ข่าวอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์กับรถบรรทุกในถนนภายในนิคมอุตสาหกรรมฯ จังหวัดระยอง ซึ่งมีหญิงชาวเมียนมาเสียชีวิต เป็นเหตุการณ์ที่เตือนใจคนใช้ถนนทุกคนว่า เคลมประกันอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนรถบรรทุก ต้องเริ่มจากความปลอดภัยและการเก็บหลักฐานให้ถูกต้อง ไม่ใช่รีบตกลงว่าใครผิดทันที
เมื่อรถเล็กปะทะกับรถใหญ่ ความเสียหายอาจเกิดขึ้นทั้งกับคน รถ และทรัพย์สินรอบข้าง หลายคนจึงสงสัยว่า ถ้าเจอเหตุแบบนี้ต้องโทรหาใคร ใช้เอกสารอะไร และจะได้รับเงินคุ้มครองจากประกันส่วนไหนบ้าง มาดูทีละขั้นแบบเข้าใจง่ายกัน
ขั้นแรกหลังเกิดเหตุ ต้องทำอะไรบ้าง?
สิ่งแรกคือหยุดรถในจุดที่ปลอดภัย หากยังเคลื่อนรถได้ ให้เปิดไฟฉุกเฉินและวางสัญญาณเตือนตามความเหมาะสม อย่าเดินลงไปยืนกลางถนน โดยเฉพาะถนนในนิคมอุตสาหกรรมที่อาจมีรถบรรทุกคันอื่นวิ่งผ่านตลอดเวลา
หากมีคนบาดเจ็บ ให้โทร 1669 ก่อน เรื่องรถค่อยจัดการทีหลัง ถ้าผู้บาดเจ็บรู้สึกตัว อย่าเคลื่อนย้ายเองเมื่อสงสัยว่ามีอาการเจ็บคอ หลัง หรือกระดูกหัก รอเจ้าหน้าที่กู้ชีพจะปลอดภัยกว่า
จากนั้นโทรแจ้งบริษัทประกันของรถจักรยานยนต์และของรถบรรทุกถ้าทราบข้อมูล แจ้งสถานที่เกิดเหตุ จุดสังเกต อาการบาดเจ็บ และจำนวนรถที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน เจ้าหน้าที่จะส่งพนักงานสำรวจภัยหรือแนะนำขั้นตอนต่อไป
หลักฐานที่ควรเก็บ ณ จุดเกิดเหตุ
- ถ่ายภาพรถทั้งสองคันจากระยะไกล ให้เห็นตำแหน่งรถ ถนน และสภาพแวดล้อม
- ถ่ายภาพรอยชน รอยเบรก เศษชิ้นส่วน ป้ายจราจร และสภาพถนนอย่างใกล้และไกล
- จดทะเบียนรถ ยี่ห้อ สี และชื่อบริษัทของรถบรรทุก
- บันทึกชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของคู่กรณี พยาน และเจ้าหน้าที่ที่มาถึงจุดเกิดเหตุ
- เก็บไฟล์จากกล้องติดรถยนต์หรือกล้องหมวกกันน็อกไว้ทันที อย่าปล่อยให้ไฟล์ถูกเขียนทับ
- ขอภาพจากกล้องวงจรปิดของนิคม โรงงาน ร้านค้า หรือหน่วยงานใกล้เคียงโดยเร็ว
การถ่ายภาพควรทำเท่าที่ปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงยืนกลางถนนเพื่อให้ได้ภาพสวย หลักฐานที่ดีคือหลักฐานที่ช่วยเห็นลำดับเหตุการณ์และจุดชนอย่างชัดเจน
เช็กก่อนว่าเรามีประกันอะไรบ้าง
การได้รับความคุ้มครองไม่ได้ดูแค่ว่า “มีประกันหรือไม่” แต่ต้องดูว่ามีประกันประเภทใดและคุ้มครองเรื่องไหนบ้าง เอกสารสำคัญที่ควรค้นหา ได้แก่ ตารางกรมธรรม์ เลขกรมธรรม์ ใบเสร็จเบี้ยประกัน และข้อมูล พ.ร.บ.
1. พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์
พ.ร.บ. เน้นช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากรถ ไม่ได้จ่ายค่าซ่อมรถจักรยานยนต์ โดยผู้บาดเจ็บสามารถใช้สิทธิค่ารักษาเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายได้ แม้เรื่องความผิดยังตรวจสอบไม่เสร็จ
ถ้ามีผู้เสียชีวิต ทายาทหรือผู้มีสิทธิตามกฎหมายควรติดต่อบริษัทที่รับประกัน พ.ร.บ. พร้อมเอกสารการเสียชีวิตและเอกสารแสดงความสัมพันธ์ ส่วนกรณีผู้เสียหายเป็นชาวต่างชาติ ควรเตรียมหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวหรือเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเอกสารของทายาทตามที่บริษัทแจ้ง
2. ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ
ประกันประเภท 1 มักคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของผู้เอาประกัน รวมถึงความเสียหายต่อบุคคลภายนอกตามวงเงินในกรมธรรม์ แต่ต้องตรวจเงื่อนไข เช่น ค่าเสียหายส่วนแรก ผู้ขับขี่ที่ระบุไว้ และข้อยกเว้นต่าง ๆ
ประกันประเภท 2+ และ 3+ มักคุ้มครองรถของผู้เอาประกันเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก และต้องระบุคู่กรณีได้ ส่วนประเภท 3 มักเน้นความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ไม่ได้คุ้มครองค่าซ่อมรถของเราเอง
คำว่า “คุ้มครองครบ” จึงต้องอ่านตามกรมธรรม์จริง หากไม่แน่ใจ ให้ถามบริษัทประกันหรือนายหน้าก่อนเซ็นเอกสารใด ๆ เพราะความคุ้มครองของแต่ละแผนไม่เหมือนกัน

เมื่อรถจักรยานยนต์ชนรถบรรทุก ใครเป็นคนจ่าย?
เรื่องนี้ตอบจากภาพรวมของเหตุและเงื่อนไขกรมธรรม์ ไม่ควรตัดสินจากขนาดรถเพียงอย่างเดียว เจ้าหน้าที่จะดูหลักฐานหลายอย่าง เช่น จุดชน ทิศทางการเดินรถ สัญญาณไฟ ความเร็ว การเปลี่ยนช่องทาง และคำให้การของพยาน
ถ้ารถบรรทุกเป็นฝ่ายประมาท ประกันของรถบรรทุกอาจรับผิดชอบความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้เสียหายตามวงเงินที่ซื้อไว้ หากรถจักรยานยนต์มีประกันภาคสมัครใจ ก็สามารถแจ้งบริษัทของตนเองให้ช่วยประสานงานได้เช่นกัน
ถ้ารถจักรยานยนต์เป็นฝ่ายประมาท พ.ร.บ. ยังอาจช่วยเรื่องผู้บาดเจ็บตามสิทธิ แต่ค่าซ่อมรถของตนเองจะขึ้นอยู่กับประเภทประกันที่ซื้อไว้ หากมีประกัน 1 หรือ 2+ ที่เข้าเงื่อนไข ก็อาจเคลมรถของตนเองได้
บางเหตุอาจมีความประมาทร่วม เช่น รถหนึ่งเปลี่ยนเลนโดยไม่ระวัง อีกคันขับเร็วเกินควร การแบ่งความรับผิดจะต้องอาศัยพยานหลักฐานและการพิจารณาของบริษัทประกันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าเพิ่งเซ็นยอมรับผิดทั้งหมดเพียงเพราะตกใจ
ในมุมมองของนายหน้าประกันภัย สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการพูดหรือเซ็นข้อความที่ยังไม่เข้าใจ เพราะอาจทำให้การพิจารณาสินไหมซับซ้อนขึ้น การแจ้งข้อเท็จจริงตามที่เห็นจริง และส่งหลักฐานให้ครบ ช่วยปกป้องสิทธิของทุกฝ่ายได้มากกว่า
เช็กลิสต์เอกสารสำหรับการเคลม
เอกสารของผู้ขับขี่และรถ
- บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ขับขี่
- ใบขับขี่รถจักรยานยนต์
- สำเนาทะเบียนรถหรือข้อมูลรถจากระบบที่บริษัทประกันขอ
- กรมธรรม์ประกันภัยและหลักฐาน พ.ร.บ.
- ใบเคลมหรือเลขที่รับแจ้งเหตุจากบริษัทประกัน
- ภาพถ่ายและไฟล์วิดีโอจากจุดเกิดเหตุ
- บันทึกประจำวันหรือเอกสารจากตำรวจ หากมีการแจ้งความ
เอกสารกรณีบาดเจ็บ
- ใบรับรองแพทย์และใบเสร็จค่ารักษา
- เอกสารการนอนโรงพยาบาล ถ้ามี
- เอกสารรับรองการขาดรายได้หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตามที่บริษัทขอ
- สำเนาบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิรับเงิน
เอกสารกรณีเสียชีวิต
- ใบมรณบัตร
- บันทึกประจำวันและเอกสารจากตำรวจหรือโรงพยาบาล
- บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้เสียชีวิต
- เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ของทายาท
- เอกสารจัดการมรดกหรือหนังสือยินยอมจากทายาท หากบริษัทกำหนด
เอกสารของแต่ละบริษัทและแต่ละกรณีอาจไม่เหมือนกัน หากเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศ อาจต้องมีคำแปลภาษาไทยหรือการรับรองเอกสาร อย่าเพิ่งเสียเงินแปลเอกสารจำนวนมาก ให้ขอรายการจากบริษัทประกันก่อน
ขั้นตอนเคลมแบบทีละข้อ
- แจ้งเหตุทันที: โทรหาบริษัทประกันของตนเองและแจ้งข้อมูลตามจริง
- ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ: ส่งภาพ วิดีโอ และข้อมูลพยานให้ครบ ไม่ตัดต่อไฟล์สำคัญ
- ขอเอกสารรับแจ้ง: เก็บเลขเคลม ชื่อเจ้าหน้าที่ และช่องทางติดต่อไว้
- เข้ารักษาเมื่อจำเป็น: แจ้งโรงพยาบาลว่ามีสิทธิจาก พ.ร.บ. หรือประกันใดบ้าง
- นำรถเข้าซ่อม: ใช้อู่หรือศูนย์ที่อยู่ในเครือข่ายตามเงื่อนไขกรมธรรม์ และตรวจรายการความเสียหายก่อนเริ่มงาน
- ติดตามผลเป็นลายลักษณ์อักษร: หากมีข้อสงสัย ขอให้บริษัทอธิบายเหตุผลและเอกสารที่ยังขาด
ถ้ารถเสียหายหนักจนซ่อมไม่คุ้ม อาจมีการพิจารณาเป็นความเสียหายสิ้นเชิง หรือที่หลายคนเรียกว่าคืนทุนประกัน แต่ไม่ได้แปลว่าจะได้ทุนเต็มทุกกรณี ต้องดูราคาประเมิน เงื่อนไขกรมธรรม์ อายุรถ และหลักเกณฑ์ของบริษัท
สิ่งที่ไม่ควรทำหลังเกิดเหตุ
- อย่าขับรถต่อถ้ามีอาการผิดปกติหรือมีผู้บาดเจ็บ
- อย่าเคลื่อนรถก่อนถ่ายภาพ หากไม่ใช่เหตุจำเป็นเพื่อความปลอดภัย
- อย่าให้เงินหรือรับเงินเพื่อจบเรื่องทันทีโดยไม่มีหลักฐาน
- อย่าโพสต์กล่าวหาคู่กรณีด้วยถ้อยคำรุนแรง เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา
- อย่าซ่อมรถเองหรือให้ร้านเริ่มงานก่อนบริษัทประกันตรวจสอบ เว้นแต่ได้รับอนุมัติ
- อย่าปล่อยให้การแจ้งเคลมล่าช้า เพราะบางกรมธรรม์กำหนดให้แจ้งเหตุโดยเร็ว
สำหรับคนที่ขี่รถเป็นประจำ การติด กล้องติดรถยนต์ เป็นตัวช่วยเก็บภาพเหตุการณ์ได้ดี โดยเฉพาะเส้นทางที่มีรถบรรทุกจำนวนมาก แต่กล้องไม่ใช่ใบอนุญาตให้ขี่เร็วหรือประมาท สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นการเว้นระยะ ลดความเร็ว และมองจุดอับสายตาของรถใหญ่ให้มากขึ้น
เอกสารรถที่หยิบใช้บ่อยควรเก็บไว้ในที่แห้งและเปิดดูได้ง่าย หากต้องการจัดระเบียบสำเนา พ.ร.บ. และภาษีรถ อาจใช้ กรอบป้ายภาษีรถยนต์ พรบ.อะคริลิคใส เกรด A แต่ควรตรวจว่าขนาดและรูปแบบตรงกับข้อกำหนดของรถจักรยานยนต์ก่อนซื้อ
อ่านเพิ่มเติม: จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนล่าสุด (มี.ค. 69) สู่ความอุ่นใจที่ประกันมอบให้
ถ้าบริษัทประกันไม่รับเคลม ทำอย่างไร?
ขอเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร และขอสำเนาเงื่อนไขกรมธรรม์ที่บริษัทใช้ประกอบการพิจารณา จากนั้นรวบรวมภาพถ่าย ใบเคลม บันทึกประจำวัน ใบเสร็จ และบทสนทนาที่เกี่ยวข้องไว้ทั้งหมด
ถ้ายังตกลงกันไม่ได้ สามารถสอบถามแนวทางจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ผ่านช่องทางของสำนักงานในพื้นที่ได้ การมีเอกสารครบจะช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าใจเรื่องได้เร็วขึ้น
จำง่าย ๆ คือ ปลอดภัยก่อน แจ้งบริษัทเร็ว เก็บหลักฐานครบ อ่านเอกสารก่อนเซ็น หากเกิดเหตุที่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บรุนแรง ควรให้ตำรวจ แพทย์ และบริษัทประกันดำเนินงานตามขั้นตอน อย่าเข้าไปขัดขวางการตรวจสอบที่เกิดเหตุ
คุณเคยเจอเหตุรถจักรยานยนต์ชนรถใหญ่ หรือมีเคล็ดลับเก็บหลักฐานที่อยากแบ่งปันไหม เล่าให้เพื่อน ๆ อ่านในช่องความคิดเห็นได้เลย เผื่อประสบการณ์ของคุณจะช่วยให้ใครอีกคนรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้ดีขึ้น
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 28 ก.ค. 2569 เวลา 00:33 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment