ข่าวอุบัติเหตุรถชนซ้อนหลายคันจนทำให้การจราจรบนถนนบางนา-ตราดติดขัดอย่างหนักเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คงทำให้หลายคนที่ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำใจหายใจคว่ำไม่น้อย ภาพของรถบรรทุกและรถบัสที่เสียหายคงทำให้เกิดคำถามในใจว่า หากหนึ่งในนั้นคือรถของเรา จะต้องรับมือกับสถานการณ์และขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์อุบัติเหตุใหญ่ที่ซับซ้อนแบบนี้อย่างไร?
เหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย โดยเฉพาะบนถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่นตลอดวันอย่างบางนา-ตราด นี่จึงเป็นเหมือนสัญญาณเตือนให้เราทุกคนกลับมาทบทวนความพร้อมของตัวเองและ ‘เกราะป้องกัน’ ที่ดีที่สุด นั่นก็คือประกันภัยรถยนต์ที่ครอบคลุมและพึ่งพาได้จริงในยามฉุกเฉิน
ตั้งสติ! 5 ขั้นตอนแรกที่ต้องทำทันทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุใหญ่
ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความสับสนและตื่นตระหนก การมีลำดับขั้นตอนในใจจะช่วยให้คุณจัดการสถานการณ์ได้ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ลองจำ 5 ข้อนี้ไว้ให้ขึ้นใจครับ
1. ความปลอดภัยต้องมาก่อน
สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือชีวิตของคุณและผู้โดยสาร เปิดไฟฉุกเฉิน (ไฟผ่าหมาก) ทันที หากรถยังสามารถเคลื่อนที่ได้ ให้พยายามนำรถเข้าชิดขอบทางด้านซ้ายในที่ที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และอย่าลืมนำป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสงไปวางไว้ห่างจากท้ายรถในระยะที่เหมาะสม
2. โทรแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ
รีบโทรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ (191), หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน (1669) หากมีผู้บาดเจ็บ และที่สำคัญที่สุดคือ ‘บริษัทประกันภัย’ ของคุณ แจ้งเลขที่กรมธรรม์และเล่าสถานการณ์เบื้องต้นให้เจ้าหน้าที่ทราบโดยเร็วที่สุด
3. เก็บหลักฐานให้ได้มากที่สุด
ในยุคที่ทุกคนมีสมาร์ทโฟน การเก็บหลักฐานไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ถ่ายรูปและวิดีโอสภาพที่เกิดเหตุจากหลายๆ มุม ทั้งความเสียหายของรถเราและรถคู่กรณีทุกคัน ถ่ายให้เห็นป้ายทะเบียนรถของทุกฝ่าย ตำแหน่งของรถบนถนน และร่องรอยบนพื้นถนน หลักฐานเหล่านี้จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในชั้นตอนการเคลม
4. แลกเปลี่ยนข้อมูลกับคู่กรณี
ขอข้อมูลที่จำเป็นจากคู่กรณีทุกฝ่าย เช่น ชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทรศัพท์, ชื่อบริษัทประกัน และเลขที่กรมธรรม์ แต่จำไว้ว่า ‘อย่าเพิ่งยอมรับผิด’ หรือเซ็นเอกสารใดๆ ที่คุณไม่เข้าใจ ให้รอเจ้าหน้าที่สำรวจภัย (Surveyor) จากบริษัทประกันของคุณมาถึงที่เกิดเหตุก่อน
5. ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ประกันมาถึง ให้เล่าเหตุการณ์ตามความเป็นจริงจากมุมมองของคุณ ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาความรับผิดชอบและการเคลมเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นขึ้น
เจาะลึกกระบวนการเคลมประกัน เมื่ออุบัติเหตุมีคู่กรณีหลายคัน
อุบัติเหตุแบบรถชนซ้อนกันหลายคัน (Pile-up) ถือเป็นกรณีที่มีความซับซ้อนในการเคลมสูง เพราะต้องมีการพิสูจน์ว่าใครคือฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบความเสียหายของรถคันไหนบ้าง ซึ่งประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภทจะเข้ามามีบทบาทแตกต่างกันไป

ประกันชั้นไหนคุ้มครองอะไรบ้างในสถานการณ์แบบนี้?
- ประกันภัยชั้น 1: นี่คือฮีโร่ในสถานการณ์นี้อย่างแท้จริง เพราะให้ความคุ้มครองครบถ้วนที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด หรือแม้แต่ในกรณีที่หาคู่กรณีไม่เจอ ประกันชั้น 1 จะรับผิดชอบซ่อมรถของคุณให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม รวมถึงรับผิดชอบความเสียหายของคู่กรณีด้วย ทำให้คุณอุ่นใจได้มากที่สุด อ่านเพิ่มเติม: เปิดทุกซอกมุม! ประกันชั้น 1 ดูแลคุณถึงใจขนาดไหน?
- ประกันภัยชั้น 2+ และ 3+: ประกันประเภทนี้จะคุ้มครอง ‘รถเรา’ ก็ต่อเมื่อเกิดอุบัติเหตุกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น (รถชนรถ) หากคุณเป็นฝ่ายถูก บริษัทประกันของคุณจะไปไล่เบี้ยค่าเสียหายจากประกันของฝ่ายผิด แต่หากคุณเป็นฝ่ายผิด ประกันก็จะซ่อมรถให้คุณตามทุนประกันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
- ประกันภัยชั้น 3: ให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของ ‘คู่กรณี’ เท่านั้น จะไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถของคุณเลยแม้แต่บาทเดียว ซึ่งในอุบัติเหตุใหญ่ หากคุณเป็นฝ่ายผิด ค่าซ่อมรถของคุณอาจสูงจนน่าตกใจ
‘Knock for Knock’ คืออะไร? ทำไมถึงช่วยให้เคลมเร็วขึ้น
ในกรณีที่ซับซ้อนและมีคู่กรณีหลายฝ่าย บริษัทประกันมักจะมีข้อตกลงที่เรียกว่า ‘Knock for Knock’ ซึ่งหมายถึงแต่ละบริษัทประกันจะรับผิดชอบดูแลซ่อมรถของผู้เอาประกันของตนเองไปก่อน แล้วจึงไปดำเนินการไล่เบี้ยค่าเสียหายกันเองในภายหลัง วิธีนี้ช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทำให้ผู้เอาประกันอย่างเราสามารถนำรถเข้าซ่อมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ต้องรอให้การพิสูจน์ถูกผิดเสร็จสิ้นกระบวนความทั้งหมด
เตรียมตัวให้พร้อม คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่การเตรียมตัวให้พร้อมเสมอคือวิธีรับมือที่ดีที่สุด นอกจากเลือกทำประกันที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคุณแล้ว อย่าลืมเตรียมสิ่งเหล่านี้ติดรถไว้เสมอ:
- เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินต่างๆ และเบอร์สายด่วนของบริษัทประกัน
- สำเนาเอกสารสำคัญ เช่น กรมธรรม์ประกันภัย, ทะเบียนรถ, และใบขับขี่
- กล้องติดหน้ารถ (Dash Cam) ซึ่งเป็นหลักฐานชั้นดีที่ปฏิเสธไม่ได้
- อุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินเบื้องต้น เช่น ชุดปฐมพยาบาล, สายพ่วงแบตเตอรี่, และไฟฉาย
สุดท้ายนี้ บทเรียนจากอุบัติเหตุบนถนนบางนา-ตราดในครั้งนี้ย้ำเตือนเราว่า บนท้องถนนมีความเสี่ยงอยู่เสมอ การลงทุนกับประกันภัยรถยนต์ที่ครอบคลุมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลือง แต่มันคือการซื้อความสบายใจและความมั่นคงทางการเงิน ที่จะช่วยเปลี่ยนเรื่องร้ายแรงให้กลายเป็นเบาลงได้อย่างไม่น่าเชื่อครับ
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 18 มี.ค. 2569 เวลา 07:53 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment