อุบัติเหตุมอเตอร์เวย์ กม.92 เตือนภัยคนขับ: เคลมประกันอย่างไร ค่าเสียหายและเอกสารภาษีต้องรู้

ข่าว ประกันรถยนต์กรณีอุบัติเหตุบนมอเตอร์เวย์ กลับมาเป็นเรื่องที่คนขับรถพูดถึงอีกครั้ง หลังเกิดอุบัติเหตุบนมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ช่วง กม.92 กรุงเทพฯ – บ้านฉาง ขาออก เมื่อเวลา 13.36 น. เหตุการณ์กีดขวางช่องทางขวา 2 ช่องทาง เจ้าหน้าที่เร่งเคลื่อนย้ายรถ และเมื่อเวลา 14.21 น. มีรถสะสมยาวประมาณ 5.8 กิโลเมตร ข่าวนี้เตือนใจว่า แม้ถนนจะกว้างและขับได้เร็ว แต่ความเสี่ยงก็ยังอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

ถ้าต้องติดอยู่กลางรถติดจากอุบัติเหตุ คุณจะทำอย่างไรเป็นอย่างแรก? คำตอบไม่ใช่แค่รีบลงจากรถไปดูเหตุการณ์ แต่คือการตั้งสติ รักษาความปลอดภัย และรู้ว่าประกันรถยนต์ของตัวเองช่วยอะไรได้บ้าง

อุบัติเหตุบนมอเตอร์เวย์ต่างจากถนนทั่วไปอย่างไร

มอเตอร์เวย์เป็นถนนที่รถใช้ความเร็วสูง รถแต่ละคันจึงอยู่ใกล้กันมากในช่วงรถติด เมื่อมีรถชน รถเสีย หรือมีสิ่งของตกบนถนน รถด้านหลังอาจเบรกไม่ทันได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงทางโค้ง จุดรวมรถ หรือช่วงที่ทัศนวิสัยไม่ดี

อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ เมื่อเกิดเหตุบนมอเตอร์เวย์ การจราจรอาจสะสมอย่างรวดเร็ว รถที่เคยวิ่งตามปกติอาจหยุดนิ่งหลายกิโลเมตร ผู้ขับขี่จึงควรเว้นระยะห่าง ไม่ขับจี้ท้าย และมองกระจกหลังบ่อย ๆ เพื่อเตรียมทางหนีหากมีรถคันอื่นพุ่งเข้ามา

ถ้าเกิดอุบัติเหตุบนมอเตอร์เวย์ ควรทำอะไรบ้าง

1. เช็กคนก่อนเช็กรถ

ให้ดูว่าตัวเองและผู้โดยสารบาดเจ็บหรือไม่ หากมีผู้บาดเจ็บ ให้โทรแจ้งหน่วยฉุกเฉินทันที และอย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บที่อาจมีอาการเจ็บคอหรือหลัง หากไม่จำเป็น

เปิดไฟฉุกเฉินและนำรถไปจอดในจุดที่ปลอดภัยเท่าที่ทำได้ หากรถยังเคลื่อนได้ ควรขยับพ้นช่องทางหลัก แต่ต้องทำเมื่อแน่ใจว่าไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการชนซ้ำ

2. โทรแจ้งบริษัทประกัน

โทรหาบริษัทประกันตามหมายเลขที่อยู่บนบัตรประกันหรือกรมธรรม์ แจ้งตำแหน่งให้ละเอียด เช่น มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ขาออก กม.92 ใกล้จุดสังเกตใด และบอกว่ามีผู้บาดเจ็บหรือไม่

เจ้าหน้าที่จะถามข้อมูลรถ ทะเบียน ลักษณะเหตุ และความเสียหายเบื้องต้น การตอบตามความจริงจะช่วยให้บริษัทส่งเจ้าหน้าที่สำรวจภัยได้เร็วขึ้น อย่าเพิ่งยอมรับผิดหรือเซ็นเอกสารใด หากยังไม่เข้าใจรายละเอียด

3. เก็บหลักฐานอย่างปลอดภัย

ถ้าปลอดภัย ให้ถ่ายภาพรถทุกคันที่เกี่ยวข้อง ภาพป้ายทะเบียน จุดชน สภาพถนน รอยเบรก และป้ายบอก กม. ภาพเหล่านี้ช่วยอธิบายลำดับเหตุการณ์ได้ดีขึ้น

หากมีพยาน ให้ขอชื่อและเบอร์ติดต่อไว้ และเก็บคลิปจากกล้องหน้ารถ หากมีการโต้แย้งว่าใครเป็นฝ่ายผิด หลักฐานที่ชัดเจนอาจช่วยลดเวลาพิจารณาสินไหมได้ การติด กล้องติดรถยนต์ จึงเป็นอุปกรณ์เล็ก ๆ ที่มีประโยชน์มากในวันที่เกิดเหตุ

รถติดจากอุบัติเหตุบนมอเตอร์เวย์ กม.92 บทเรียนความเสี่ยงที่คนขับรถไม่ควรมองข้าม

ประกันรถยนต์ช่วยเรื่องใดได้บ้าง

ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์และเงื่อนไขที่ซื้อไว้ ไม่ใช่รถทุกคันจะได้รับเงินชดเชยแบบเดียวกัน จึงควรอ่านหน้าตารางกรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายให้เข้าใจ

  • ประกันชั้น 1: โดยทั่วไปคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของผู้เอาประกัน แม้บางกรณีจะไม่มีคู่กรณี รวมถึงความเสียหายต่อบุคคลภายนอก ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อยกเว้นในกรมธรรม์
  • ประกันชั้น 2+: มักคุ้มครองรถผู้เอาประกันเมื่อชนกับยานพาหนะที่ระบุคู่กรณีได้ และคุ้มครองความเสียหายต่อบุคคลภายนอก รวมถึงภัยบางประเภท เช่น รถหายหรือไฟไหม้ ตามแผนที่เลือก
  • ประกันชั้น 3+: มักคุ้มครองความเสียหายจากการชนกับยานพาหนะที่มีคู่กรณี และคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก แต่ไม่ครอบคลุมความเสียหายจากภัยอื่นทุกชนิด
  • ประกันชั้น 3: เน้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอก หากผู้เอาประกันเป็นฝ่ายทำให้ผู้อื่นเสียหาย โดยความคุ้มครองรถของตนเองมีจำกัดหรือไม่มีในส่วนการชน

ส่วน พ.ร.บ. รถยนต์ เน้นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านค่ารักษาและค่าสินไหมตามกฎหมาย ไม่ใช่ประกันซ่อมรถของเจ้าของรถ ดังนั้นการมี พ.ร.บ. อย่างเดียวไม่ได้แปลว่ารถจะได้รับค่าซ่อมจากอุบัติเหตุ

ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร

บางกรมธรรม์กำหนดค่าเสียหายส่วนแรก หรือ Excess ให้ผู้เอาประกันร่วมจ่ายเมื่อเกิดเหตุบางลักษณะ เช่น แจ้งคู่กรณีไม่ได้ หรือเกิดความเสียหายที่เข้าข่ายเงื่อนไขเฉพาะ จำนวนเงินต้องดูจากกรมธรรม์ ไม่ควรเดาจากคำบอกเล่า

ค่าเสียหายส่วนแรกไม่เหมือนกับ Deductible ที่ผู้เอาประกันอาจเลือกจ่ายเพื่อแลกกับเบี้ยประกันที่ถูกลง การเลือกแผนที่มีส่วนร่วมจ่ายอาจเหมาะกับบางคน แต่ควรคำนวณให้ดีว่า หากเกิดเหตุจริงจะมีเงินสำรองพอหรือไม่

ก่อนต่อประกัน ลองถามบริษัทให้ชัดว่า “ถ้าเกิดเหตุบนมอเตอร์เวย์แบบนี้ ต้องจ่ายเองเท่าไร” คำถามสั้น ๆ นี้ช่วยป้องกันความเข้าใจผิดตอนเคลมได้มาก

เอกสารที่ควรเตรียมเมื่อเคลม

เอกสารพื้นฐานมักมีใบขับขี่ บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนรถ กรมธรรม์หรือเลขที่กรมธรรม์ และภาพความเสียหาย บางกรณีอาจต้องมีบันทึกประจำวัน ใบรับรองแพทย์ หรือเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ถ้ารถเป็นของบริษัท หรือใช้ในกิจการ อาจมีเอกสารเพิ่ม เช่น หนังสือรับรองบริษัท หนังสือมอบอำนาจ และเอกสารภาษีจากอู่หรือผู้ให้บริการ ผู้ประกอบการควรถามฝ่ายบัญชีว่าเอกสารใดใช้บันทึกค่าใช้จ่าย และกรณีใดต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เพราะการหักภาษีขึ้นอยู่กับลักษณะผู้รับเงินและประเภทบริการ ไม่ได้เกิดขึ้นกับการเคลมทุกครั้ง

เมื่อมีการจ่ายเงินให้อู่ บริษัทลากรถ หรือผู้รับจ้างซ่อมรถ ควรขอใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และเอกสารการรับเงินให้ครบ หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ให้สอบถามนักบัญชีหรือเจ้าหน้าที่สรรพากรโดยตรง การเก็บเอกสารแยกเป็นชุดจะช่วยให้ตรวจสอบง่ายในภายหลัง

อ่านเพิ่มเติม: เลือกทุนประกันชั้น 1 อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด: คู่มือฉบับสมบูรณ์

