อุบัติเหตุทางถนนไทย 16-22 ส.ค. 69 เช็กวิธีรับมือและใช้ประกันชั้น 3 อย่างไรให้เคลมได้

ถ้ากำลังติดตาม สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย รายสัปดาห์วันที่ 16-22 ส.ค. 69 ข่าวจาก Thailandplus ที่เผยแพร่วันที่ 23 ส.ค. 2569 คงทำให้หลายคนหันกลับมามองเรื่องความปลอดภัยบนถนนอีกครั้ง เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทั้งบนถนนใหญ่ในกรุงเทพฯ ถนนต่างจังหวัด และซอยใกล้บ้าน การรู้วิธีรับมือจึงสำคัญพอ ๆ กับการมีประกันรถยนต์ที่เหมาะกับการใช้งาน

บทความนี้จะพาไปดูวิธีเตรียมตัวแบบเข้าใจง่าย โดยเน้นประกันชั้น 3 ซึ่งเป็นประกันที่ช่วยคุ้มครองความเสียหายต่อบุคคลภายนอกเมื่อรถของเราเป็นฝ่ายผิด แล้วถ้าเกิดชนขึ้นมาจริง ๆ ต้องทำอะไรก่อนหลัง ถ่ายรูปแบบไหน และควรแจ้งบริษัทประกันอย่างไร มาค่อย ๆ ดูไปพร้อมกัน

ข่าวสถานการณ์อุบัติเหตุบอกอะไรกับคนใช้รถ

หัวข้อข่าว “สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย รายสัปดาห์วันที่ 16-22 ส.ค. 69” สะท้อนให้เห็นว่าอุบัติเหตุทางถนนยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์หนึ่งอาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ เช่น รถคันหน้าเบรกกะทันหัน ฝนตกจนถนนลื่น หรือผู้ขับขี่มองไม่เห็นรถที่อยู่ในจุดอับสายตา

ข่าวรายสัปดาห์มีประโยชน์เพราะช่วยให้เราไม่ประมาท แต่ข้อมูลข่าวไม่ได้แปลว่าเราจะรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุที่ไหน ดังนั้น สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือเตรียมตัวให้พร้อม ตรวจรถก่อนเดินทาง และรู้ขั้นตอนเมื่อเกิดเหตุ โดยไม่ตัดสินใจด้วยความตกใจ

ประกันชั้น 3 คุ้มครองเรื่องอะไร

ประกันรถยนต์ชั้น 3 เป็นประกันที่เน้นคุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับบุคคลภายนอก เมื่อผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เช่น รถของเราไปชนรถอีกคันจนคู่กรณีต้องซ่อม หรือทำให้บุคคลภายนอกได้รับบาดเจ็บ บริษัทประกันอาจเข้ามาช่วยดูแลค่าเสียหายตามวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

จุดสำคัญคือ ประกันชั้น 3 โดยทั่วไปไม่ได้คุ้มครองความเสียหายของรถเราเองเมื่อเราเป็นฝ่ายผิด หากรถของเราเสียหายจากการชน เราอาจต้องออกค่าซ่อมเอง เว้นแต่กรมธรรม์มีความคุ้มครองเพิ่มเติมหรือเป็นแพ็กเกจที่ระบุรายละเอียดไว้ต่างจากแบบทั่วไป

ประกันชั้น 3 ยังไม่ใช่ประกันที่ใช้แทน พ.ร.บ. เพราะ พ.ร.บ. มีหน้าที่คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถตามกฎหมาย ส่วนประกันชั้น 3 เป็นความคุ้มครองภาคสมัครใจที่ช่วยจัดการความเสียหายเพิ่มเติม การมีทั้งสองอย่างจึงช่วยให้การรับมือเหตุมีความรอบด้านขึ้น

ใครเหมาะกับประกันชั้น 3

  • คนที่ใช้รถอายุหลายปีและมูลค่ารถไม่สูงมาก
  • คนที่ต้องการควบคุมค่าเบี้ยประกันให้อยู่ในงบ
  • คนที่ขับรถเป็นประจำและต้องการความคุ้มครองความเสียหายของคู่กรณี
  • คนที่มีความเสี่ยงจากการใช้รถ แต่ไม่ต้องการซื้อความคุ้มครองรถตัวเองแบบเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม อย่าดูแค่ราคาเบี้ยถูกที่สุด ควรดูวงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ค่าเสียหายส่วนแรก เงื่อนไขการเคลม และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินด้วย เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้อาจมีผลมากเมื่อเกิดเหตุจริง

เกิดอุบัติเหตุแล้วต้องทำอย่างไร

1. ตั้งสติและดูความปลอดภัยก่อน

หลังเกิดเหตุ อย่าเพิ่งรีบลงจากรถกลางถนน ให้เปิดไฟฉุกเฉินและมองดูรถรอบข้างก่อน หากมีผู้บาดเจ็บ ให้โทรแจ้ง 1669 หรือหน่วยฉุกเฉินในพื้นที่ทันที ถ้ารถยังเคลื่อนที่ได้และไม่มีผู้บาดเจ็บรุนแรง ควรขยับรถไปจอดในจุดที่ปลอดภัยตามความเหมาะสม เพื่อไม่กีดขวางการจราจรและลดโอกาสเกิดเหตุซ้ำ

2. โทรแจ้งบริษัทประกัน

เตรียมเลขกรมธรรม์ ทะเบียนรถ จุดเกิดเหตุ และเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้พร้อม จากนั้นโทรแจ้งบริษัทประกันโดยเร็วที่สุด เจ้าหน้าที่จะถามรายละเอียดเบื้องต้นและส่งพนักงานสำรวจภัยไปตรวจสอบ จุดนี้ควรตอบตามความจริง ไม่ควรเดาว่าใครผิดหรือรับปากชดใช้เงินเองก่อนคุยกับบริษัทประกัน

หากจำเลขกรมธรรม์ไม่ได้ ลองดูจากแอปพลิเคชัน ข้อความอีเมล หรือเอกสารที่เก็บไว้ในรถ แต่ไม่ควรเก็บเอกสารต้นฉบับสำคัญไว้ในรถตลอดเวลา เพราะรถอาจสูญหายหรือเอกสารเสียหายได้ การบันทึกเบอร์แจ้งเหตุของบริษัทประกันไว้ในโทรศัพท์จึงช่วยประหยัดเวลาได้มาก

3. เก็บหลักฐานให้ครบ

ถ่ายภาพรถของเรา รถคู่กรณี ป้ายทะเบียน จุดชน รอยเบรก สภาพถนน ป้ายจราจร และบริเวณโดยรอบให้เห็นภาพกว้างและภาพใกล้ หากมีพยาน ให้ขอชื่อและเบอร์ติดต่อไว้ด้วย อย่าเพิ่งลบวิดีโอจากกล้องติดรถยนต์ เพราะภาพก่อนและหลังเกิดเหตุอาจช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าใจลำดับเหตุการณ์ได้ชัดเจนขึ้น

อุปกรณ์ที่ช่วยบันทึกเหตุการณ์ได้ดีคือ กล้องติดรถยนต์ โดยเฉพาะคนที่เดินทางไกล ขับรถกลางคืน หรือใช้เส้นทางที่มีรถหนาแน่น กล้องไม่ได้ทำให้เราไม่เกิดอุบัติเหตุ แต่ช่วยลดการคาดเดาเมื่อจำเป็นต้องตรวจสอบว่าเหตุเกิดอย่างไร

เช็กสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนไทย 16-22 ส.ค. 69 พร้อมวิธีรับมือฉบับประกันชั้น 3

ประกันชั้น 3 เคลมอย่างไรเมื่อเราเป็นฝ่ายผิด

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง จะตรวจสอบข้อมูลจากผู้ขับขี่ คู่กรณี ภาพถ่าย และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากพบว่าเราเป็นฝ่ายผิด บริษัทประกันจะพิจารณารับผิดชอบความเสียหายของบุคคลภายนอกตามวงเงินและเงื่อนไขในกรมธรรม์ ความเสียหายอาจรวมถึงค่าซ่อมรถคู่กรณี หรือค่าใช้จ่ายด้านการบาดเจ็บตามขอบเขตความคุ้มครอง

สิ่งที่ต้องระวังคืออย่าขับรถออกจากจุดเกิดเหตุโดยไม่แจ้งใคร อย่าทะเลาะกับคู่กรณี และอย่าเซ็นเอกสารที่ยังอ่านไม่เข้าใจ หากมีข้อสงสัย ให้ขอเจ้าหน้าที่ประกันอธิบายก่อน การสื่อสารด้วยน้ำเสียงสุภาพช่วยให้ทุกฝ่ายทำงานง่ายขึ้น แม้ตอนนั้นจะรู้สึกเครียดมากก็ตาม

ถ้าคู่กรณีเป็นฝ่ายผิดล่ะ

ให้เก็บข้อมูลคู่กรณี เช่น ชื่อ ทะเบียนรถ บริษัทประกัน และภาพความเสียหาย จากนั้นแจ้งบริษัทประกันของเราไว้ด้วย แม้เราอาจต้องติดต่อบริษัทประกันของคู่กรณีโดยตรงในบางขั้นตอน บริษัทประกันของเรายังช่วยแนะนำแนวทางและช่วยบันทึกเหตุได้ ทั้งนี้ ขั้นตอนจริงขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์และรายละเอียดของแต่ละบริษัท

หากคู่กรณีไม่มีประกัน หรือไม่ยอมรับผิด อย่าใช้กำลังหรือพยายามยึดกุญแจรถ ควรโทรแจ้งตำรวจและขอหลักฐานการลงบันทึกประจำวัน การตัดสินว่าใครผิดควรอาศัยข้อมูลและกระบวนการที่เหมาะสม ไม่ใช่การโต้เถียงบนถนน

4 หลักฐานที่ควรมีติดตัวก่อนออกเดินทาง

  • สำเนาหรือภาพกรมธรรม์ประกันภัยและหมายเลขโทรแจ้งเหตุ
  • ใบขับขี่และข้อมูลทะเบียนรถที่ถูกต้อง
  • โทรศัพท์มือถือที่มีแบตเตอรี่เพียงพอ
  • ภาพหรือวิดีโอจากกล้องติดรถยนต์ รวมถึงข้อมูลพยานถ้ามี

ถ้าต้องใช้โทรศัพท์เปิดแผนที่หรือโทรแจ้งเหตุหลังจอดรถแล้ว ควรเก็บโทรศัพท์ให้หยิบง่ายแต่ไม่รบกวนสายตาขณะขับรถ อุปกรณ์อย่าง ที่วางโทรศัพท์ในรถยนต์ลายการ์ตูนน่ารัก อาจช่วยจัดตำแหน่งโทรศัพท์ให้เป็นระเบียบได้ แต่ต้องใช้โดยไม่จับโทรศัพท์ขณะรถกำลังเคลื่อนที่ และควรตั้งแผนที่ให้เสร็จก่อนออกเดินทาง

เช็กกรมธรรม์ชั้น 3 ให้พร้อมก่อนเกิดเหตุ

ลองเปิดกรมธรรม์แล้วเช็ก 5 เรื่องนี้ด้วยตัวเอง ใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วยลดความสับสนได้มาก

  • วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดความคุ้มครอง: รถอาจไม่มีความคุ้มครองหากกรมธรรม์หมดอายุแล้ว
  • ชื่อผู้เอาประกันและทะเบียนรถ: ข้อมูลควรถูกต้องและตรงกับการใช้งานจริง
  • วงเงินความรับผิด: ดูว่าคุ้มครองบุคคลภายนอกกรณีทรัพย์สินเสียหายและบาดเจ็บเท่าไร
  • ค่าเสียหายส่วนแรก: ตรวจว่ามีจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายเองหรือไม่
  • ข้อยกเว้น: อ่านกรณีที่บริษัทอาจไม่คุ้มครอง เช่น ใช้รถผิดประเภทหรือขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ตามเงื่อนไข

ถ้าเพิ่งเปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนการใช้งานรถ หรือมีคนอื่นมาขับรถเป็นประจำ ควรสอบถามบริษัทประกันหรือนายหน้าว่าต้องแจ้งข้อมูลหรือปรับกรมธรรม์หรือไม่ อย่ารอให้เกิดเหตุแล้วค่อยพบว่าข้อมูลไม่ตรงกับความจริง

อ่านเพิ่มเติม: สลักหลังกรมธรรม์ประกันชั้น 1: สิ่งที่คุณควรรู้เพื่อการคุ้มครองที่สมบูรณ์แบบ

วิธีลดความเสี่ยงบนถนนแบบทำได้ทุกวัน

ก่อนออกจากบ้าน คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ตรวจลมยาง ไฟหน้า ไฟเบรก และระดับน้ำมันเบรก หากต้องขับทางไกล ควรพักทุก 2 ชั่วโมง อย่าฝืนขับเมื่อรู้สึกง่วง เพราะการหลับในอาจเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วินาที

เมื่อฝนตก ให้ลดความเร็วและเพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้า หลีกเลี่ยงการเบรกแรงหรือเปลี่ยนเลนกะทันหัน ส่วนการขับรถในกรุงเทพฯ ควรระวังรถจักรยานยนต์ที่อาจอยู่ในจุดอับสายตา โดยเฉพาะบริเวณทางแยกและช่วงรถติด

อย่าขับรถหลังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอย่าใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ถ้าต้องรับสายหรือดูเส้นทาง ให้จอดในจุดปลอดภัยก่อน ความเสียหายจากการละเลยเรื่องเล็ก ๆ อาจใหญ่กว่าค่าเบี้ยประกันหลายเท่า

มุมมองจากประสบการณ์หน้างาน

จากประสบการณ์ที่ลูกค้าเคยเจอเหตุชน สิ่งที่ทำให้การเคลมติดขัดบ่อยที่สุดไม่ใช่การไม่มีประกัน แต่เป็นการไม่มีภาพจุดเกิดเหตุและจำข้อมูลคู่กรณีไม่ได้ จึงอยากแนะนำให้บันทึกเบอร์บริษัทประกันและเตรียมกล้องหรือโทรศัพท์ให้พร้อมตั้งแต่วันที่ยังไม่มีเหตุ

ในมุมมองของนายหน้าประกันภัย ประกันชั้น 3 เหมาะกับคนที่เข้าใจขอบเขตความคุ้มครองและเลือกวงเงินอย่างพอดี หากต้องการให้คุ้มครองรถของเราเองด้วย อาจต้องเปรียบเทียบประกันชั้น 2+ หรือชั้น 1 แทน ไม่ควรซื้อจากคำว่า “ถูก” เพียงอย่างเดียว

สรุปสิ่งที่ควรจำเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

เมื่อเกิดเหตุ ให้จำง่าย ๆ ว่า ปลอดภัยก่อน แจ้งประกัน เก็บหลักฐาน และไม่รับปากเอง หากมีคนเจ็บให้ช่วยโทรขอความช่วยเหลือก่อนเสมอ จากนั้นจึงประสานบริษัทประกันและตำรวจตามความเหมาะสม

ข่าวสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยช่วงวันที่ 16-22 ส.ค. 69 เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเตรียมพร้อม แต่การป้องกันเริ่มได้จากการขับรถอย่างมีสติ ตรวจกรมธรรม์ให้เข้าใจ และเลือกประกันชั้น 3 ที่มีวงเงินกับเงื่อนไขเหมาะกับการใช้รถของเรา

แล้วคุณเคยเจออุบัติเหตุบนถนน หรือเคยใช้ประกันชั้น 3 ช่วยจัดการเหตุหรือไม่? ขั้นตอนไหนที่รู้สึกว่ายากที่สุด ลองเล่าให้ฟังในช่องความคิดเห็นได้เลย เผื่อประสบการณ์ของคุณจะช่วยคนขับรถคนอื่นได้อีกหลายคน

อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 23 ส.ค. 2569 เวลา 10:53 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)

✍️ บทความนี้เขียนและตรวจสอบความถูกต้องโดย: ทีมงานนายหน้าประกันวินาศภัย Khumphai.com เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เอาประกัน
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)

สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

แชทสอบถามทาง Line คลิกที่นี่

About Khumphai.com 496 Articles
นายหน้าประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Khumphai.com ด้วยพื้นฐานการเป็นวิศวกร จึงเข้าใจถึงความสำคัญของการมีหลักประกันที่มั่นคงในยามวิกฤต มุ่งมั่นนำเสนอข้อมูลด้านประกันภัยที่ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา เพื่อให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครองที่เหมาะสมที่สุด เลขที่ใบอนุญาต ประกันวินาศภัย : 6804000691 นาย กำพล พันธ์ประยูร สอบถามเพิ่มเติมโทร 089-341-7740 หรือ Email:kamphon7287@gmail.com

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*