ข่าว เคลื่อนย้ายอุบัติเหตุและประกันรถยนต์ บนถนนเลี่ยงเมืองชลบุรี ขาเข้า กม.1+400 เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2569 เวลา 14:11 น. ทำให้เห็นภาพสำคัญว่า เมื่อรถชนกันบนถนน รถที่จอดขวางทางอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำได้ การรู้ว่าเมื่อไรควรย้ายรถ และย้ายอย่างไร จึงช่วยทั้งเรื่องความปลอดภัยและการเคลมประกัน
แต่หลายคนยังสงสัยว่า ถ้ารถชนแล้วควรจอดอยู่ที่เดิมเพื่อรอตำรวจหรือไม่? คำตอบคือ ต้องดูความปลอดภัยเป็นอันดับแรก หากรถยังขับได้และกีดขวางช่องทางจราจร ควรบันทึกหลักฐานให้เพียงพอ แล้วเคลื่อนรถไปยังจุดที่ปลอดภัยตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หรือนายประกัน
เมื่อเกิดรถชน สิ่งแรกที่ต้องทำคืออะไร
ตั้งสติและเปิดไฟฉุกเฉินก่อน หากทำได้ ให้ลดความเสี่ยงจากรถคันอื่นด้วยการตั้งป้ายเตือนหรือใช้สิ่งที่มองเห็นได้ชัด แต่ไม่ควรเดินออกไปยืนกลางถนนนาน ๆ โดยเฉพาะถ้าเกิดเหตุบนถนนใหญ่ ทางโค้ง สะพาน หรือช่วงฝนตก
ตรวจดูคนในรถทุกคนก่อน หากมีผู้บาดเจ็บ อย่าฝืนเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเอง เว้นแต่มีอันตรายทันที เช่น ไฟไหม้ ควัน หรือรถกำลังจะถูกรถคันอื่นชน ให้โทรแจ้งหน่วยฉุกเฉิน 1669 และแจ้งตำรวจที่ 191 พร้อมบอกตำแหน่งให้ชัดเจน
จากนั้นโทรหา บริษัทประกันรถยนต์ตามหมายเลขที่อยู่บนหน้าตารางกรมธรรม์หรือบัตรประกัน แจ้งสถานที่เกิดเหตุ จำนวนรถ และอาการของผู้เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จะบอกว่าควรอยู่รอหรือเคลื่อนรถไปจุดใด การแจ้งเร็วช่วยให้บริษัทส่งเจ้าหน้าที่มาดูเหตุได้เร็วขึ้น และลดความสับสนเมื่อต้องรวบรวมข้อมูล
กรณีไหนควรเคลื่อนรถออกจากจุดเกิดเหตุ
โดยทั่วไป หากไม่มีผู้บาดเจ็บรุนแรง รถยังเคลื่อนที่ได้ และรถจอดอยู่ในช่องทางจนทำให้รถติดหรือเสี่ยงเกิดชนซ้ำ ควรถ่ายภาพหลักฐานก่อน แล้วค่อยขยับรถไปไหล่ทาง จุดพักรถ หรือบริเวณที่เจ้าหน้าที่กำหนด
หลักฐานที่ควรถ่ายก่อนขยับรถ
- ภาพมุมกว้างที่เห็นตำแหน่งรถ ถนน ช่องจราจร และป้ายบอกทาง
- ภาพรถทุกคันจากด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง
- ภาพรอยชน ป้ายทะเบียน และชิ้นส่วนที่ตกอยู่บนพื้น
- ภาพสัญญาณไฟ เครื่องหมายจราจร สภาพถนน และสภาพอากาศ
- ภาพใบขับขี่ บัตรประชาชน หรือข้อมูลกรมธรรม์ของคู่กรณีเท่าที่จำเป็น
ถ้ามีกล้องติดรถยนต์ ให้เก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ทันที อย่าตัดต่อหรือบันทึกทับไฟล์เดิม เพราะภาพก่อนและหลังการชนอาจช่วยอธิบายลำดับเหตุการณ์ได้ การมี กล้องติดรถยนต์ จึงเป็นตัวช่วยที่มีประโยชน์เมื่อต้องหาข้อเท็จจริงหรือยืนยันความเสียหาย

วิธีเคลื่อนรถอย่างปลอดภัยหลังบันทึกหลักฐาน
ก่อนขับรถออกจากจุดชน ให้ตรวจว่ารถยังควบคุมได้หรือไม่ พวงมาลัยตรงหรือไม่ เบรกทำงานไหม มีน้ำมันรั่ว กลิ่นไหม้ ควัน หรือเสียงผิดปกติหรือเปล่า หากพบอาการเหล่านี้ไม่ควรฝืนขับ เพราะรถอาจเสียการควบคุมระหว่างทาง ให้โทรเรียกรถยกหรือติดต่อบริษัทประกันแทน
ถ้ารถยังใช้ได้ ให้เปิดไฟฉุกเฉินและขยับช้า ๆ ไปยังบริเวณปลอดภัย โดยทำตามสัญญาณของเจ้าหน้าที่หรือคำแนะนำจากศูนย์รับแจ้งเหตุ อย่าขับออกไปไกลโดยไม่แจ้งบริษัทประกัน เพราะอาจทำให้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุได้ยาก และอาจมีปัญหาในการพิจารณาความเสียหายบางส่วน
การย้ายรถไม่ใช่การยอมรับว่าใครเป็นฝ่ายผิด การเคลื่อนรถมีเป้าหมายเพื่อป้องกันอันตรายและเปิดทางให้การจราจรเดินต่อ สิ่งสำคัญคือเก็บภาพให้ครบ แลกข้อมูลกับคู่กรณี และแจ้งประกันตามจริง
ประกันรถยนต์ช่วยอะไรในเหตุการณ์แบบนี้
ประกันชั้น 1 มักให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของผู้เอาประกัน แม้บางกรณีจะยังระบุคู่กรณีไม่ได้ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ ส่วนประกันประเภท 2+ และ 3+ มักคุ้มครองรถของผู้เอาประกันเมื่อมีการชนกับยานพาหนะทางบกและสามารถระบุคู่กรณีได้ จึงควรตรวจรายละเอียดของแผนที่ถืออยู่ ไม่ควรเดาจากชื่อแผนเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ ประกันรถยนต์ยังอาจคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เช่น ค่าซ่อมรถคู่กรณี ค่ารักษาพยาบาล หรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน ตามวงเงินและเงื่อนไขที่ระบุไว้ ส่วน พ.ร.บ. จะเน้นการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถในเรื่องค่าเสียหายเบื้องต้นและสิทธิที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่ประกันซ่อมรถทุกกรณี
ถ้ารถเสียหายจนขับต่อไม่ได้ ให้ถามบริษัทประกันเรื่องรถยก อู่ในเครือ ค่าใช้จ่ายที่ต้องสำรอง และเอกสารที่ต้องใช้ บางกรมธรรม์มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน แต่รายละเอียดแตกต่างกัน การถามให้ชัดตั้งแต่ต้นช่วยป้องกันค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด
อ่านเพิ่มเติม: จากข่าวรถชน 4 คันซ้อน… ประกันอัคคีภัยรถยนต์สำคัญแค่ไหนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ?
เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียมสำหรับการเคลม
- บัตรประชาชนและใบขับขี่ของผู้ขับรถ
- สำเนาหรือภาพกรมธรรม์และข้อมูล พ.ร.บ.
- ทะเบียนรถและข้อมูลติดต่อของคู่กรณี
- ภาพถ่ายและวิดีโอจากจุดเกิดเหตุ
- เลขรับแจ้งเคลม ชื่อเจ้าหน้าที่ และสถานที่นำรถเข้าซ่อม
- เอกสารจากตำรวจหรือใบรับรองแพทย์ หากมีการบาดเจ็บหรือคดีความ
อย่าเซ็นเอกสารที่อ่านไม่เข้าใจ และอย่ารีบตกลงชดใช้ค่าเสียหายเองก่อนคุยกับบริษัทประกัน หากคู่กรณีมีความเห็นไม่ตรงกัน ให้พูดด้วยความสุภาพ เก็บข้อมูลของพยาน และปล่อยให้เจ้าหน้าที่ประกันหรือตำรวจช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอ สิ่งที่ทำให้เคลมล่าช้าไม่ใช่แค่ความเสียหายของรถ แต่คือภาพหลักฐานไม่ครบและไม่ได้แจ้งบริษัทประกันทันที การถ่ายภาพอย่างมีระบบและจดรายละเอียดไว้ตั้งแต่หน้างานช่วยลดปัญหาได้มาก
สิ่งที่ไม่ควรทำหลังรถชน
- อย่ายืนถ่ายภาพกลางถนนจนเสี่ยงถูกรถคันอื่นชน
- อย่าเคลื่อนรถโดยไม่ถ่ายตำแหน่งเดิม หากยังมีเวลาทำได้อย่างปลอดภัย
- อย่าขับรถต่อทั้งที่มีควัน น้ำมันรั่ว หรือเบรกผิดปกติ
- อย่าลบไฟล์จากกล้องติดรถหรือแก้ไขภาพหลักฐาน
- อย่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังเกิดเหตุ และอย่าหลบหนีจากจุดเกิดเหตุ
- อย่าให้ข้อมูลเกินจริง เพราะอาจกระทบต่อการพิจารณาสินไหม
สรุปขั้นตอนจำง่ายเมื่อรถชน
จำสั้น ๆ ว่า หยุดให้ปลอดภัย ถ่ายหลักฐาน โทรแจ้ง และย้ายเมื่อจำเป็น หากมีคนเจ็บให้ช่วยเหลือและเรียกหน่วยฉุกเฉินก่อน หากไม่มีคนเจ็บแต่รถกีดขวางทาง ให้บันทึกภาพแล้วเคลื่อนรถไปจุดปลอดภัยตามคำแนะนำ
คุณเคยเจอสถานการณ์รถชนหรือจำเป็นต้องเคลื่อนรถบนถนนหรือไม่? มีขั้นตอนไหนที่อยากให้เราอธิบายเพิ่มเติม แบ่งปันความคิดเห็นไว้ในช่องคอมเมนต์ได้เลย
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 3 ก.ย. 2569 เวลา 14:11 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment