ข่าวเรื่องสัญญาณไฟข้ามถนนในกรุงเทพฯ ที่อาจเพิ่ม ความเสี่ยงอุบัติเหตุผู้สูงอายุ ทำให้หลายครอบครัวต้องหันมามองเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางข้ามถนนใหญ่ในช่วงรถหนาแน่น บางจุดมีเวลาข้ามสั้น พื้นถนนไม่เรียบ หรือรถอาจไม่หยุดตามที่คาดไว้ การป้องกันจึงควรทำควบคู่กับการวางแผน ประกันภัยพิบัติ และความคุ้มครองอุบัติเหตุที่เหมาะกับชีวิตจริง
ผู้สูงอายุไม่ได้เสี่ยงแค่การถูกรถชนเท่านั้น แต่ยังอาจล้ม แขนขาหัก หน้ามืด หรือได้รับบาดเจ็บจากฝนตก น้ำท่วม และพื้นลื่นในกรุงเทพฯ ด้วย แล้วคนในบ้านควรเริ่มดูแลจากจุดไหน? ลองใช้ 7 วิธีต่อไปนี้เป็นเช็กลิสต์ง่าย ๆ
1. เลือกจุดข้ามถนนที่มีเวลาปลอดภัย
ก่อนข้ามถนน ให้มองหาทางม้าลายที่มีสัญญาณไฟชัดเจน มีเกาะกลางถนน และมีทางลาดสำหรับผู้ใช้ไม้เท้าหรือรถเข็น หากสัญญาณไฟเปลี่ยนเร็วเกินไป ควรรอรอบถัดไป ไม่จำเป็นต้องรีบเดินตามคนอื่น
ครอบครัวควรลองไปดูจุดข้ามจริงในช่วงเวลาที่ผู้สูงอายุเดินทาง เช่น ตอนเช้าไปโรงพยาบาล หรือตอนเย็นที่รถติด เพราะสภาพแวดล้อมแต่ละช่วงเวลาไม่เหมือนกัน หากจุดนั้นมีน้ำขัง แสงน้อย หรือรถเลี้ยวตัดทางบ่อย อาจเลือกเส้นทางที่อ้อมกว่าแต่ปลอดภัยกว่า
2. เช็กความพร้อมของร่างกายก่อนออกจากบ้าน
อาการเวียนหัว เหนื่อยง่าย สายตาพร่ามัว หรือหูได้ยินไม่ชัด ล้วนทำให้ประเมินระยะรถผิดได้ ผู้สูงอายุควรพักให้พอ กินยาและอาหารตามคำแนะนำของแพทย์ และพกบัตรข้อมูลฉุกเฉินไว้ในกระเป๋า เช่น ชื่อ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และเบอร์โทรศัพท์ของญาติ
ด้านประกัน ควรตรวจว่ามี ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือไม่ โดยดูความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชยกรณีทุพพลภาพ และการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ อย่าดูเพียงเบี้ยราคาถูก เพราะวงเงินอาจไม่พอกับค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน
3. แต่งตัวให้คนขับมองเห็นได้ง่าย
เสื้อสีสว่างหรือมีแถบสะท้อนแสงช่วยให้ผู้ขับรถเห็นผู้สูงอายุได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะตอนเช้ามืด กลางคืน หรือวันที่ฝนตก รองเท้าควรมีพื้นยึดเกาะดี และไม่ควรใส่รองเท้าที่หลวมจนสะดุดง่าย
หากต้องเดินทางเป็นประจำ ควรพิจารณาความคุ้มครองอุบัติเหตุที่ใช้ได้ทั้งขณะเดิน ขึ้นรถ และอยู่ในบ้าน อ่านเงื่อนไขให้ชัดว่าคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมงหรือเฉพาะกิจกรรมที่กำหนด รวมถึงตรวจข้อยกเว้น เช่น การทำงานบางประเภท หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
4. ใช้ผู้ดูแลหรืออุปกรณ์ช่วยเมื่อจำเป็น
ผู้สูงอายุที่เดินช้า มองเห็นไม่ชัด หรือมีปัญหาการทรงตัว ไม่ควรข้ามถนนตามลำพังในจุดที่รถเร็ว การมีลูกหลานหรือผู้ดูแลไปด้วยช่วยสังเกตรถและช่วยพยุงได้มาก หากใช้รถเข็น ควรตรวจเบรก ล้อ และสายรัดก่อนออกเดินทาง
เมื่อเกิดเหตุ อย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทันทีหากสงสัยว่าคอหรือหลังได้รับแรงกระแทก ให้โทร 1669 และเก็บเอกสารการรักษา ใบเสร็จ และใบรับรองแพทย์ไว้ เอกสารเหล่านี้มักจำเป็นเมื่อต้องยื่นเคลมประกัน
5. ทำความเข้าใจความคุ้มครองรถยนต์และหลักฐานอุบัติเหตุ
หากรถชนผู้สูงอายุ ความรับผิดอาจเกี่ยวข้องกับประกันรถยนต์ของฝ่ายรถ และสิทธิจาก พ.ร.บ. รถยนต์ ผู้ขับควรหยุดรถ ให้ความช่วยเหลือ โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ และแจ้งบริษัทประกันทันที ไม่ควรรีบตกลงชดใช้เองโดยไม่มีหลักฐานหรือคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่เคลม
ถ่ายภาพสภาพรถ จุดเกิดเหตุ สัญญาณไฟ ทางม้าลาย และป้ายจราจรจากหลายมุม หากมีพยานควรขอชื่อและเบอร์ติดต่อไว้ อุปกรณ์อย่าง กล้องติดรถยนต์ อาจช่วยบันทึกภาพเหตุการณ์และลำดับเหตุได้ แต่ไม่ควรใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ
อ่านเพิ่มเติม: 7 ขั้นตอนเคลมประกันชั้น 1: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับคนขับรถในกรุงเทพฯ

6. วางแผนประกันภัยพิบัติให้ตรงกับความเสี่ยง
ประกันภัยพิบัติไม่ได้หมายความว่าจะจ่ายทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนทุกกรณี ต้องดูว่ากรมธรรม์คุ้มครองอะไร เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ลมพายุ หรือภัยธรรมชาติอื่น ๆ และคุ้มครองทรัพย์สินใดบ้าง เช่น บ้าน คอนโด รถยนต์ หรืออุปกรณ์ภายในบ้าน
สำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ควรดูความเสี่ยงรอบบ้านด้วย หากบ้านอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก มีบันไดสูง หรือทางออกลื่น อาจเลือกประกันทรัพย์สินที่คุ้มครองภัยธรรมชาติ พร้อมทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลแยกต่างหาก เพราะความคุ้มครองสองแบบนี้มีหน้าที่ไม่เหมือนกัน
ก่อนซื้อ ให้ถามบริษัทหรือคนกลางให้ชัดเจนว่า มีค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่ ระยะรอคอยกี่วัน ต้องแจ้งความหรือใช้เอกสารอะไร และเหตุใดบ้างที่เป็นข้อยกเว้น เช่น น้ำซึมจากการดูแลบ้านไม่ดี หรือทรัพย์สินบางชนิดที่ไม่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์
7. เตรียมแผนฉุกเฉินและทบทวนกรมธรรม์ทุกปี
บ้านควรมีเบอร์ฉุกเฉิน รายชื่อโรงพยาบาล และแผนเดินทางสำรองในวันที่ฝนตกหนักหรือน้ำท่วม ผู้สูงอายุควรพกบัตรประกัน บัตรประชาชน และเบอร์ญาติไว้เสมอ หากใช้สมาร์ตโฟน อาจตั้งเบอร์ฉุกเฉินไว้ที่หน้าจอล็อกเพื่อให้คนช่วยติดต่อครอบครัวได้เร็ว
ทุกปีควรทบทวนกรมธรรม์ว่า ชื่อผู้เอาประกัน ที่อยู่ ผู้รับผลประโยชน์ และวงเงินยังถูกต้องหรือไม่ หากย้ายบ้าน ซื้อรถใหม่ หรือผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวเพิ่ม ควรแจ้งข้อมูลตามจริง เพราะการปกปิดข้อมูลสำคัญอาจทำให้เกิดปัญหาในขั้นตอนเคลมได้
เช็กให้ครบก่อนตัดสินใจซื้อประกัน
- ตรวจอายุและเงื่อนไขการรับประกันของผู้สูงอายุ
- เปรียบเทียบค่ารักษา เงินชดเชย และวงเงินกรณีเสียชีวิต
- อ่านข้อยกเว้นและค่าเสียหายส่วนแรกให้เข้าใจ
- แยกให้ได้ว่าประกันอุบัติเหตุ ประกันรถยนต์ และประกันภัยพิบัติคุ้มครองคนละเรื่อง
- เก็บกรมธรรม์ ใบเสร็จ และช่องทางแจ้งเคลมไว้ในที่ที่คนในบ้านหาได้ง่าย
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าหลายคนเคยเจอ เคสที่ทำให้เคลมล่าช้ามักไม่ใช่เพราะไม่มีประกัน แต่เป็นเพราะไม่รู้ว่ากรมธรรม์คุ้มครองอะไรและไม่มีเอกสารในวันเกิดเหตุ การอ่านเงื่อนไขล่วงหน้าจึงช่วยลดความกังวลได้จริง
การดูแลผู้สูงอายุให้ปลอดภัยเริ่มได้จากเรื่องเล็ก ๆ เช่น เลือกจุดข้ามถนนที่เหมาะสม พกข้อมูลฉุกเฉิน และตรวจความคุ้มครองให้ตรงกับความเสี่ยงในบ้านและระหว่างเดินทาง ประกันช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายได้ แต่การระวังตัวและมีแผนสำรองยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
คุณเคยพบจุดข้ามถนนในกรุงเทพฯ ที่ผู้สูงอายุข้ามได้ยากหรือไม่? แบ่งปันประสบการณ์หรือวิธีดูแลคนในครอบครัวไว้ในความคิดเห็นได้เลย
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 8 ส.ค. 2569 เวลา 15:07 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment