ข่าว สสส. ก.คมนาคม และสถาบันยุวทัศน์ฯ เดินหน้ากิจกรรมขับขี่ปลอดภัย ชวนเยาวชนขี่มอเตอร์ไซค์อย่างเท่และรับผิดชอบ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มการสวมหมวกนิรภัย เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ประเด็นนี้ทำให้เห็นว่า ต่อประกันรถยนต์ ไม่ใช่แค่เรื่องจ่ายเบี้ยแล้วจบ แต่เป็นการวางแผนรับมือความเสี่ยงให้เหมาะกับชีวิตจริงด้วย
ไม่ว่าจะขับรถในกรุงเทพฯ รถติดบนถนนรัชดาฯ เดินทางขึ้นเหนือ หรือใช้มอเตอร์ไซค์ไปเรียนและไปทำงาน อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้เสมอ การเตรียมทั้งความปลอดภัยและความคุ้มครองจึงช่วยให้เรารับมือเหตุไม่คาดคิดได้ดีขึ้น
ก่อนหมดอายุกรมธรรม์ ควรเริ่มเช็กตอนไหน
อย่ารอให้กรมธรรม์หมดอายุแล้วค่อยหาข้อมูล เพราะอาจไม่มีเวลาตรวจรายละเอียด หรือเผลอขับรถในช่วงที่ไม่มีความคุ้มครอง ควรเริ่มทบทวนล่วงหน้าประมาณ 30 วัน โดยดูวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดในหน้าตารางกรมธรรม์ให้ชัดเจน
หากมีแผนเดินทางไกล เช่น ขับรถกลับบ้านต่างจังหวัดช่วงสงกรานต์หรือปีใหม่ ควรจัดการเรื่องประกันให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง อย่าลืมตรวจใบขับขี่ วันหมดอายุของ พ.ร.บ. และภาษีรถควบคู่กันไปด้วย
เช็กความคุ้มครองให้ตรงกับการใช้งาน
เบี้ยถูกที่สุดอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่คุ้มที่สุด คำถามสำคัญคือ รถของเราใช้งานแบบไหน และถ้าเกิดเหตุขึ้น เราต้องการให้ใครช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้าง
ประกันชั้น 1
เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองกว้าง ทั้งรถชน รถหาย ไฟไหม้ และความเสียหายจากอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยชนเสา ขูดกำแพง หรือชนรั้วบ้าน โดยต้องอ่านเงื่อนไขเรื่องค่าเสียหายส่วนแรกและข้อยกเว้นให้ละเอียด
รถใหม่ รถที่ยังผ่อนอยู่ หรือรถที่ใช้เดินทางทุกวันอาจเหมาะกับความคุ้มครองแบบนี้ เพราะค่าใช้จ่ายซ่อมรถในปัจจุบันค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม ควรดูทุนประกันว่าเพียงพอกับมูลค่ารถหรือไม่
ประกันชั้น 2+ และ 3+
ประกัน 2+ มักคุ้มครองรถชนกับยานพาหนะที่ระบุคู่กรณีได้ รวมถึงรถหายและไฟไหม้ ส่วน 3+ เน้นความเสียหายจากการชนกับยานพาหนะที่มีคู่กรณี เหมาะกับรถที่มีอายุหลายปีและเจ้าของรถต้องการควบคุมค่าเบี้ย
จุดที่ต้องถามให้ชัดคือ คุ้มครองรถหายหรือไฟไหม้หรือไม่ ต้องมีภาพหลักฐานแบบใด และกรณีชนแล้วคู่กรณีหนีจะใช้ความคุ้มครองได้หรือไม่ เพราะแต่ละแผนอาจมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน
ประกันชั้น 3
เหมาะกับคนที่ต้องการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นหลัก เช่น ค่าซ่อมรถของคู่กรณีหรือค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินที่กำหนด แต่โดยทั่วไปไม่คุ้มครองความเสียหายของรถเราเองเมื่อเป็นฝ่ายผิด จึงควรเลือกวงเงินให้เหมาะกับความเสี่ยงและพื้นที่ที่ขับขี่
ดูวงเงินสำคัญอะไรบ้าง
เวลาขอใบเสนอราคา อย่าดูแค่ยอดเบี้ย ให้เปิดดูวงเงินทีละรายการ โดยเฉพาะความรับผิดต่อบุคคลภายนอก หากเกิดเหตุชนรถหลายคันหรือมีผู้บาดเจ็บ วงเงินที่น้อยเกินไปอาจทำให้ต้องจ่ายส่วนต่างด้วยตัวเอง
- ความเสียหายต่อชีวิตและร่างกาย: ดูวงเงินต่อคนและต่อครั้ง
- ความเสียหายต่อทรัพย์สิน: ตรวจว่าครอบคลุมค่าซ่อมรถและทรัพย์สินของคู่กรณีเพียงใด
- ทุนประกันรถยนต์: เปรียบเทียบกับราคาตลาดและสภาพรถ
- ค่ารักษาพยาบาล: ดูความคุ้มครองผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
- อุบัติเหตุส่วนบุคคล: ตรวจจำนวนคนและวงเงินที่คุ้มครอง
- ค่าเสียหายส่วนแรก: เช็กว่าต้องจ่ายเองเมื่อเกิดเหตุแบบใดและจำนวนเท่าไร
พ.ร.บ. ช่วยคุ้มครองผู้ประสบภัยตามกฎหมาย แต่มีขอบเขตและวงเงินตามที่กำหนด ไม่ควรคิดว่าใช้แทนประกันภาคสมัครใจได้ทั้งหมด การมีความคุ้มครองทั้งสองส่วนช่วยลดภาระเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่า

ทำอย่างไรให้เบี้ยเหมาะกับงบ
เริ่มจากกำหนดงบที่จ่ายไหวจริง แล้วเปรียบเทียบแผนที่มีความคุ้มครองใกล้เคียงกัน อย่าเปรียบเทียบเฉพาะราคา เพราะแผนที่ถูกกว่าอาจลดวงเงิน เพิ่มค่าเสียหายส่วนแรก หรือไม่รวมความคุ้มครองบางอย่าง
ประวัติการขับขี่ก็มีผลต่อราคา หากปีที่ผ่านมาไม่เคยเคลมในลักษณะที่ทำให้เสียประวัติ อาจมีส่วนลดตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน นอกจากนี้ การเลือกซ่อมอู่แทนซ่อมห้าง การระบุผู้ขับขี่ หรือการเลือกความคุ้มครองที่เหมาะกับอายุรถ อาจช่วยให้เบี้ยลดลงได้
แต่ก่อนเลือกซ่อมอู่ ควรดูรายชื่ออู่ใกล้บ้านและคุณภาพงานจริงด้วย รถเสียหายแล้วต้องเดินทางไกลไปซ่อมอาจไม่สะดวก ส่วนรถใหม่ที่ยังอยู่ในเงื่อนไขรับประกันจากผู้ผลิต อาจต้องพิจารณาซ่อมห้างเพื่อรักษาสิทธิ์บางประการ
เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียม
การเตรียมข้อมูลให้ครบช่วยให้ประเมินเบี้ยได้เร็วและลดความผิดพลาด ควรมีสำเนาทะเบียนรถ เลขตัวถัง ยี่ห้อและรุ่น ปีจดทะเบียน ลักษณะการใช้รถ และข้อมูลผู้ขับขี่ตามที่บริษัทขอ
- ภาพถ่ายรถรอบคันที่เห็นป้ายทะเบียนชัดเจน
- ภาพเลขตัวถังหรือเลขไมล์ หากบริษัทประกันร้องขอ
- ข้อมูลกรมธรรม์เดิมและประวัติการเคลม
- ข้อมูลอุปกรณ์ตกแต่งที่ติดตั้งเพิ่มเติม
- ข้อมูลการใช้งาน เช่น ใช้ส่วนบุคคล ใช้ส่งของ หรือใช้รับจ้าง
หากข้อมูลการใช้รถไม่ตรงกับความจริง อาจมีผลต่อการพิจารณาสินไหมในบางกรณี ดังนั้นควรแจ้งตามการใช้งานจริง ไม่ควรเลือกประเภทการใช้งานเพียงเพราะคิดว่าจะทำให้เบี้ยถูกลง
เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ควรทำอะไรเป็นลำดับแรก
สิ่งแรกคือหยุดรถในจุดที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉิน และตรวจดูว่ามีผู้บาดเจ็บหรือไม่ หากมีผู้บาดเจ็บให้โทรขอความช่วยเหลือจากหน่วยฉุกเฉินทันที อย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บโดยไม่จำเป็น เว้นแต่มีอันตรายรอบตัว
จากนั้นโทรแจ้งบริษัทประกันตามเบอร์ที่อยู่บนบัตรหรือกรมธรรม์ ถ่ายภาพตำแหน่งรถ ป้ายทะเบียน ความเสียหาย สภาพถนน และสัญญาณจราจรไว้ หากมีพยานให้ขอชื่อและช่องทางติดต่ออย่างสุภาพ อุปกรณ์อย่าง กล้องติดรถยนต์ ก็ช่วยบันทึกเหตุการณ์และลำดับเวลาได้ แต่ไม่ควรเผยแพร่คลิปของผู้อื่นโดยไม่ระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล
อย่ารีบเซ็นยอมรับผิดหรือรับปากจ่ายเงินเอง หากยังไม่เข้าใจข้อเท็จจริง ควรรอเจ้าหน้าที่สำรวจภัยและประสานงานก่อน ในกรณีคู่กรณีตกลงกันได้ ก็ควรบันทึกข้อมูลรถและเอกสารให้ครบ
ความปลอดภัยต้องมาก่อนการเคลม
การมีประกันช่วยเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ไม่อาจย้อนเวลาแก้เหตุได้ การคาดเข็มขัดนิรภัยทั้งคนขับและผู้โดยสาร การสวมหมวกนิรภัยที่รัดสายอย่างถูกต้อง และการไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ล้วนลดโอกาสบาดเจ็บได้
หากต้องดูเส้นทางหรือรับสาย ควรจอดในจุดปลอดภัยก่อน ที่วางโทรศัพท์ในรถยนต์ลายการ์ตูนน่ารักอาจช่วยวางโทรศัพท์ให้มองเห็นแผนที่ได้สะดวกขึ้น แต่ไม่ควรใช้เป็นเหตุให้ก้มดูหน้าจอระหว่างรถกำลังเคลื่อนที่
อ่านเรื่องความคุ้มครองคนเพิ่มเติมได้ที่ อุบัติเหตุไม่คาดฝัน! เจาะลึก 5 ข้อต้องรู้เกี่ยวกับประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) เพราะประกันรถยนต์กับประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลทำหน้าที่ต่างกัน และอาจช่วยเสริมกันได้
มุมมองจากประสบการณ์หน้างาน
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอ เคสที่สร้างความกังวลมากมักไม่ใช่แค่รถเสีย แต่คือการไม่รู้ว่ากรมธรรม์คุ้มครองอะไรและต้องติดต่อใครก่อนเกิดเหตุ การอ่านตารางความคุ้มครองล่วงหน้าเพียงไม่กี่นาที ช่วยให้ตัดสินใจได้มั่นใจขึ้นมาก
ในมุมมองของนายหน้าประกันภัย สิ่งที่ควรระวังที่สุดคือการเลือกแผนจากราคาอย่างเดียว ควรเทียบวงเงิน เงื่อนไขซ่อม ค่าเสียหายส่วนแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินไปพร้อมกัน
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ
- วันหมดอายุกรมธรรม์และ พ.ร.บ. ยังไม่ตรงกันหรือไม่
- ประเภทประกันเหมาะกับอายุรถและการใช้งานหรือไม่
- ทุนประกันและวงเงินคู่กรณีเพียงพอหรือไม่
- มีค่าเสียหายส่วนแรกเท่าไร
- ซ่อมห้างหรือซ่อมอู่ และมีอู่ใกล้บ้านหรือไม่
- มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน รถลาก หรือรถใช้ระหว่างซ่อมหรือไม่
- ช่องทางแจ้งเหตุใช้งานง่ายและติดต่อได้ตลอดเวลาหรือไม่
- ข้อมูลผู้ขับขี่และลักษณะการใช้รถตรงกับความจริงหรือไม่
การทบทวนกรมธรรม์ทุกปีทำให้เราไม่จ่ายเงินกับความคุ้มครองที่ไม่จำเป็น และไม่พลาดความคุ้มครองที่สำคัญ เมื่อขับขี่อย่างมีวินัยควบคู่กับการวางแผนประกันที่เหมาะสม ทุกเส้นทางก็อุ่นใจขึ้นได้
คุณใช้รถแบบไหน และให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากที่สุดระหว่างเบี้ยประกันที่ประหยัด วงเงินคุ้มครอง หรือบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ลองเล่าให้ฟังในช่องความคิดเห็นได้เลย
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 26 ก.ค. 2569 เวลา 23:51 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment