เพิ่งได้ดูข่าวตำรวจสหรัฐฯ ไล่ล่ารถผู้ต้องสงสัยจนเกิดอุบัติเหตุใหญ่โตแล้วรู้สึกใจหายวาบเลยใช่ไหมครับ ภาพการขับรถด้วยความเร็วสูงบนท้องถนนแบบนั้นมันน่ากลัวจริงๆ พอดูข่าวจบก็อดคิดตามไม่ได้ว่า อุบัติเหตุบนท้องถนนบ้านเราก็น่ากลัวไม่แพ้กัน และในแต่ละปีที่เราต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเบี้ยประกันรถยนต์ไปไม่น้อย พอถึงช่วงเวลาสำคัญอย่างการยื่นภาษี หลายคนก็มีความหวังเล็กๆ ว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะช่วยเรื่อง ลดหย่อนภาษีประกันรถยนต์ ได้บ้าง… คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตที่คาใจคนมีรถทุกคน วันนี้เราจะมาไขคำตอบให้เคลียร์ชัดๆ กันไปเลยครับ
สรุปให้เคลียร์! เบี้ยประกันรถยนต์ลดหย่อนภาษีได้หรือไม่?
ขอตอบตรงนี้ให้ชัดเจนและเข้าใจง่ายที่สุดเลยนะครับว่า โดยทั่วไปแล้ว เบี้ยประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (เช่น ประกันชั้น 1, 2+, 3+, หรือชั้น 3) และเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไม่สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ครับ
อาจจะฟังดูน่าเสียดาย แต่เป็นเรื่องจริงตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรครับ
แล้วทำไมประกันรถยนต์ถึงลดหย่อนภาษีไม่ได้ล่ะ?
เหตุผลง่ายๆ ก็คือ นโยบายการลดหย่อนภาษีของภาครัฐมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมให้ประชาชนมีการออมเงินในระยะยาว (ผ่านประกันชีวิต) และมีการสร้างหลักประกันด้านสุขภาพให้กับตัวเองและครอบครัว (ผ่านประกันสุขภาพ) มากกว่าการคุ้มครองทรัพย์สินครับ
ประกันรถยนต์จัดอยู่ในหมวด ‘ประกันวินาศภัย’ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อคุ้มครองและชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ ‘ทรัพย์สิน’ (คือรถยนต์ของเราและคู่กรณี) จึงไม่เข้าเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีนั่นเอง

แล้วประกันอะไรบ้างที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้จริง?
ถึงแม้ประกันรถยนต์จะลดหย่อนไม่ได้ แต่ก็มีประกันประเภทอื่นที่คุณสามารถใช้สิทธิ์ได้เต็มที่ครับ มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง:
- ประกันชีวิตทั่วไป: สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
- ประกันสุขภาพตัวเอง: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับประกันชีวิตทั่วไปแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
- ประกันสุขภาพบิดามารดา: หากท่านมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี เราสามารถลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพของท่านได้สูงสุด 15,000 บาท
- ประกันชีวิตแบบบำนาญ: สามารถลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
หลายคนอาจจะสับสนกับ พ.ร.บ. เพราะเป็นประกันที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี และต้องต่อภาษีทุกปี ซึ่งเอกสารสองอย่างนี้มักจะอยู่คู่กันใน กรอบป้ายภาษีรถยนต์ พรบ.อะคริลิคใส เกรด A ที่เราติดไว้หน้ารถ แต่ถึงแม้จะสำคัญและจำเป็นแค่ไหน ในทางภาษีก็ยังไม่สามารถนำเบี้ยส่วนนี้มาลดหย่อนได้ครับ
ในมุมมองของนายหน้าประกันภัย สิ่งที่ต้องย้ำกับลูกค้าเสมอคือ ‘ประกันที่ลดหย่อนภาษีได้’ มักจะเป็นประกันที่คุ้มครอง ‘บุคคล’ เป็นหลักครับ เช่น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ไม่ใช่ประกันที่คุ้มครอง ‘ทรัพย์สิน’ อย่างตัวรถยนต์ครับ
ซึ่งเรื่องความคุ้มครองที่เกี่ยวกับ ‘บุคคล’ ในสถานการณ์ไม่คาดฝันก็มีหลายแง่มุมที่น่าสนใจครับ อย่างเช่น…
อ่านเพิ่มเติม: กรณีศึกษา: คลอดลูกในรถจากอุบัติเหตุ พ.ร.บ.รถยนต์ คุ้มครองหรือไม่? เปิดลิสต์ความคุ้มครองที่คุณอาจไม่เคยรู้
สรุปง่ายๆ ก่อนยื่นภาษี
แม้ว่าเบี้ยประกันรถยนต์ที่เราจ่ายไปทุกปีจะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ แต่การมีประกันรถยนต์ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งนะครับ เพราะมันช่วยเปลี่ยนความเสียหายหนักให้เป็นเบาได้ในยามเกิดเหตุไม่คาดฝัน เหมือนที่เราเห็นในข่าว
ส่วนการลดหย่อนภาษี ให้เราโฟกัสไปที่ประกันชีวิตและประกันสุขภาพแทน เพื่อวางแผนการเงินและสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของเราและครอบครัวในระยะยาวครับ
แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ เคยเข้าใจผิดเรื่องนี้กันบ้างไหม หรือมีทริคลดหย่อนภาษีเด็ดๆ จากประกันตัวอื่นมาแชร์กันบ้างหรือเปล่า? คอมเมนต์คุยกันได้เลยนะครับ!
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 9 เม.ย. 2569 เวลา 18:21 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment