ช่วงวันหยุดยาว รถบนถนนมักมากกว่าวันปกติ หลายครอบครัวจึงค้นหาวิธี ขับรถเที่ยววันหยุดยาวอย่างปลอดภัย เพื่อไปถึงที่หมายโดยไม่ต้องเจอเรื่องหนัก ข่าวที่พูดถึงข้อปฏิบัติเที่ยววันหยุดยาวให้ปลอดภัย และการลดความเสี่ยงทั้งอุบัติเหตุและการจมน้ำ ย้ำให้เห็นว่า การเที่ยวสนุกต้องเริ่มจากการวางแผน ไม่ใช่รอแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุแล้ว
สำหรับคนขับรถ นอกจากเตรียมเส้นทางและเช็กสภาพรถแล้ว เรื่องที่ควรดูให้ครบคือ ประกันรถยนต์คุ้มครองอะไรบ้าง เพราะอุบัติเหตุอาจเกิดได้ตั้งแต่หน้าบ้าน ถนนมอเตอร์เวย์ ไปจนถึงลานจอดรถของแหล่งท่องเที่ยว การมีความคุ้มครองที่เหมาะกับรถและการใช้งานช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้มาก
7 ข้อปฏิบัติขับรถเที่ยววันหยุดยาว ลดความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ
1. ตรวจรถและเอกสารให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
เริ่มจากเช็กยางรถยนต์ ลมยาง น้ำมันเครื่อง น้ำหล่อเย็น แบตเตอรี่ ไฟหน้า ไฟเบรก และที่ปัดน้ำฝน หากยางสึกหรือมีรอยบวม ควรเปลี่ยนก่อนเดินทาง เพราะยางมีผลโดยตรงต่อการเบรกและการควบคุมรถบนถนนเปียก
ตรวจใบขับขี่ สำเนาทะเบียนรถ กรมธรรม์ และข้อมูลติดต่อบริษัทประกันให้หาได้ง่ายด้วย อย่าลืมดูวันหมดอายุของประกันรถยนต์และ พ.ร.บ. ด้วย เพราะเอกสารหมดอายุอาจทำให้ขาดความคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
2. เลือกประกันรถยนต์ให้ตรงกับความเสี่ยงของทริป
ประกันชั้น 1 เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองกว้าง ทั้งรถชนรถ รถชนสิ่งของ รถเสียหายจากภัยธรรมชาติ และบางกรณีที่ไม่มีคู่กรณี ทั้งนี้ต้องดูเงื่อนไขกรมธรรม์ ค่าเสียหายส่วนแรก และข้อยกเว้นให้ชัดเจน
ประกันชั้น 2+ มักคุ้มครองรถชนรถและความเสียหายจากไฟไหม้หรือน้ำท่วมตามแผน ส่วนชั้น 3+ เน้นความเสียหายจากการชนกับยานพาหนะทางบก แต่รายละเอียดแตกต่างกันตามบริษัทและแผนที่เลือก ดังนั้นอย่าดูแค่เบี้ยถูกที่สุด ให้ถามว่า หากรถชนระหว่างเดินทางจริง ต้องจ่ายเองเท่าไร และบริษัทช่วยเหลืออย่างไร
หากเดินทางไกลเป็นประจำหรือใช้รถใหม่ การเลือกแผนที่มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน รถลาก หรือช่างนอกสถานที่ อาจคุ้มกว่าการลดเบี้ยลงเล็กน้อย เพราะค่าใช้จ่ายระหว่างรถเสียต่างจังหวัดอาจสูงกว่าที่คิด
3. วางแผนเส้นทางและพักเมื่อเหนื่อย
ความง่วงทำให้การตัดสินใจช้าลงคล้ายการขับรถที่ไม่มีสมาธิ ควรแบ่งระยะทางเป็นช่วง ๆ และพักทุกประมาณ 2 ชั่วโมง หรือทันทีที่รู้สึกตาล้า หาวบ่อย จำเส้นทางช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ หรือเริ่มขับออกนอกเลน
ควรกำหนดจุดพักที่ปลอดภัยไว้ล่วงหน้า เช่น ปั๊มน้ำมัน จุดบริการริมทาง หรือที่พักที่มีแสงสว่างเพียงพอ อย่าจอดไหล่ทางเพียงเพื่อพักเล่นโทรศัพท์ เพราะเสี่ยงถูกรถคันอื่นชน
4. ใช้ GPS อย่างปลอดภัยและไม่จับโทรศัพท์ขณะขับ
ตั้งเส้นทางก่อนออกรถ และเปิดเสียงนำทางแทนการก้มดูหน้าจอบ่อย ๆ หากต้องเปลี่ยนเส้นทาง ให้จอดในจุดที่ปลอดภัยก่อน การละสายตาเพียงไม่กี่วินาทีอาจทำให้ไม่เห็นรถที่เบรกกะทันหันหรือคนข้ามถนน
อุปกรณ์อย่าง ที่วางโทรศัพท์ในรถยนต์ลายการ์ตูนน่ารัก ช่วยให้มองแผนที่ได้สะดวกขึ้น แต่ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลให้กดข้อความหรือดูคลิปขณะรถเคลื่อนที่ ความปลอดภัยต้องมาก่อนความสะดวกเสมอ
5. เว้นระยะห่างและลดความเร็วในจุดเสี่ยง
วันหยุดยาวมักมีรถติด รถเปลี่ยนเลนกะทันหัน และผู้ขับขี่ที่ไม่คุ้นเส้นทาง ควรเว้นระยะจากรถคันหน้าให้มากกว่าวันปกติ โดยเฉพาะตอนฝนตก กลางคืน หรือขับผ่านทางลงเขา
ลดความเร็วเมื่อเข้าเขตชุมชน ทางแยก จุดกลับรถ ทางโค้ง และบริเวณแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนเดินจำนวนมาก ห้ามแซงในเส้นทึบหรือจุดที่มองไม่เห็นรถสวนมา การรีบถึงที่หมายไม่คุ้มกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
6. เตรียมหลักฐานไว้ หากเกิดการชน
กล้องติดรถยนต์ช่วยบันทึกภาพก่อนและหลังเกิดเหตุได้ หากเกิดการชน ให้ตั้งสติ เปิดไฟฉุกเฉิน และถ่ายภาพตำแหน่งรถ ป้ายทะเบียน ร่องรอยความเสียหาย สภาพถนน และป้ายจราจร หากมีพยาน ให้ขอชื่อและช่องทางติดต่อไว้
ในกรณีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บและรถยังเคลื่อนที่ได้ ควรนำรถไปจอดในจุดปลอดภัยเพื่อไม่กีดขวางการจราจร แต่ถ้ามีผู้บาดเจ็บ อย่ารีบเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเอง เว้นแต่มีอันตรายซ้ำซ้อน ให้โทรแจ้งหน่วยฉุกเฉินและบริษัทประกันโดยเร็ว
อุปกรณ์ที่ช่วยเก็บข้อมูลเหตุการณ์ได้ดีคือ กล้องติดรถยนต์ ควรเลือกแบบที่บันทึกภาพกลางคืนได้ มีมุมมองเหมาะสม และตรวจดูไฟล์เป็นระยะว่าการ์ดความจำยังใช้งานได้

7. รู้ขั้นตอนแจ้งเคลมและไม่ยอมรับผิดโดยไม่ตรวจสอบ
เมื่อเกิดเหตุ ให้โทรหาบริษัทประกันตามเบอร์ในกรมธรรม์ แจ้งสถานที่เกิดเหตุ ลักษณะการชน และจำนวนผู้บาดเจ็บตามจริง เจ้าหน้าที่จะช่วยประสานงานและแนะนำว่าควรทำอย่างไรต่อ
อย่าเซ็นเอกสารหรือยอมรับผิดทันทีเพียงเพราะอีกฝ่ายกดดัน โดยเฉพาะเมื่อยังไม่เห็นภาพรวมของเหตุการณ์ การพูดข้อเท็จจริงอย่างสุภาพและรอเจ้าหน้าที่ประกันจะช่วยลดความเข้าใจผิดได้ หากคู่กรณีหนี ให้จำรายละเอียดรถและแจ้งตำรวจ พร้อมส่งหลักฐานให้บริษัทประกัน
ประกันรถยนต์ช่วยอะไรเมื่อเกิดเหตุระหว่างทริป
ความคุ้มครองหลักอาจช่วยจ่ายค่าซ่อมรถของผู้เอาประกัน ค่าความเสียหายของคู่กรณี และความรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามเงื่อนไข ส่วน พ.ร.บ. จะเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือเงินชดเชยตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่สิ่งเดียวกับประกันภาคสมัครใจ
ก่อนซื้อหรือ ต่ออายุ ควรถามให้ครบเรื่องทุนประกัน ผู้ขับขี่ที่ระบุในกรมธรรม์ เขตพื้นที่ให้บริการ ค่าเสียหายส่วนแรก การซ่อมห้างหรือซ่อมอู่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน หากนำรถไปเที่ยวต่างจังหวัดเป็นประจำ ต้องตรวจด้วยว่าอู่คู่สัญญาและช่องทางแจ้งเคลมครอบคลุมพื้นที่ที่ไปหรือไม่
ในมุมมองของนายหน้าประกันภัย สิ่งที่ลูกค้ามักพลาดไม่ใช่การไม่มีประกัน แต่คือการเลือกแผนโดยไม่อ่านข้อยกเว้น และไม่รู้เบอร์ติดต่อเมื่อเกิดเหตุ การใช้เวลาตรวจกรมธรรม์ไม่กี่นาทีก่อนเดินทาง ช่วยลดความสับสนในช่วงที่ทุกคนกำลังตกใจ
นอกจากอุบัติเหตุทางถนนแล้ว การเที่ยววันหยุดควรระวังพื้นที่ริมน้ำด้วย ไม่ควรปล่อยเด็กเล่นน้ำตามลำพัง และควรทำตามป้ายเตือนของสถานที่ หากมีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลหรือประกันเดินทาง ควรตรวจว่าคุ้มครองกิจกรรมและสถานที่แบบใดบ้าง เพราะประกันรถยนต์ไม่ได้คุ้มครองอุบัติเหตุของผู้เดินทางทุกกรณี
อ่านเพิ่มเติม: จากเหตุการณ์บนถนนพระราม 9 สู่ความจำเป็นของประกันเดินทาง: เมื่ออุบัติเหตุไม่เลือกที่เกิด
เช็กลิสต์สั้น ๆ ก่อนออกเดินทาง
- เช็กรถ ยาง เบรก ไฟ และน้ำมันให้พร้อม
- ตรวจวันหมดอายุของประกันรถยนต์และ พ.ร.บ.
- บันทึกเบอร์บริษัทประกันและข้อมูลกรมธรรม์ไว้ในโทรศัพท์
- พักทันทีเมื่อเหนื่อยหรือง่วง
- ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ
- ถ่ายภาพและเก็บหลักฐานเมื่อเกิดเหตุ
- แจ้งบริษัทประกันก่อนซ่อมหรือเจรจาค่าเสียหาย
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 28 ก.ค. 2569 เวลา 03:00 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา
คุณมีวิธีเตรียมรถหรือประสบการณ์เคลมประกันระหว่างเดินทางที่อยากแบ่งปันไหม? เล่าให้ฟังในช่องความคิดเห็นได้เลย เผื่อเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังวางแผนเที่ยวทริปถัดไป

Be the first to comment