ข่าวอุบัติเหตุรถนักเรียนที่จังหวัดลพบุรีล่าสุด คงทำให้หลายคนใจหายและอดเป็นห่วงไม่ได้เลยนะครับ พอเห็นท่านผู้ว่าฯ ลงพื้นที่สั่งการให้ดูแลเรื่องสวัสดิการและการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาหน่อย แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญตามมาว่า เงินช่วยเหลือหรือ ค่าสินไหมทดแทน ที่ผู้ประสบเหตุจะได้รับจากประกันนั้น สุดท้ายแล้วจะต้องถูก หัก ณ ที่จ่าย หรือนำไปคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีตอนสิ้นปีหรือเปล่า?
คำถามนี้เป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยและสับสนกันมาก วันนี้เรามาไขข้อข้องใจนี้ให้เคลียร์กันไปเลยครับ
ค่าสินไหมทดแทน = เงินได้? ความเข้าใจที่ต้องปรับใหม่
ก่อนอื่นต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่า เวลาเราพูดถึง ‘ภาษี’ เรามักจะนึกถึง ‘เงินได้’ ใช่ไหมครับ? พอเราได้รับเงินก้อนหนึ่งเข้ามา เราก็มักจะคิดไปก่อนเลยว่า เอ๊ะ… นี่มันคือรายได้ของเราที่ต้องเสียภาษีรึเปล่านะ?
แต่สำหรับเงินที่ได้จากการเคลมประกันวินาศภัย โดยเฉพาะประกันอุบัติเหตุ กฎหมายมองต่างออกไปครับ
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 42 (13) ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด หรือเงินได้จากการประกันวินาศภัย ที่เป็นการชดเชยความเสียหายต่อร่างกาย ชีวิต หรือสุขภาพ ถือเป็น ‘เงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้น’ ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครับ
พูดง่ายๆ ก็คือ กฎหมายไม่ได้มองว่าเงินก้อนนี้เป็น ‘รายได้’ หรือ ‘กำไร’ แต่มองว่ามันคือ ‘เงินเยียวยา’ ที่จ่ายให้เพื่อชดเชยกับสิ่งที่เราสูญเสียไป ทั้งค่ารักษาพยาบาล หรือการสูญเสียความสามารถในการทำงานครับ
เจาะลึก! ค่าสินไหมทดแทนแบบไหนบ้างที่ ‘ไม่ต้องเสียภาษี’
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เรามาดูกันดีกว่าว่าเงินชดเชยจากประกันอุบัติเหตุส่วนไหนบ้าง ที่เข้าข่ายได้รับการยกเว้นภาษีครับ
- ค่ารักษาพยาบาล: อันนี้ตรงไปตรงมาที่สุดครับ เงินส่วนนี้บริษัทประกันจ่ายตามค่ารักษาที่เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายตรงให้โรงพยาบาล หรือเราสำรองจ่ายไปก่อนแล้วนำใบเสร็จมาเบิกคืน เงินก้อนนี้จึงไม่ใช่รายได้ของเรา แต่เป็นเงินที่จ่ายเพื่อโปะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
- เงินชดเชยกรณีสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวร: เงินก้อนนี้จ่ายให้เพื่อเยียวยาต่อการสูญเสียความสามารถทางร่างกายอย่างถาวร ถือเป็นการชดใช้ความเสียหายโดยตรง ไม่ใช่กำไรที่งอกเงยขึ้นมา
- เงินชดเชยรายได้ระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาล: หลายคนสับสนกับข้อนี้ที่สุด! เพราะชื่อมันคือ ‘ชดเชยรายได้’ แต่ในทางกฎหมายภาษี เงินส่วนนี้ก็ยังถือเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อเยียวยาผลกระทบจากการบาดเจ็บ ที่ทำให้เราขาดรายได้ไปชั่วขณะ จึงได้รับการยกเว้นภาษีเช่นกันครับ
- เงินค่าปลงศพ (กรณีเสียชีวิต): เงินส่วนนี้จะจ่ายให้กับทายาทโดยธรรมหรือผู้รับผลประโยชน์ เพื่อนำไปใช้จัดการงานศพ ซึ่งก็ได้รับการยกเว้นภาษีเหมือนกันครับ
แล้วมีกรณีไหนบ้างที่อาจต้องเกี่ยวข้องกับภาษี?
แม้ว่าโดยหลักการแล้วค่าสินไหมจากอุบัติเหตุของบุคคลธรรมดาจะไม่ต้องเสียภาษี แต่ก็มีบางกรณีที่ต้องพิจารณาแตกต่างออกไปครับ โดยเฉพาะเมื่ออุบัติเหตุนั้นเกี่ยวข้องกับ ‘นิติบุคคล’ หรือ ‘บริษัท’
กรณีรถยนต์ของบริษัทเกิดอุบัติเหตุ
สมมติว่ารถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุเป็นทรัพย์สินของบริษัท เมื่อบริษัทได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนเพื่อนำไปซ่อมรถ เงินก้อนนี้จะต้องถูกบันทึกเป็น ‘รายได้’ ของบริษัทตามหลักการบัญชีครับ
แต่… อย่าเพิ่งตกใจไป!
เพราะเมื่อบริษัทนำรถไปซ่อม ก็จะมี ‘รายจ่าย’ ค่าซ่อมเกิดขึ้น ซึ่งรายจ่ายส่วนนี้ก็นำไปหักลบกับรายได้ที่ได้รับมาได้ ทำให้ในทางปฏิบัติแล้วอาจจะไม่ได้มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นจากส่วนนี้ครับ
สรุปให้ฟังง่ายๆ อีกครั้ง
ถ้าคุณเป็นบุคคลธรรมดา และได้รับเงินเคลมประกันอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชยรายวัน หรือเงินชดเชยการสูญเสียอวัยวะ…
คำตอบคือ: ไม่ต้องเสียภาษี และไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายครับ!
คุณสามารถรับเงินเยียวยาส่วนนี้ได้เต็มจำนวน เพื่อนำไปใช้ดูแลตัวเองและครอบครัวในช่วงเวลาที่ยากลำบากได้เลย สบายใจได้ครับ

Be the first to comment