สิ่งที่ไม่ควรทำหลังเกิดเหตุ

  • อย่าจอดรถลงไปยืนบนช่องทางวิ่ง หากยังมีรถผ่านด้วยความเร็ว
  • อย่าขยับรถหรือเก็บชิ้นส่วนบนถนนในจุดที่อันตราย เว้นแต่เจ้าหน้าที่สั่งหรือจำเป็นเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ
  • อย่าลบคลิปจากกล้องหน้ารถก่อนสำรองไฟล์
  • อย่าโพสต์ข้อมูลส่วนตัวของคู่กรณีหรือภาพผู้บาดเจ็บลงสื่อสังคมออนไลน์
  • อย่าเซ็นรับผิดหรือยอมรับค่าเสียหายโดยไม่อ่านเอกสารให้ครบ

จากประสบการณ์ที่ลูกค้าเคยเจอเคสบนทางด่วนและมอเตอร์เวย์ สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดไม่ใช่การจำคำศัพท์ประกันให้ได้ทุกคำ แต่คือการมีเบอร์บริษัทประกันอยู่ในมือถือ รู้ตำแหน่งรถ และเก็บหลักฐานให้ครบตั้งแต่นาทีแรก

เตรียมตัวก่อนเดินทางไกล

ก่อนขึ้นมอเตอร์เวย์ ควรตรวจลมยาง น้ำมันเครื่อง น้ำหล่อเย็น ไฟเบรก และไฟสัญญาณให้พร้อม วางแผนเส้นทางและเผื่อเวลา โดยเฉพาะวันที่มีฝนตก วันหยุดยาว หรือมีข่าวอุบัติเหตุบนเส้นทาง

พกน้ำดื่ม ยาประจำตัว และสายชาร์จโทรศัพท์ไว้ในรถ หากรถติดนาน ผู้โดยสารจะได้ดูแลตัวเองได้ และผู้ขับขี่ไม่ควรหยิบโทรศัพท์ขณะรถกำลังเคลื่อนที่ หากต้องดูเส้นทาง ให้จอดในจุดที่อนุญาตหรือให้ผู้โดยสารช่วยดู

ตรวจวันหมดอายุของประกันรถยนต์และ พ.ร.บ. เป็นระยะ เก็บกรมธรรม์ไว้ทั้งแบบกระดาษหรือไฟล์ในโทรศัพท์ และบันทึกเบอร์สายด่วนของบริษัทประกันไว้ล่วงหน้า การเตรียมพร้อมเหล่านี้ใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วยลดความวุ่นวายเมื่อเกิดเหตุจริง

บทเรียนจากรถติด 5.8 กิโลเมตร

อุบัติเหตุที่ กม.92 ทำให้เห็นว่าเหตุหนึ่งครั้งอาจกระทบผู้ใช้ถนนจำนวนมาก รถหลายพันคันอาจต้องหยุดรอ ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเปิดช่องทางจราจร

สำหรับคนขับรถ บทเรียนสำคัญคืออย่าคิดว่าการมีประกันหมายความว่าจะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ประกันช่วยแบ่งเบาความเสียหายตามขอบเขตที่ตกลงกันไว้ ส่วนความปลอดภัยเริ่มจากการขับรถอย่างมีสติ เว้นระยะ และไม่ฝืนขับเมื่อร่างกายไม่พร้อม

คุณเคยติดอยู่บนมอเตอร์เวย์เพราะอุบัติเหตุหรือเคยมีประสบการณ์เคลมรถแบบไหนบ้าง? มาเล่าให้ฟังในช่องความคิดเห็นได้เลย เผื่อประสบการณ์ของคุณจะช่วยเตือนคนขับรถคนอื่นให้เดินทางปลอดภัยขึ้น

อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 26 ก.ค. 2569 เวลา 14:23 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)

✍️ บทความนี้เขียนและตรวจสอบความถูกต้องโดย: ทีมงานนายหน้าประกันวินาศภัย Khumphai.com เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เอาประกัน
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)

สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

แชทสอบถามทาง Line คลิกที่นี่

About Khumphai.com 433 Articles
นายหน้าประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Khumphai.com ด้วยพื้นฐานการเป็นวิศวกร จึงเข้าใจถึงความสำคัญของการมีหลักประกันที่มั่นคงในยามวิกฤต มุ่งมั่นนำเสนอข้อมูลด้านประกันภัยที่ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา เพื่อให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครองที่เหมาะสมที่สุด เลขที่ใบอนุญาต ประกันวินาศภัย : 6804000691 นาย กำพล พันธ์ประยูร สอบถามเพิ่มเติมโทร 089-341-7740 หรือ Email:kamphon7287@gmail.com

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*