุบัติเหตุที่มีคู่กรณี, มีผู้บาดเจ็บ, รถเสียหายหนัก หรือไม่สามารถตกลงกันได้ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด
2. การเคลมแห้ง (Dry Claim)
คือการเคลมหลังจากเกิดเหตุไปแล้ว โดยไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยรถชนกำแพง, เฉี่ยวกิ่งไม้ หรืออุบัติเหตุเล็กน้อยที่ตกลงกับคู่กรณีได้และแยกย้ายกันไปแล้ว คุณสามารถถ่ายรูปความเสียหายแล้วนำรถเข้าไปติดต่อศูนย์บริการหรืออู่ในเครือของบริษัทประกันได้ในภายหลัง

เช็คลิสต์เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมสำหรับเคลมประกันรถยนต์
ไม่ว่าจะเป็นเคลมสดหรือเคลมแห้ง การเตรียมเอกสารให้พร้อมจะทำให้ทุกอย่างรวดเร็วขึ้นมากครับ ควรมีติดรถหรือเก็บเป็นไฟล์ไว้ในโทรศัพท์เสมอ
- กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ (ตัวจริงหรือสำเนา)
- ใบอนุญาตขับขี่ (ของผู้ขับขี่ ณ ขณะเกิดเหตุ)
- สำเนาทะเบียนรถ (เล่มรถ)
- สำเนาบัตรประชาชน
- ใบเคลมที่เจ้าหน้าที่สำรวจภัยออกให้ (กรณีเคลมสด)
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอเคสนี้ การมีหลักฐานวิดีโอจาก กล้องติดรถยนต์ ช่วยให้การเจรจากับคู่กรณีและขั้นตอนการเคลมประกันง่ายและเร็วจบขึ้นมากครับ โดยเฉพาะในจังหวะชุลมุนที่ต่างฝ่ายต่างมีมุมมองของตัวเอง
แล้วถ้าเป็น “ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA)” ต้องทำอย่างไร?
หากอุบัติเหตุทำให้คุณหรือผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ นอกจาก พ.ร.บ. แล้ว หากคุณมีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ก็สามารถใช้สิทธิ์ค่ารักษาพยาบาลได้เพิ่มเติมด้วย ซึ่งขั้นตอนและเอกสารจะแตกต่างจากการเคลมรถยนต์เล็กน้อย
เอกสารหลักที่ใช้ในการเบิกค่ารักษาพยาบาล
- แบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน (ของบริษัทประกัน)
- ใบรับรองแพทย์ ที่ระบุสาเหตุการบาดเจ็บอย่างชัดเจนว่ามาจากอุบัติเหตุ
- ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล (ฉบับจริง)
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้เอาประกัน
- สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีธนาคาร (สำหรับรับเงินค่าสินไหม)
อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่การเตรียมพร้อมคือสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งสถิติอุบัติเหตุในอดีตก็เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาความคุ้มครองใหม่ๆ ขึ้นมา อ่านเพิ่มเติม: ย้อนรอยประวัติศาสตร์: จากสถิติอุบัติเหตุสงกรานต์ สู่การ ‘สลักหลังกรมธรรม์’ เพิ่มความคุ้มครอง
สุดท้ายนี้ แม้เทศกาลแห่งความสุขจะผ่านไปแล้ว แต่ความปลอดภัยในการเดินทางยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ขอให้ทุกท่านเดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัย และหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ขอให้นึกถึงเช็คลิสต์นี้ที่จะช่วยให้คุณผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่นนะครับ
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 23 เม.ย. 2569 เวลา 18:52 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment