รถชนกันไฟลุกท่วม ไม่ใช่แค่ในหนัง! เปิดความคุ้มครองประกันรถยนต์ไฟไหม้ ที่หลายคนมองข้าม

ข่าวอุบัติเหตุรถชนซ้อนกัน 4 คันรวดบนสะพานพระราม 4 เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ทำเอาหลายคนใจหายไปตามๆ กันเลยใช่ไหมครับ? ภาพรถติดยาวเหยียดทำให้เรานึกถึงความวุ่นวายบนท้องถนน แต่มีอีกมุมหนึ่งที่น่ากลัวกว่านั้น และเป็นคำถามคาใจของคนมีรถหลายคนเลยคือ… ถ้าอุบัติเหตุมันรุนแรงจนเกิดไฟลุกท่วมขึ้นมาล่ะ? ประกันรถยนต์ไฟไหม้ที่เรามีอยู่จะช่วยอะไรได้บ้าง?

หลายคนอาจจะคิดว่าเหตุการณ์รถชนแล้วไฟไหม้คงมีให้เห็นแต่ในหนังแอ็คชั่น แต่ความจริงแล้วมันเกิดขึ้นได้เสมอครับ โดยเฉพาะรถยนต์สมัยใหม่ที่มีทั้งระบบไฟฟ้าที่ซับซ้อนและเชื้อเพลิงที่เป็นวัตถุไวไฟ การชนกระแทกอย่างรุนแรงอาจทำให้เกิดประกายไฟและลุกลามได้อย่างรวดเร็ว วันนี้เรามาคุยกันแบบง่ายๆ สบายๆ กันดีกว่า ว่าไอ้ความคุ้มครองเรื่องไฟไหม้เนี่ย มันทำงานยังไง และสำคัญกับเราแค่ไหนกันแน่

ประกันรถยนต์ไฟไหม้ คืออะไรกันแน่?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ‘ประกันไฟไหม้รถยนต์’ ไม่ได้มีขายแยกเป็นกรมธรรม์เดี่ยวๆ นะครับ แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของความคุ้มครองที่ ‘พ่วง’ มากับประกันรถยนต์ภาคสมัครใจบางประเภท โดยเฉพาะประกันชั้น 1 ที่ให้มาแบบเต็มๆ เลย

พูดง่ายๆ ก็คือ มันคือสัญญาที่บริษัทประกันจะชดใช้ค่าเสียหายให้เรา ในกรณีที่รถยนต์ของเราเกิดไฟไหม้ ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุอะไรก็ตาม (แต่ก็มีข้อยกเว้นบ้างนะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง)

ความคุ้มครองเรื่องอัคคีภัยจริงๆ แล้วมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าที่เราคิดนะครับ ใครสนใจเรื่องราวสนุกๆ ลองไป อ่านเพิ่มเติม: จากอดีตถึงปัจจุบัน: เจาะลึกประวัติประกันอัคคีภัยในประเทศไทย

คุ้มครองไฟไหม้จากอะไรบ้าง? แล้วแบบไหนที่ไม่คุ้มครอง?

นี่คือหัวใจสำคัญเลยครับ เพราะไม่ใช่ทุกกรณีที่ไฟไหม้แล้วจะเคลมได้เสมอไป มาดูกันชัดๆ เลยดีกว่า

กรณีที่ประกันคุ้มครอง:

  • ไฟไหม้จากอุบัติเหตุ: อันนี้ตรงไปตรงมาที่สุดครับ เช่น รถชนกันอย่างรุนแรงจนห้องเครื่องเสียหาย น้ำมันรั่ว แล้วเกิดประกายไฟจนลุกไหม้ แบบนี้เคลมได้แน่นอน
  • ไฟไหม้จากความบกพร่องของตัวรถ: เช่น ระบบไฟฟ้าในรถลัดวงจรเอง หรือท่อน้ำมันเสื่อมสภาพจนเกิดการรั่วซึมและติดไฟขึ้นมาเองโดยที่ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ แบบนี้ก็ยังอยู่ในความคุ้มครองครับ
  • ไฟไหม้จากปัจจัยภายนอก: เช่น จอดรถไว้ในอาคารที่เกิดไฟไหม้ หรือมีคนเผาหญ้าข้างทางแล้วไฟลามมาโดนรถเรา แบบนี้ก็เคลมได้เช่นกัน

จากข่าวรถชน 4 คันซ้อน... ประกันอัคคีภัยรถยนต์สำคัญแค่ไหนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ?

กรณีที่ประกันอาจไม่คุ้มครอง:

  • การจงใจเผารถตัวเอง: ถ้าบริษัทประกันพิสูจน์ได้ว่าเราตั้งใจเผารถเพื่อหวังเงินเคลม อันนี้ไม่จ่ายแน่นอน แถมยังผิดกฎหมายอาญาด้วยนะครับ
  • ความเสียหายจากการลัดวงจร (แต่ยังไม่เป็นเปลวไฟ): หากระบบไฟช็อต ทำให้แอร์ไม่เย็น หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสียหาย แต่ยังไม่มี ‘เปลวไฟ’ ลุกไหม้ขึ้นมา แบบนี้จะยังเคลมในหมวดไฟไหม้ไม่ได้ครับ
  • การดัดแปลงสภาพรถที่ไม่ได้มาตรฐาน: เช่น การติดตั้งระบบแก๊ส LPG/NGV จากร้านที่ไม่มีใบรับรอง หรือการแต่งเครื่องยนต์ที่ผิดหลักวิศวกรรมจนเป็นสาเหตุของไฟไหม้ กรณีแบบนี้บริษัทประกันอาจปฏิเสธการเคลมได้ครับ

แล้วประกันชั้นไหนให้ความคุ้มครองนี้บ้าง?

มาถึงคำถามยอดฮิตครับ ว่าประกันที่เราจ่ายๆ กันอยู่ทุกปีเนี่ย มันมีคุ้มครองไฟไหม้ให้เราหรือเปล่า

  • ประกันชั้น 1: คุ้มครอง 100% ครับ สบายใจได้เลย ทั้งกรณีรถชน ไฟไหม้ น้ำท่วม ครบจบในตัวเดียว
  • ประกันชั้น 2+ และ 3+: อันนี้ต้อง ‘เช็ครายละเอียดในกรมธรรม์’ ของคุณให้ดีครับ เพราะบางบริษัทก็มีพ่วงความคุ้มครองไฟไหม้/น้ำท่วมมาให้ในวงเงินที่จำกัด แต่บางบริษัทก็ไม่มีให้เลย
  • ประกันชั้น 2, ชั้น 3 และ พ.ร.บ.: ไม่คุ้มครองกรณีไฟไหม้จากทุกสาเหตุครับ จะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายของคู่กรณี (สำหรับชั้น 2,3) และค่ารักษาพยาบาล (สำหรับ พ.ร.บ.) เท่านั้น

ในมุมมองของนายหน้าประกันภัย สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือ การเข้าใจผิดว่าประกันทุกประเภทคุ้มครองเหมือนกัน จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอเคสนี้… รถเกิดไฟฟ้าลัดวงจรตอนกลางคืนแล้วไฟไหม้เสียหายทั้งคัน โชคดีที่ทำประกันชั้น 1 ไว้ ไม่อย่างนั้นคงต้องสูญเงินเป็นล้าน สิ่งสำคัญที่สุดตอนนั้นคือหลักฐานครับ การมี กล้องติดรถยนต์ ที่บันทึกเหตุการณ์ได้ก็ช่วยยืนยันที่มาที่ไปได้ว่าไม่ได้เกิดจากการจงใจวางเพลิง ทำให้การเคลมง่ายและรวดเร็วขึ้นเยอะเลยครับ

ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ต้องทำยังไง?

แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ การรู้ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสียหายและรักษาสิทธิ์ของเราได้ครับ

  1. ตั้งสติและออกจากรถทันที: ความปลอดภัยต้องมาก่อน อย่าพยายามเก็บของหรือห่วงทรัพย์สินในรถเด็ดขาดครับ
  2. โทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน: โทร 199 เพื่อแจ้งหน่วยดับเพลิง และโทร 191 เพื่อแจ้งตำรวจให้มายังที่เกิดเหตุ
  3. โทรแจ้งบริษัทประกัน: รีบโทรเข้า Call Center ของบริษัทประกันที่คุณทำไว้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่รับเรื่องและแนะนำขั้นตอนต่อไป
  4. ถ่ายรูปและวิดีโอ: หากคุณอยู่ในที่ปลอดภัยและสามารถทำได้ ให้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพหรือวิดีโอความเสียหายไว้เป็นหลักฐานเบื้องต้น

สุดท้ายนี้ การมีประกันที่ให้ความคุ้มครองเรื่องไฟไหม้ติดรถไว้ก็เหมือนมีร่มตอนฝนจะตกครับ เราอาจจะไม่ได้ใช้มันทุกวัน แต่ถ้าวันไหนที่ต้องใช้ขึ้นมาจริงๆ มันจะช่วยให้เราไม่ต้องเปียกปอนไปกับค่าเสียหายที่อาจจะสูงจนน่าตกใจเลยทีเดียว

แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ เคยมีประสบการณ์เฉียดๆ หรือมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับเรื่องประกันไฟไหม้รถยนต์กันบ้างไหม? ลองคอมเมนต์คุยกันได้นะครับ

อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 30 มี.ค. 2569 เวลา 19:00 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)

✍️ บทความนี้เขียนและตรวจสอบความถูกต้องโดย: ทีมงานนายหน้าประกันวินาศภัย Khumphai.com เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เอาประกัน
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)

สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

แชทสอบถามทาง Line คลิกที่นี่

About Khumphai.com 409 Articles
นายหน้าประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Khumphai.com ด้วยพื้นฐานการเป็นวิศวกร จึงเข้าใจถึงความสำคัญของการมีหลักประกันที่มั่นคงในยามวิกฤต มุ่งมั่นนำเสนอข้อมูลด้านประกันภัยที่ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา เพื่อให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครองที่เหมาะสมที่สุด เลขที่ใบอนุญาต ประกันวินาศภัย : 6804000691 นาย กำพล พันธ์ประยูร สอบถามเพิ่มเติมโทร 089-341-7740 หรือ Email:kamphon7287@gmail.com

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*