จากข่าวหนุ่ม 26 บริจาคอวัยวะ: บทเรียนราคาแพงที่บอกว่าทำไมประกันรถยนต์ต้องมี

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวที่น่าสะเทือนใจ แต่ก็แฝงไปด้วยความยิ่งใหญ่ของคุณ ‘เบนซ์’ หนุ่มวัย 26 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุจนสมองตาย และครอบครัวได้ตัดสินใจบริจาคอวัยวะเพื่อต่อลมหายใจให้ผู้อื่นถึง 8 ชีวิตนะครับ เป็นข่าวที่อ่านแล้วก็ใจหาย แต่ก็อดชื่นชมในบุญกุศลครั้งสุดท้ายนี้ไม่ได้จริงๆ

พอข่าวนี้ออกมา เพื่อนๆ ในวงการประกันหลายคนก็คุยกันถึงเรื่องนี้ และมันทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาว่า ในขณะที่เรากำลังสดุดีการทำความดีครั้งสุดท้ายของผู้เสียชีวิต เราอาจจะลืมมองไปอีกมุมหนึ่งของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น นั่นคือ ‘ภาระทางการเงิน’ ที่ตามมาแบบไม่ทันตั้งตัว นี่จึงเป็นเหตุผลที่การต่อประกันรถยนต์คุ้มครองอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่สำคัญเกินกว่าที่เราจะมองข้ามได้เลยครับ

อุบัติเหตุ…เรื่องเศร้าที่มาพร้อม ‘ค่าใช้จ่าย’ ที่มองไม่เห็น

เวลาเกิดอุบัติเหตุใหญ่ๆ สักครั้ง โดยเฉพาะถ้ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต มันไม่ใช่แค่ความโศกเศร้าที่ครอบครัวต้องแบกรับนะครับ แต่มันคือคลื่นค่าใช้จ่ายก้อนมหึมาที่ซัดเข้ามาทันที ลองนึกภาพตามนะครับว่าถ้าเราเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ จะมีค่าอะไรบ้างที่รอเราอยู่:

  • ค่าซ่อมรถของเรา: ถ้าไม่มีประกันชั้น 1 ก็ต้องจ่ายเองเต็มๆ ซึ่งรถสมัยนี้ซ่อมทีนึงไม่ใช่เงินน้อยๆ เลย
  • ค่าซ่อมรถหรือทรัพย์สินคู่กรณี: ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ หรือแม้แต่รั้วบ้าน เสาไฟฟ้า ถ้าเราเป็นฝ่ายผิด เราต้องรับผิดชอบทั้งหมด
  • ค่ารักษาพยาบาล: ทั้งของตัวเราเองและของคู่กรณี พ.ร.บ. อาจช่วยได้ส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเจ็บหนักขึ้นมา บอกเลยว่าส่วนเกินบานปลายแน่นอน
  • ค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ: นี่คือค่าใช้จ่ายที่หนักที่สุดตามกฎหมายแล้วครับ หากเราเป็นต้นเหตุทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตหรือพิการ เราต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับครอบครัวเขา ซึ่งอาจเป็นเงินหลักแสนถึงหลักล้าน

เห็นไหมครับว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว

ประกันรถยนต์ ไม่ได้มีไว้เพื่อ ‘เรา’ คนเดียว

นี่คือหัวใจสำคัญที่ผมอยากจะบอกในวันนี้ครับ การทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (หรือที่เรียกกันติดปากว่าประกันชั้น 1, 2+, 3+) มันไม่ใช่การทำเพื่อป้องกันความเสียหายของรถเราเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการแสดง ‘ความรับผิดชอบ’ ต่อสังคมและเพื่อนร่วมถนนทุกคน

เหมือนกับกรณีในข่าว ที่การบริจาคอวัยวะคือการส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับคนอื่น การมีประกันรถยนต์ก็เปรียบเสมือนการสร้าง ‘เกราะป้องกัน’ ไม่ให้เราไปสร้างภาระให้กับคนอื่นในวันที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน

ประกันช่วยปกป้องใครบ้าง?

  • ปกป้องคู่กรณี: ทำให้มั่นใจได้ว่าหากเราเป็นฝ่ายผิด เขาจะได้รับการชดเชยค่าเสียหาย ทั้งค่าซ่อมรถและค่ารักษาพยาบาลอย่างแน่นอน
  • ปกป้องครอบครัวของเรา: ลองคิดดูสิครับ ถ้าเราไม่อยู่แล้ว แต่ทิ้งหนี้สินก้อนโตจากอุบัติเหตุไว้ให้พ่อแม่หรือลูกเมีย มันจะน่าเศร้าขนาดไหน ประกันจะเข้ามาช่วยจัดการภาระตรงนี้แทน
  • ปกป้องตัวเราเอง: แน่นอนว่ามันช่วยเซฟเงินในกระเป๋าเรา ไม่ให้ต้องล้มละลายไปกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงชั่ววูบ

ถอดบทเรียนอุบัติเหตุหนุ่ม 26 บริจาคอวัยวะ ทำไมการมีประกันรถยนต์จึงสำคัญกว่าที่คิด

ถ้าไม่มีประกัน หรือประกันขาด…จะเกิดอะไรขึ้น?

หลายคนอาจจะคิดว่า ‘ขับรถดี ไม่เคยชน’ เลยไม่อยากจ่ายค่าเบี้ยประกันแพงๆ แต่เชื่อเถอะครับว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ และมันมักจะมาตอนที่เราพร้อมน้อยที่สุด

ถ้าเราขับรถไปชนคนอื่นโดยไม่มีประกันภาคสมัครใจเลย สิ่งที่จะตามมาคือ:

  1. ต้องจ่ายเองทั้งหมด: ทุกบาททุกสตางค์ที่กล่าวมาข้างต้น เราต้องควักเงินเก็บ หรืออาจจะต้องกู้หนี้ยืมสินมาจ่าย
  2. อาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดี: หากตกลงค่าเสียหายกันไม่ได้ ฝั่งคู่กรณีมีสิทธิ์ฟ้องร้องเราได้ ซึ่งจะเสียทั้งเงินและเวลาขึ้นศาล
  3. เครียดและกดดัน: การต้องหาเงินก้อนโตมาจ่ายในเวลาสั้นๆ เป็นความเครียดมหาศาลที่ทำลายสุขภาพจิตได้เลยนะครับ

จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอเคสนี้… หลายครั้งที่อุบัติเหตุเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะไม่มีประกันมาช่วยเจรจา สุดท้ายต้องจ่ายเงินส่วนตัวมากกว่าค่าเบี้ยประกันหลายสิบเท่า แถมยังเสียเวลาและสุขภาพจิตอีกมหาศาลครับ

ดังนั้น การมีประกันติดรถไว้ อย่างน้อยๆ ประกันชั้น 3 ที่เบี้ยแค่ไม่กี่พันบาทต่อปี ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย เพราะมันจะช่วยคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอกได้ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบพื้นฐานที่สำคัญที่สุดครับ

บทสรุป: อย่าให้ความดีของเรา…จบลงที่การสร้างภาระ

เรื่องราวของคุณเบนซ์สอนให้เรารู้ว่า แม้ในวันที่เราจากไป เราก็ยังสามารถสร้างประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ให้คนข้างหลังได้ ในทางกลับกัน บนท้องถนนที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน การมีประกันรถยนต์ก็เปรียบเหมือนการเตรียมความพร้อมที่จะไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครเช่นกันครับ

มันคือการลงทุนเพื่อความสบายใจ และแสดงความรับผิดชอบต่อทุกชีวิตที่เราอาจพบเจอระหว่างทาง อย่ารอให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายแล้วค่อยมาพูดว่า ‘รู้งี้น่าจะทำประกันไว้’ เลยนะครับ

About Khumphai.com 342 Articles
นายหน้าประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Khumphai.com ด้วยพื้นฐานการเป็นวิศวกร จึงเข้าใจถึงความสำคัญของการมีหลักประกันที่มั่นคงในยามวิกฤต มุ่งมั่นนำเสนอข้อมูลด้านประกันภัยที่ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา เพื่อให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครองที่เหมาะสมที่สุด เลขที่ใบอนุญาต ประกันวินาศภัย : 6804000691 นาย กำพล พันธ์ประยูร สอบถามเพิ่มเติมโทร 089-341-7740 หรือ Email:kamphon7287@gmail.com

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*