ข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นเรื่องน่าสลดใจที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เช่นเดียวกับเหตุการณ์ล่าสุดที่รถจักรยานยนต์ชนกับรถแท็กซี่บริเวณทางแยกใกล้ตลาดประชานิเวศน์ 1 จนมีผู้เสียชีวิตถึง 2 ราย ซึ่งสร้างความสูญเสียใหญ่หลวงให้กับครอบครัว การรับมือกับความโศกเศร้าก็เป็นเรื่องที่หนักหนาพอแล้ว แต่สิ่งที่ตามมาคือภาระในการจัดการเรื่องต่างๆ รวมถึงการเคลม ประกันรถยนต์ กรณีเสียชีวิต ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทายาทหลายคนอาจยังสับสนและไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร บทความนี้จะเปรียบเสมือนคู่มือที่จะช่วยให้ทายาทดำเนินการทุกขั้นตอนได้อย่างถูกต้องและราบรื่นที่สุดในยามที่ยากลำบากนี้
ความคุ้มครองเบื้องต้นที่ทายาทต้องรู้: พ.ร.บ. และ ประกันภาคสมัครใจ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันถึงชีวิต สิ่งแรกที่ทายาทต้องทำความเข้าใจคือสิทธิ์ความคุ้มครองจาก 2 ส่วนหลัก ซึ่งจะช่วยเยียวยาความสูญเสียทางการเงินได้
1. พ.ร.บ. (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ)
พ.ร.บ. คือประกันภาคบังคับที่รถทุกคันต้องมีตามกฎหมาย ถือเป็นปราการด่านแรกที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุบัติเหตุจากรถทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอก และที่สำคัญคือ ให้ความคุ้มครองทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายถูกหรือผิด
- กรณีเสียชีวิต: ทายาทโดยธรรมของผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินชดเชยเป็นค่าปลงศพและค่าจัดการงานศพ เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาทต่อคน
- ค่าเสียหายเบื้องต้น: ในระหว่างที่รอการพิสูจน์ความผิด ทายาทสามารถเบิกค่าปลงศพเบื้องต้นได้ก่อน 35,000 บาท และจะได้รับส่วนที่เหลือเมื่อพิสูจน์ความรับผิดได้แล้ว
2. ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+, 3)
นอกเหนือจาก พ.ร.บ. แล้ว หากรถคันที่เป็นต้นเหตุมีประกันภาคสมัครใจ ทายาทของผู้เสียชีวิตจะได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งมักจะครอบคลุมในส่วนของ:
- ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก: หากผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลภายนอก (เช่น คนเดินถนน, รถคู่กรณี) ทายาทมีสิทธิ์เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมจากประกันของรถคันที่ก่อเหตุ ซึ่งวงเงินจะสูงกว่า พ.ร.บ. มาก
- ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA): หากผู้เสียชีวิตเป็นผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารในรถคันที่เอาประกัน และกรมธรรม์นั้นมีความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลแนบท้ายอยู่ ทายาทก็จะได้รับเงินชดเชยตามทุนประกันที่ระบุไว้ในส่วนนี้ด้วย
เปิดขั้นตอนการเคลมประกัน กรณีมีผู้เสียชีวิต สำหรับทายาท
เมื่อเข้าใจสิทธิ์ความคุ้มครองเบื้องต้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการดำเนินการเพื่อขอรับค่าสินไหมทดแทน ซึ่งทายาทควรดำเนินการตามลำดับดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: แจ้งเหตุและรวบรวมหลักฐาน ณ ที่เกิดเหตุ
ทันทีที่ทราบเรื่อง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ (โทร 191) และบริษัทประกันภัยของคู่กรณีทุกฝ่ายแล้วหรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุดในขั้นตอนนี้คือ ‘บันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี’ จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจะเป็นเอกสารหลักฐานชิ้นสำคัญในการยืนยันเหตุการณ์เพื่อใช้ในกระบวนการเคลมต่อไป การมีหลักฐานที่ชัดเจน เช่น ภาพถ่ายจากที่เกิดเหตุ หรือไฟล์วิดีโอจาก กล้องติดรถยนต์ จะช่วยให้กระบวนการพิสูจน์ความผิดรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการรับค่าสินไหมทดแทนจากประกันภาคสมัครใจ
ขั้นตอนที่ 2: ติดต่อบริษัทประกันเพื่อยื่นเรื่องเคลม
ทายาทโดยธรรม (เช่น บิดา มารดา คู่สมรส บุตร) ของผู้เสียชีวิต ต้องเป็นผู้ดำเนินการติดต่อบริษัทประกันภัย ทั้งของฝั่ง พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจ (หากมี) โดยควรดำเนินการดังนี้:
- เคลม พ.ร.บ.: สามารถติดต่อได้ที่บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือบริษัทประกันที่รับทำ พ.ร.บ. ของรถคันที่เกิดเหตุ โดยกฎหมายกำหนดให้ยื่นเรื่องภายใน 180 วันนับจากวันเกิดเหตุ
- เคลมประกันภาคสมัครใจ: ติดต่อบริษัทประกันภัยของรถคันที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง เพื่อแจ้งความประสงค์ขอเคลมค่าสินไหมทดแทนในส่วนของความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

ขั้นตอนที่ 3: เตรียมเอกสารสำคัญให้ครบถ้วน
ขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง การเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนจะช่วยให้การอนุมัติค่าสินไหมเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ประกอบด้วย:
- เอกสารของผู้เสียชีวิต
- สำเนาใบมรณบัตร
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน (ที่ประทับตรา ‘เสียชีวิต’ แล้ว)
- เอกสารของทายาทผู้ยื่นเคลม
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- เอกสารที่แสดงความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิต เช่น ทะเบียนสมรส, สูติบัตร
- กรณีมีทายาทหลายคน อาจต้องใช้หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของทายาททุกคน
- คำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก (ถ้ามี)
- เอกสารเกี่ยวกับอุบัติเหตุ
- สำเนาบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี ที่รับรองสำเนาถูกต้องโดยร้อยเวรเจ้าของคดี
- สำเนากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ และ พ.ร.บ. (ถ้ามี)
ขั้นตอนที่ 4: การรับค่าสินไหมทดแทน
หลังจากยื่นเอกสารครบถ้วนแล้ว บริษัทประกันจะดำเนินการตรวจสอบและอนุมัติค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
- พ.ร.บ.: บริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน (ค่าปลงศพ) ภายใน 7 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ได้รับเอกสารครบถ้วน
- ประกันภาคสมัครใจ: ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดีและการเจรจาตกลงค่าเสียหาย ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่า แต่บริษัทประกันต้องชดใช้ค่าสินไหมให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับจากวันที่พิสูจน์ความรับผิดและตกลงค่าเสียหายกันได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) จากทายาท
หากผู้เสียชีวิตเป็นฝ่ายผิด จะยังเคลม พ.ร.บ. ได้หรือไม่?
ได้ครับ พ.ร.บ. ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ในกรณีที่ผู้เสียชีวิตเป็นฝ่ายผิด (เช่น เป็นผู้ขับขี่ที่ประมาท) ทายาทจะยังคงได้รับ ‘ค่าเสียหายเบื้องต้น’ ซึ่งสำหรับกรณีเสียชีวิตคือ 35,000 บาท
กรณีรถคู่กรณีไม่มี พ.ร.บ. หรือหลบหนี ทายาทต้องทำอย่างไร?
ทายาทยังคงได้รับความคุ้มครอง โดยสามารถนำเอกสารหลักฐานทั้งหมดไปยื่นเรื่องที่ ‘กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย’ ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเหยื่ออุบัติเหตุจากรถที่ไม่มีประกันหรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ โดยสามารถติดต่อได้ที่บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทุกสาขาทั่วประเทศ
การจัดการเรื่องเคลมประกันในสถานการณ์ที่โศกเศร้าเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความเข้มแข็งและสติอย่างมาก การรู้ขั้นตอนและเตรียมเอกสารให้พร้อมจะช่วยลดภาระและความสับสน ทำให้คุณสามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และได้รับความยุติธรรมและการเยียวยาตามสิทธิ์ที่ควรจะได้รับ
อ่านเพิ่มเติม: เดินทางอุ่นใจ! 5 สิทธิประโยชน์ต้องรู้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุระหว่างไป-กลับที่ทำงาน
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 24 มี.ค. 2569 เวลา 02:09 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment