ข่าวสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย วันที่ 6 ก.ย. 69 ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2569 ทำให้เห็นอีกครั้งว่าเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นถนนในกรุงเทพฯ ทางด่วน หรือถนนต่างจังหวัด หากกำลังค้นหาเรื่อง เคลมประกันรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุ สิ่งสำคัญไม่ใช่การรีบโต้เถียง แต่คือการตั้งสติและทำตามขั้นตอนให้ถูกต้อง
หลายคนพอได้ยินเสียงชนก็ใจเต้นแรง บางคนรีบลงจากรถไปถามคู่กรณี บางคนลืมถ่ายรูปจนหลักฐานไม่ครบ แล้วต้องเสียเวลาเคลียร์เรื่องภายหลัง ลองเปลี่ยนเหตุการณ์วุ่นวายให้เป็นขั้นตอนง่าย ๆ กันดีกว่า เพราะการรู้ล่วงหน้าช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้นในเวลาที่กำลังตกใจ
หลังรถชน สิ่งแรกที่ต้องทำคืออะไร?
ก่อนคิดเรื่องค่าเสียหาย ให้ดูความปลอดภัยก่อน หากมีคนเจ็บ ให้โทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที และแจ้งตำรวจที่หมายเลข 191 หากมีเหตุรุนแรง มีผู้บาดเจ็บ หรือรถกีดขวางการจราจร อย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเองถ้าไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง
ถ้าไม่มีผู้บาดเจ็บ ให้เปิดไฟฉุกเฉิน และนำรถไปจอดในจุดที่ปลอดภัยเมื่อทำได้ เช่น ไหล่ทางหรือบริเวณที่ไม่กีดขวางรถคันอื่น แต่ควรถ่ายภาพตำแหน่งรถไว้ก่อนเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะกรณีที่ต้องพิสูจน์ว่าใครอยู่เลนไหน หรือรถชนกันในลักษณะใด
จำง่าย ๆ ด้วยหลัก “หยุด ดู โทร เก็บ”
- หยุด: หยุดรถและตั้งสติ อย่ารีบขับหนีหรือรับผิดทันทีโดยยังไม่รู้รายละเอียด
- ดู: ตรวจคนในรถ คู่กรณี และสภาพแวดล้อมว่ามีอันตรายเพิ่มเติมหรือไม่
- โทร: โทรหาบริษัทประกันตามเบอร์บนหน้าตารางกรมธรรม์หรือบัตรประกัน
- เก็บ: เก็บภาพ วิดีโอ ชื่อ เบอร์โทร และข้อมูลที่จำเป็นของเหตุการณ์
แจ้งบริษัทประกันอย่างไรให้เจ้าหน้าที่มาถึงไว?
โทรแจ้งบริษัทประกันทันที อย่ารอจนกลับถึงบ้าน เพราะเจ้าหน้าที่จะได้ช่วยแนะนำสิ่งที่ควรทำและจัดส่งสำรวจภัยไปยังจุดเกิดเหตุได้เร็วขึ้น ตอนโทร ควรบอกข้อมูลให้ครบและพูดช้า ๆ แม้จะกำลังตกใจก็ตาม
- เลขทะเบียนรถ และชื่อผู้เอาประกัน
- สถานที่เกิดเหตุ เช่น ชื่อถนน จุดสังเกต ปากซอย หรือพิกัดจากโทรศัพท์
- เวลาที่เกิดเหตุโดยประมาณ
- ลักษณะการชนและจำนวนรถที่เกี่ยวข้อง
- มีผู้บาดเจ็บ รถขวางถนน หรือมีทรัพย์สินของทางราชการเสียหายหรือไม่
หากรถมีประกันชั้น 1 เจ้าหน้าที่มักเข้าตรวจสอบความเสียหายตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ส่วนประกันประเภท 2+, 3+ หรือประกันชั้น 3 จะมีความคุ้มครองแตกต่างกัน เช่น บางแผนคุ้มครองเฉพาะรถคู่กรณี หรือคุ้มครองรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะที่ระบุได้ ดังนั้นอย่าเดาเองว่ากรมธรรม์คุ้มครองอะไร ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิให้ชัดเจน
ถ่ายภาพหลักฐานแบบไหนจึงช่วยเรื่องเคลม?
ภาพถ่ายที่ดีควรเล่าเรื่องได้ ตั้งแต่ภาพกว้างที่เห็นถนนและตำแหน่งรถ ไปจนถึงภาพใกล้ที่เห็นรอยชน ป้ายทะเบียน และความเสียหายแต่ละจุด ถ่ายไว้หลายมุมโดยไม่ตัดส่วนสำคัญออก
- ถ่ายภาพรถทุกคันจากด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง
- ถ่ายภาพรอยบุบ รอยขีดข่วน กระจกแตก และชิ้นส่วนที่หลุด
- ถ่ายป้ายทะเบียนรถคู่กรณีให้เห็นชัด
- ถ่ายเส้นจราจร สัญญาณไฟ ป้ายหยุด และตำแหน่งรถก่อนเคลื่อนย้าย
- ถ่ายภาพเศษชิ้นส่วน รอยเบรก หรือสิ่งกีดขวางที่เกี่ยวข้อง หากปลอดภัยพอที่จะทำ
- บันทึกวิดีโอสั้น ๆ ของสถานที่โดยไม่ขัดขวางการจราจร
ถ้ามีพยาน ให้ขอชื่อและเบอร์โทรไว้ด้วย บางครั้งคำให้การของพยานช่วยอธิบายเหตุการณ์ได้ดี โดยเฉพาะตอนที่คู่กรณีให้ข้อมูลไม่ตรงกัน สำหรับคนที่ขับรถในกรุงเทพฯ หรือเดินทางไกลเป็นประจำ กล้องติดรถยนต์ ก็เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยบันทึกเหตุการณ์บนถนนได้ แต่ควรติดตั้งให้ไม่บังทัศนวิสัย และใช้งานโดยไม่หยิบจับขณะขับรถ

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
เอกสารอาจต่างกันตามบริษัทและประเภทเคลม แต่โดยทั่วไปควรเตรียมเอกสารเหล่านี้ไว้ให้พร้อม
- บัตรประชาชนของผู้เอาประกัน
- ใบขับขี่ของผู้ขับรถในวันเกิดเหตุ
- สำเนาทะเบียนรถ
- หน้าตารางกรมธรรม์ หรือข้อมูลประกันในแอปของบริษัท
- ใบเคลมหรือเอกสารที่เจ้าหน้าที่สำรวจภัยออกให้
- เอกสารจากตำรวจหรือใบรับรองแพทย์ หากมีผู้บาดเจ็บหรือมีคดี
ถ้าเอกสารบางอย่างอยู่ในรถที่ขับต่อไม่ได้ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ อย่าฝืนขับรถที่มีความเสียหายจนไม่ปลอดภัย และอย่าเซ็นเอกสารที่อ่านไม่เข้าใจ หากมีข้อสงสัย ให้ถามว่าเอกสารนั้นเกี่ยวกับอะไร มีผลต่อสิทธิของเราอย่างไร และต้องส่งให้ใคร
เคลมสดกับเคลมแห้งต่างกันอย่างไร?
เคลมสด คือการแจ้งเหตุทันทีที่เกิดอุบัติเหตุ แล้วให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ วิธีนี้เหมาะกับกรณีที่มีคู่กรณี มีผู้บาดเจ็บ หรือยังไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร
เคลมแห้ง คือการแจ้งความเสียหายภายหลัง เช่น รถมีรอยจากเหตุที่จำวันและสถานที่ได้ แต่ตอนเกิดเหตุไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที การรับเคลมจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทและหลักฐานที่มี บางกรณีอาจต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก หรือบริษัทอาจขอตรวจสอบเพิ่มเติม
อย่าซ่อมรถหรือลบรอยก่อนบริษัทประกันตรวจสอบ เว้นแต่เป็นการแก้ไขชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย เช่น ปิดกระจกที่แตกเพื่อกันฝน แล้วควรถ่ายรูปไว้และเก็บใบเสร็จค่าใช้จ่ายให้ครบ
เลือกอู่ซ่อมและติดตามงานอย่างไร?
หลังได้รับใบเคลม ให้ตรวจสอบว่าเข้าซ่อมที่อู่ในเครือหรือศูนย์บริการใดได้บ้าง ถ้าต้องการซ่อมศูนย์ ควรดูว่ากรมธรรม์ระบุความคุ้มครองไว้หรือไม่ รวมทั้งถามเรื่องอะไหล่ ระยะเวลาซ่อม การรับประกันงานซ่อม และค่าใช้จ่ายที่อาจต้องจ่ายเพิ่ม
ก่อนฝากรถ ควรถ่ายภาพรอบคันและนำของมีค่าออกจากรถ เมื่อรับรถคืน ให้ทดลองไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว แอร์ กระจก และระบบล็อกต่าง ๆ หากพบความผิดปกติ ให้แจ้งอู่ทันที อย่าเพิ่งเซ็นรับรถแบบไม่มีข้อสังเกต
ควรจดชื่อผู้ประสานงาน เลขที่เคลม และวันที่นัดหมายไว้ในโทรศัพท์ หากอู่ล่าช้ากว่ากำหนด ให้ติดต่อทั้งอู่และบริษัทประกันเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น แชตหรืออีเมล เพื่อให้มีหลักฐานติดตามเรื่อง
อ่านเพิ่มเติม: 4 ขั้นตอนรับความช่วยเหลือหลังอุบัติเหตุทางจราจร รู้ไว้สบายใจ เคลมไวขึ้น
ถ้าคู่กรณีไม่มีประกัน ต้องทำอย่างไร?
อย่าเพิ่งตกลงจ่ายเงินหรือยอมความด้วยวาจาเพียงอย่างเดียว ให้ถ่ายภาพและแลกข้อมูลกันก่อน หากมีประกันรถยนต์ ให้บริษัทของเราเข้ามาช่วยตรวจสอบตามสิทธิในกรมธรรม์ กรณีมีผู้บาดเจ็บ อาจเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. รถยนต์และสิทธิการรักษา ควรเก็บใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์ และเอกสารจากโรงพยาบาลไว้ให้ครบ
หากคู่กรณีขับรถหนี ให้จำหรือถ่ายเลขทะเบียน สีรถ รุ่นรถ และทิศทางที่ขับไปเท่าที่ทำได้ จากนั้นแจ้งตำรวจและบริษัทประกันทันที อย่าขับไล่ตาม เพราะอาจเกิดอันตรายเพิ่ม
มุมมองจากหน้างานที่อยากฝากไว้
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าหลายคนเคยเจอ สิ่งที่ทำให้เคลมสะดุดไม่ใช่รอยชนใหญ่เสมอไป แต่คือการไม่มีภาพตำแหน่งรถและการรีบเซ็นยอมรับผิดโดยยังไม่รู้ข้อเท็จจริง การตั้งสติ ถ่ายหลักฐาน และโทรหาบริษัทก่อน จึงช่วยลดความกังวลได้มาก
เช็กลิสต์สั้น ๆ ก่อนขับรถทุกวัน
- บันทึกเบอร์แจ้งเหตุของบริษัทประกันไว้ในโทรศัพท์
- ตรวจว่ากรมธรรม์และใบขับขี่ยังไม่หมดอายุ
- พกสำเนาทะเบียนรถหรือเก็บเอกสารไว้ในแอปที่เปิดดูได้
- ตรวจกล้องติดรถยนต์และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเป็นระยะ
- คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และไม่ใช้โทรศัพท์ระหว่างขับรถ
อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีใครตั้งใจ แต่การเตรียมตัวทำได้ตั้งแต่วันนี้ รู้เบอร์ประกัน รู้สิทธิของตัวเอง และรู้ว่าต้องเก็บหลักฐานอะไร เมื่อถึงเวลาจริง เราจะรับมือได้เย็นขึ้นและเคลมได้เป็นขั้นตอนมากขึ้น คุณเคยเจอสถานการณ์รถชนแบบไหน หรือมีเคล็ดลับอะไรที่อยากแบ่งปันกับคนขับรถคนอื่นบ้าง มาเล่าให้ฟังในช่องความคิดเห็นได้เลย
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 7 ก.ย. 2569 เวลา 09:21 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment