คำค้น วิธีช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างปลอดภัย กำลังได้รับความสนใจ หลังมีข่าวจาก Vietnam.vn ว่าผู้ที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางจราจรอาจได้รับเงินสนับสนุนสูงสุด 10 ล้านดองต่อเหตุการณ์ ข่าวนี้ชวนให้เห็นว่า การช่วยคนเป็นเรื่องดี แต่ผู้ช่วยก็ต้องรู้วิธีดูแลตัวเองและเข้าใจเรื่องประกันภัยไปพร้อมกัน
ในประเทศไทย หากเห็นรถชนหรือมีคนเจ็บบนถนน สิ่งสำคัญไม่ใช่การรีบเข้าไปยกร่างผู้บาดเจ็บทันที แต่คือการทำให้จุดเกิดเหตุปลอดภัย เรียกทีมฉุกเฉิน และเก็บข้อมูลที่ช่วยให้การเคลมประกันเดินหน้าได้ง่ายขึ้น
เห็นอุบัติเหตุบนถนน ควรเริ่มจากอะไร?
ก่อนลงจากรถ ให้มองรอบตัวก่อนว่ามีรถกำลังวิ่งเข้ามาหรือไม่ หากจอดรถได้อย่างปลอดภัย ให้เปิดไฟฉุกเฉิน ลดความเร็วของรถคันอื่น และจอดให้พ้นแนวการจราจร อย่ายืนอยู่กลางถนนหรือบริเวณทางโค้ง เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุซ้ำได้
- โทรแจ้งเหตุฉุกเฉินที่ 1669 หากมีผู้บาดเจ็บ หรือโทร 191 เมื่อต้องการตำรวจ
- บอกสถานที่ให้ชัด เช่น ชื่อถนน จุดสังเกต เลขกิโลเมตร หรือพิกัดจากโทรศัพท์
- แจ้งจำนวนผู้บาดเจ็บ อาการที่เห็น และความเสี่ยงใกล้จุดเกิดเหตุ เช่น น้ำมันรั่วหรือไฟไหม้
- หากทำได้ ให้ตั้งป้ายหรือสัญญาณเตือนในจุดที่ปลอดภัย ไม่เข้าไปขวางรถที่กำลังมา
อย่ารีบเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ
คนเจ็บอาจมีอาการบาดเจ็บที่คอ หลัง หรือกระดูก แม้ภายนอกดูเหมือนไม่เป็นอะไรมาก การยกหรือดึงตัวผิดท่าอาจทำให้อาการหนักขึ้นได้ จึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนเคลื่อนย้าย ยกเว้นมีอันตรายทันที เช่น รถกำลังจะชนซ้ำ มีไฟไหม้ หรือมีควันพิษ
ถ้าผู้บาดเจ็บรู้สึกตัว ให้พูดคุยด้วยน้ำเสียงสงบ บอกว่าความช่วยเหลือกำลังมา อย่าให้อาหาร น้ำ หรือยาเอง และอย่าถอดหมวกกันน็อกของผู้ขี่รถจักรยานยนต์ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นด้านการหายใจและมีผู้ที่รู้วิธีช่วยเหลืออยู่ตรงนั้น
ช่วยอย่างไรให้ไม่กระทบการเคลมประกัน?
การช่วยเหลือคนกับการเก็บหลักฐานทำพร้อมกันได้ โดยไม่เข้าไปยุ่งกับตำแหน่งรถหรือสิ่งของเกินจำเป็น หากปลอดภัย ให้ถ่ายภาพมุมกว้างของถนน ตำแหน่งรถ รอยเบรก ป้ายจราจร สภาพอากาศ และความเสียหายของรถแต่ละคัน ภาพเหล่านี้ช่วยอธิบายเหตุการณ์ได้ดีกว่าคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว
หากมีพยานเห็นเหตุการณ์ ควรขอชื่อและช่องทางติดต่อไว้ พยานไม่จำเป็นต้องตัดสินว่าใครผิด แค่เล่าตามที่เห็นจริงก็มีประโยชน์แล้ว หลีกเลี่ยงการโพสต์ภาพใบหน้า ทะเบียนรถ หรืออาการบาดเจ็บของผู้ประสบเหตุลงโซเชียล เพราะกระทบความเป็นส่วนตัวและอาจทำให้เรื่องบานปลาย
สำหรับคนที่ขับรถเป็นประจำ การมี กล้องติดรถยนต์ อาจช่วยบันทึกภาพก่อนและหลังการชนได้ โดยควรติดตั้งให้ไม่บังทัศนวิสัย และตรวจดูว่ากล้องบันทึกวันเวลาได้ถูกต้อง

ประกัน 3 พลัสช่วยเรื่องอะไร?
ประกัน 3 พลัสเป็นประกันรถยนต์ภาคสมัครใจที่ออกแบบมาให้คุ้มครองความเสียหายจากการชนในราคาที่มักเข้าถึงง่ายกว่าประกันชั้น 1 จุดเด่นคือคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ตามวงเงินในกรมธรรม์ รวมถึงคุ้มครองรถของผู้เอาประกันเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกและสามารถระบุคู่กรณีได้ ทั้งนี้รายละเอียดอาจต่างกันตามบริษัทและแผนที่เลือก
พูดง่าย ๆ คือ หากรถของเราชนกับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือยานพาหนะทางบกที่ระบุได้ ประกัน 3 พลัสอาจช่วยดูแลค่าซ่อมรถของเราในเงื่อนไขที่กำหนด แต่ถ้ารถเสียหายเองโดยไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยชนเสา ชนกำแพง หรือเฉี่ยวรั้วบ้าน ความเสียหายรถของเราอาจไม่อยู่ในความคุ้มครองแบบมาตรฐาน
3 พลัสไม่เหมือน พ.ร.บ.
พ.ร.บ. รถยนต์เป็นประกันภาคบังคับ เน้นช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านชีวิตและร่างกายตามกฎหมาย ส่วนประกัน 3 พลัสเป็นประกันภาคสมัครใจที่เพิ่มความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และอาจคุ้มครองรถของเราเมื่อเข้าเงื่อนไขการชน ดังนั้นมีเพียง พ.ร.บ. อาจยังไม่พอสำหรับความเสียหายต่อรถหรือทรัพย์สิน
ก่อนซื้อ ควรอ่านคำว่า “ทุนประกัน” “ค่าเสียหายส่วนแรก” “ยานพาหนะทางบก” และ “เงื่อนไขการระบุคู่กรณี” ให้เข้าใจ หากใช้รถในกรุงเทพฯ หรือเดินทางต่างจังหวัดบ่อย ความคุ้มครองที่เหมาะสมอาจต่างกัน อย่าดูแค่เบี้ยถูกที่สุด แต่ให้ดูวงเงินและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินด้วย
อ่านเพิ่มเติม: ถอดรหัส 5 ภัยพิบัติสุดพีกรอบตัว ที่คนไทยคาดไม่ถึง ประกันช่วยได้!
เมื่อเกิดเหตุ เจ้าของรถควรแจ้งประกันอย่างไร?
หลังทำให้จุดเกิดเหตุปลอดภัยแล้ว ให้โทรหาเบอร์แจ้งเคลมของบริษัทประกันทันที แจ้งเลขกรมธรรม์ ทะเบียนรถ สถานที่เกิดเหตุ เวลาโดยประมาณ และลักษณะการชน เจ้าหน้าที่จะส่งสำรวจภัยหรือแนะนำขั้นตอนต่อไป อย่าเพิ่งตกลงชดใช้ค่าเสียหายหรือยอมรับผิดแทนบริษัทประกันด้วยตัวเอง หากยังไม่มีข้อมูลครบ
- ถ่ายภาพรถและสภาพแวดล้อมหลายมุม โดยไม่เสี่ยงเข้าใกล้จุดอันตราย
- แลกข้อมูลชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ทะเบียนรถ และบริษัทประกันกับคู่กรณี
- จดชื่อและเบอร์ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ที่เข้าระงับเหตุ หากมีการทำบันทึกประจำวัน
- เก็บใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้บาดเจ็บ
- ตรวจกรมธรรม์ว่าต้องใช้เอกสารใด และส่งเอกสารผ่านช่องทางใด
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าหลายคนเคยเจอ สิ่งที่ทำให้เคลมช้าบ่อยที่สุดคือจำจุดเกิดเหตุไม่ได้และไม่มีภาพความเสียหายที่เห็นภาพรวม คำแนะนำง่าย ๆ คือ ตั้งสติ โทรแจ้งบริษัทก่อน แล้วค่อยเก็บข้อมูลเท่าที่ปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงเพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์แบบ
ถ้าเราเป็นผู้ช่วย แต่รถของเราเสียหายล่ะ?
หากรถของผู้ช่วยถูกชนระหว่างจอดช่วยคน ประกัน 3 พลัสของผู้ช่วยจะพิจารณาตามเงื่อนไขกรมธรรม์และการระบุคู่กรณี หากมีรถอีกคันเป็นฝ่ายชนและระบุได้ อาจเรียกร้องจากประกันของคู่กรณีได้ แต่ถ้าไม่มีคู่กรณีหรือไม่สามารถระบุรถได้ อาจไม่เข้าเงื่อนไขคุ้มครองรถของเรา
จึงควรจอดรถในตำแหน่งที่ไม่กีดขวางและเปิดไฟฉุกเฉินเสมอ หากต้องลงไปช่วย ให้พกเสื้อสะท้อนแสงหรือยืนในพื้นที่ปลอดภัย การมีน้ำใจไม่ควรทำให้เราเป็นผู้ประสบเหตุคนถัดไป
เช็กลิสต์สั้น ๆ จำง่ายเมื่อพบอุบัติเหตุ
- หยุดดูความปลอดภัย: ระวังรถสวน ไฟไหม้ และน้ำมันรั่ว
- โทรเรียกผู้เชี่ยวชาญ: ติดต่อ 1669 และ 191 ตามความจำเป็น
- ช่วยเท่าที่ทำได้: พูดปลอบใจ ห้ามเคลื่อนย้ายโดยไม่จำเป็น
- เก็บหลักฐาน: ถ่ายภาพและขอข้อมูลพยานเมื่อปลอดภัย
- แจ้งบริษัทประกัน: ใช้ข้อมูลจริงและทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
การมีประกัน 3 พลัสไม่ได้แปลว่าเราจะชนได้โดยไม่ต้องระวัง แต่เป็นแผนช่วยแบ่งเบาความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกวัน เลือกความคุ้มครองให้เหมาะกับรถ งบประมาณ และลักษณะการใช้งานของเรา พร้อมขับรถอย่างมีสติ เท่านี้ก็ช่วยทั้งตัวเองและคนรอบข้างได้มากขึ้นแล้ว
คุณเคยเจออุบัติเหตุบนถนนหรือเคยช่วยผู้ประสบเหตุไหม? มีวิธีไหนที่อยากแบ่งปันให้เพื่อน ๆ อ่านบ้าง เล่าไว้ในความคิดเห็นได้เลย
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 1 ก.ย. 2569 เวลา 17:56 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment