ข่าวอุบัติเหตุบนถนนพหลโยธินในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีรถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุกในช่วงเช้ามืด และมีผู้เสียชีวิต เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนหันมาสนใจเรื่อง เคลมประกันรถยนต์กรณีอุบัติเหตุรถบรรทุก มากขึ้น เพราะเมื่อเกิดเหตุรุนแรง ทุกวินาทีมีความสำคัญ และเอกสารที่เตรียมไว้ก็ช่วยให้การจัดการหลังเหตุง่ายขึ้น
บทความนี้ไม่ได้ตัดสินว่าใครเป็นฝ่ายผิด เพราะข้อเท็จจริงต้องรอการตรวจสอบจากตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราจะใช้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนเรื่องการเตรียมตัว หากวันหนึ่งรถของเราเกิดอุบัติเหตุบนถนนใหญ่ เช่น ถนนพหลโยธิน ถนนกาญจนาภิเษก หรือถนนสายหลักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ควรทำอะไรเป็นอย่างแรก
สิ่งแรกคือ ตั้งสติและดูความปลอดภัย ของตัวเองก่อน หากยังขยับตัวได้ ให้เปิดไฟฉุกเฉินและออกจากจุดที่อาจมีรถคันอื่นพุ่งชนซ้ำ แต่ไม่ควรเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ เว้นแต่บริเวณนั้นมีอันตรายทันที เช่น ไฟไหม้ รถอาจระเบิด หรือมีรถวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
- โทรแจ้งสายด่วน 1669 หากมีผู้บาดเจ็บ และแจ้งตำรวจที่ 191
- โทรหาบริษัทประกันตามเบอร์ที่อยู่บนบัตรประกันหรือกรมธรรม์
- บอกตำแหน่งให้ชัด เช่น ชื่อถนน จุดกลับรถ สะพาน หรือสถานที่ใกล้เคียง
- อย่าเพิ่งยอมรับผิดหรือเซ็นเอกสารใด หากยังไม่เข้าใจรายละเอียด
- ถ่ายภาพสถานที่ รถทุกคัน รอยชน ป้ายทะเบียน และสภาพถนน หากทำได้โดยไม่เสี่ยงอันตราย
หากมีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บหนัก อย่าเข้าไปจับชิ้นส่วนรถหรือเปลี่ยนตำแหน่งรถเอง เพราะอาจกระทบต่อการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ยกเว้นกรณีจำเป็นเพื่อช่วยชีวิตหรือป้องกันอุบัติเหตุซ้ำ
ประกันรถยนต์แต่ละประเภทช่วยเรื่องใดบ้าง
ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับประเภทประกันและเงื่อนไขในกรมธรรม์ ไม่ใช่รถทุกคันจะได้รับเงินชดเชยเหมือนกันทั้งหมด
ประกันชั้น 1
โดยทั่วไปคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของผู้เอาประกัน แม้บางกรณีจะระบุคู่กรณีไม่ได้ รวมถึงความเสียหายจากการชนกับรถบรรทุก ทั้งนี้ต้องตรวจสอบค่าเสียหายส่วนแรก เงื่อนไขผู้ขับขี่ และข้อยกเว้นในกรมธรรม์ด้วย
ประกันชั้น 2 พลัส และ 3 พลัส
มักคุ้มครองความเสียหายจากการชนกับยานพาหนะทางบกที่ระบุคู่กรณีได้ รายละเอียดแตกต่างกันตามบริษัท เช่น วงเงินคุ้มครองรถของผู้เอาประกัน ความคุ้มครองรถสูญหาย หรือความเสียหายจากไฟไหม้ จึงควรถามบริษัทให้ชัดก่อนซื้อและก่อนเคลม
ประกันชั้น 3
เน้นคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เช่น ค่าซ่อมรถของคู่กรณีหรือค่ารักษาพยาบาลตามวงเงิน แต่โดยทั่วไปไม่คุ้มครองความเสียหายของรถเราเอง หากเราเป็นฝ่ายผิดหรือไม่สามารถเรียกร้องจากฝ่ายอื่นได้
พ.ร.บ. รถยนต์
พ.ร.บ. เน้นช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถในเรื่องค่าเสียหายเบื้องต้นและค่ารักษาพยาบาลตามกฎหมาย ไม่ใช่ประกันซ่อมรถ การขอรับสิทธิควรติดต่อบริษัทที่ออก พ.ร.บ. หรือโรงพยาบาลที่รับรักษา พร้อมเตรียมเอกสารตามที่กำหนด

ขั้นตอนเคลมประกันรถยนต์เมื่อชนรถบรรทุก
1. แจ้งบริษัทประกันทันที
แจ้งเหตุทันทีที่ปลอดภัย โดยบอกวันเวลา จุดเกิดเหตุ ลักษณะการชน ทะเบียนรถคู่กรณี และมีผู้บาดเจ็บหรือไม่ หากรถยังอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สำรวจภัยจะช่วยตรวจสอบความเสียหายและทำบันทึกเหตุ
2. เก็บหลักฐานให้ครบ
ภาพถ่ายควรครอบคลุมมุมกว้างของถนน สัญญาณไฟ เส้นจราจร ตำแหน่งรถ และมุมใกล้ของรอยเสียหาย ถ้ามีพยาน ให้จดชื่อและเบอร์ติดต่อไว้ นอกจากนี้ควรเก็บคลิปจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงหรือกล้องติดรถยนต์ เพราะหลักฐานเหล่านี้อาจช่วยให้เห็นลำดับเหตุการณ์ได้ชัดขึ้น
สำหรับคนที่ขับรถเป็นประจำบนถนนใหญ่ กล้องติดรถยนต์ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยบันทึกภาพระหว่างเดินทางได้ แต่ควรเลือกติดตั้งให้ไม่บังทัศนวิสัย และไม่ควรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายขณะกำลังขับรถ
3. ให้เจ้าหน้าที่ตรวจรถและออกเอกสาร
เจ้าหน้าที่อาจถ่ายภาพรถ ประเมินความเสียหาย และออกใบเคลมหรือเลขที่เคลมให้ ควรถามให้ชัดว่ารถจะเข้าซ่อมที่อู่ใด ใช้อะไหล่แบบไหน มีค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่ และต้องนำรถเข้าซ่อมภายในกี่วัน
4. เตรียมเอกสารสำหรับการเคลม
- บัตรประชาชนของผู้เอาประกันหรือผู้ขับขี่
- ใบขับขี่ของผู้ขับรถในวันเกิดเหตุ
- สำเนาทะเบียนรถ
- กรมธรรม์หรือเลขที่กรมธรรม์
- ใบเคลมหรือบันทึกประจำวันจากตำรวจ หากบริษัทขอ
- ใบเสร็จและเอกสารทางการแพทย์ หากมีค่าใช้จ่ายจากการบาดเจ็บ
- เอกสารมรณบัตรและเอกสารผู้มีสิทธิ หากเป็นการเรียกร้องกรณีเสียชีวิต
เอกสารบางรายการอาจแตกต่างกันตามบริษัทและประเภทการเรียกร้อง จึงควรขอรายการเอกสารจากเจ้าหน้าที่โดยตรง อย่าส่งเอกสารตัวจริงให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง และเก็บสำเนาหรือภาพถ่ายไว้ทุกครั้ง
ถ้าคู่กรณีเป็นรถบรรทุก ต้องระวังเรื่องใด
รถบรรทุกมีขนาดใหญ่และมีจุดบอดหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะด้านข้างและด้านหลัง ผู้ขี่รถจักรยานยนต์ควรหลีกเลี่ยงการขี่ค้างอยู่ข้างรถบรรทุก ไม่เร่งแซงในจุดอับสายตา และเว้นระยะให้มากพอ หากต้องหยุดใกล้รถบรรทุก ควรอยู่ในตำแหน่งที่คนขับมองเห็นได้
ในด้านการเคลม อาจมีการตรวจสอบใบขับขี่ ประเภทรถ การใช้รถ น้ำหนักบรรทุก สภาพรถ และภาพจากกล้องต่าง ๆ การมีประกันไม่ได้แปลว่าจะชนะข้อพิพาททุกกรณี บริษัทจะพิจารณาตามข้อเท็จจริง กฎหมาย และเงื่อนไขกรมธรรม์
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอเคสชนบนถนนสายหลัก สิ่งที่ช่วยได้มากคือการแจ้งเหตุเร็วและเก็บภาพรอบจุดเกิดเหตุให้ครบ ไม่ใช่แค่ภาพรอยบุบของรถ เพราะภาพถนนและตำแหน่งรถช่วยอธิบายเหตุการณ์ได้ดีกว่า
อ่านเพิ่มเติม: 7 วิธีขับขี่ปลอดภัย ลดอุบัติเหตุทางถนน เตรียมพร้อมรับมือช่วงสงกรานต์
เคลมไม่ผ่านหรือคู่กรณีไม่ยอมรับผิด ทำอย่างไร
เริ่มจากขอเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทประกัน พร้อมตรวจเงื่อนไขกรมธรรม์ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่ หากเห็นว่าการพิจารณาไม่เป็นธรรม สามารถขอคำปรึกษาหรือยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ได้
หากมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ควรเก็บใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จค่าใช้จ่าย บันทึกประจำวัน และเอกสารจากพนักงานสอบสวนให้ครบ การเจรจาควรทำอย่างมีหลักฐาน และอาจขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือบริษัทประกันก่อนลงนามยอมความ
สรุปบทเรียนเพื่อขับขี่ให้ปลอดภัยขึ้น
- คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง และสวมหมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐาน
- ลดความเร็วเมื่อเป็นช่วงกลางคืน ฝนตก หรือทัศนวิสัยไม่ดี
- เว้นระยะจากรถบรรทุกและไม่ขับอยู่ในจุดบอด
- ไม่ใช้โทรศัพท์ ไม่ดูแผนที่ และไม่ทำกิจกรรมอื่นขณะรถเคลื่อนที่
- พกใบขับขี่ สำเนาทะเบียนรถ และข้อมูลประกันไว้ในที่หยิบง่าย
- บันทึกเบอร์บริษัทประกันและเบอร์ฉุกเฉินไว้ในโทรศัพท์
อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีใครตั้งใจ การมีประกันรถยนต์ที่เหมาะกับการใช้งานและรู้ขั้นตอนเคลมล่วงหน้า จะช่วยลดความสับสนในวันที่เกิดเหตุได้ แล้วคุณเคยตรวจสอบกรมธรรม์ของตัวเองครั้งล่าสุดหรือยัง มีความคุ้มครองรถและค่ารักษาเพียงพอหรือไม่? แบ่งปันความคิดเห็นหรือประสบการณ์ไว้ในช่องคอมเมนต์ได้เลย
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 22 ส.ค. 2569 เวลา 04:03 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment