ข่าวอุบัติเหตุรถชนที่แยกพงษ์เพชรช่วงก่อนหน้านี้ ทำเอาหลายคนใจหายไปตามๆ กันเลยใช่ไหมครับ เห็นภาพแล้วก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเราหรือคนที่เรารักเลย
แต่ในโลกของความเป็นจริงที่รถราเต็มท้องถนน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรากว่าที่คิด คำถามสำคัญคือ… ถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้นกับเราจริงๆ เราจะรับมือกับมันยังไง?
หลายคนพอรถชนปุ๊บ สติกระเจิง ทำอะไรไม่ถูก โทรหาใครก่อนดี? ต้องถ่ายรูปไหม? แล้วจะคุยกับคู่กรณียังไง? ไม่ต้องกังวลครับ! วันนี้เราจะมาเปลี่ยนความตื่นตระหนกให้กลายเป็นความพร้อม ด้วย 7 สเต็ปง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณจัดการสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างมือโปร พร้อมเคลมประกันได้แบบไม่มีสะดุดแน่นอนครับ!
7 สเต็ปต้องทำ เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน
1. ตั้งสติ… แล้วหายใจเข้าลึกๆ
สิ่งแรกและสำคัญที่สุดเลยคือ ‘สติ’ ครับ!我知道อุบัติเหตุเกิดขึ้นกะทันหัน แต่การตื่นตระหนกจะทำให้สถานการณ์แย่ลง หายใจเข้าลึกๆ แล้วทำตามนี้ก่อน:
- เปิดไฟฉุกเฉิน (Hazard Lights): เพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้รถคันอื่นรู้ว่ามีอุบัติเหตุข้างหน้า
- เช็คตัวเองและผู้โดยสาร: ดูว่ามีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ถ้ามีคนเจ็บหนัก รีบโทรเรียกรถพยาบาลที่เบอร์ 1669 ทันที อย่าเพิ่งขยับผู้บาดเจ็บเองถ้าไม่จำเป็นนะครับ
- ประเมินความปลอดภัย: หากรถยังขับเคลื่อนได้และอุบัติเหตุไม่รุนแรงมาก ควรขยับรถเข้าข้างทางในที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจรและป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งรีบขยับรถถ้ายังไม่ทำสเต็ปต่อไปนะครับ
2. โทรหาเพื่อนซี้ที่ชื่อ ‘บริษัทประกัน’
หลังจากเช็คความปลอดภัยเบื้องต้นแล้ว คนที่คุณควรโทรหาเป็นอันดับแรกก็คือบริษัทประกันภัยรถยนต์ของคุณนั่นเอง! ไม่ใช่โทรหาแฟนหรือหาเพื่อนนะครับ (เว้นแต่จะให้เพื่อนช่วยประสานงาน) เพราะเจ้าหน้าที่ประกันจะแนะนำขั้นตอนที่ถูกต้องให้คุณได้ดีที่สุด
เบอร์โทรฉุกเฉินที่ควรเมมไว้ในเครื่อง:
- เบอร์เคลมประกันของคุณ (สำคัญที่สุด!)
- เบอร์เรียกรถพยาบาล (1669)
- ตำรวจทางหลวง (1193)
- แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย (191)
เจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูลเบื้องต้นและส่งพนักงานสำรวจภัย (Surveyor) มายังที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะช่วยจัดการเรื่องเอกสารและเจรจากับคู่กรณีให้คุณครับ
3. เก็บหลักฐานให้ครบ เหมือนนักสืบโคนัน
ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ประกันมาถึง ให้คุณใช้สมาร์ทโฟนในมือให้เป็นประโยชน์ที่สุด ถ่ายรูปและวิดีโอเก็บหลักฐานทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ยิ่งเยอะยิ่งดีครับ เพราะนี่คือข้อมูลสำคัญที่จะใช้ในขั้นตอนการเคลม
- ถ่ายภาพมุมกว้าง: ให้เห็นภาพรวมของที่เกิดเหตุ ลักษณะถนน เส้นจราจร และตำแหน่งของรถทั้งสองคัน
- ถ่ายภาพความเสียหาย: ซูมเข้าไปที่ร่องรอยการชนของรถเราและรถคู่กรณีทุกจุด ถ่ายให้ชัดๆ หลายๆ มุม
- ถ่ายเอกสารสำคัญ: ถ่ายรูปใบขับขี่, ป้ายทะเบียน, กรมธรรม์ประกันภัยของคู่กรณีไว้ด้วย
- ถ่ายสภาพแวดล้อม: มีรอยเบรกบนถนนไหม? มีกล้องวงจรปิดแถวนั้นหรือเปล่า? เก็บภาพมาให้หมดครับ
4. ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งขยับรถ (ถ้าไม่ตกลงกัน)
ย้ำอีกครั้ง! หากอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บ หรือยังตกลงกันไม่ได้ว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด ห้ามขยับรถออกจากจุดเกิดเหตุเด็ดขาด จนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือพนักงานสำรวจภัยจะมาถึง เพราะการขยับรถอาจทำให้รูปคดีเปลี่ยนไปได้ รอให้เจ้าหน้าที่มาทำแผนที่เกิดเหตุและลงบันทึกประจำวันก่อนจะดีที่สุดครับ

5. แลกเปลี่ยนข้อมูล แต่อย่าเพิ่งยอมรับผิด
การพูดคุยกับคู่กรณีเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องทำอย่างใจเย็นและระมัดระวัง สิ่งที่ควรทำคือการแลกเปลี่ยนข้อมูลพื้นฐานซึ่งกันและกัน ได้แก่:
- ชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์
- หมายเลขทะเบียนรถ
- ชื่อบริษัทประกันและหมายเลขกรมธรรม์
ข้อควรระวังที่สุดคือ ‘อย่าเพิ่งรีบกล่าวคำขอโทษหรือยอมรับผิด’ แม้คุณจะรู้สึกว่าตัวเองอาจจะเป็นฝ่ายผิดก็ตาม เพราะคำพูดของคุณอาจมีผลทางกฎหมายได้ ปล่อยให้เรื่องการตัดสินถูกผิดเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและบริษัทประกันจะดีกว่าครับ
อ่านเพิ่มเติม: เฮ้ยแก! ประกัน 2 พลัส นี่แหละ ตัวจริงเรื่องความคุ้มค่า ไม่ต้องจ่ายแพงก็อุ่นใจ!
6. มองหาพยานในที่เกิดเหตุ
หากมีคนเห็นเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นคนเดินถนน พ่อค้าแม่ค้า หรือรถคันข้างๆ ลองเข้าไปสอบถามและขอข้อมูลติดต่อ (เช่น ชื่อและเบอร์โทรศัพท์) ไว้เป็นพยานบุคคลได้ครับ เพราะบางครั้งมุมมองจากบุคคลที่สามก็ช่วยให้ภาพเหตุการณ์ชัดเจนขึ้นมาก โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่มีกล้องหน้ารถ
และแน่นอนว่า ‘กล้องหน้ารถ’ คือพยานที่ดีที่สุดในยุคนี้เลย อย่าลืมเช็คไฟล์วิดีโอทันที เพราะนี่คือหลักฐานชั้นเยี่ยมที่เถียงไม่ขึ้นเลยล่ะครับ!
7. นำรถเข้าซ่อมกับอู่ในเครือประกัน
หลังจากที่พนักงานสำรวจภัยออกใบเคลม (ใบรับรองความเสียหาย) ให้เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำรถเข้าซ่อม คุณสามารถเลือกได้ว่าจะซ่อมอู่ในเครือของบริษัทประกัน หรืออู่นอกเครือ (อู่ที่คุณรู้จัก)
ข้อดีของการซ่อมอู่ในเครือ คือความสะดวกสบาย คุณแทบไม่ต้องสำรองจ่ายเงินค่าซ่อมไปก่อน (ยกเว้นค่าเสียหายส่วนแรก ถ้ามี) และยังมีการรับประกันคุณภาพงานซ่อมอีกด้วย ทำให้คุณสบายใจหายห่วงได้เลยครับ
เห็นไหมครับว่าจริงๆ แล้วการรับมือกับอุบัติเหตุรถชนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แค่เรามีสติ รู้ขั้นตอน และมีประกันภัยดีๆ คอยดูแล อุบัติเหตุที่ดูเป็นเรื่องใหญ่ก็สามารถจัดการให้ผ่านไปได้ด้วยดี
แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ เคยมีประสบการณ์เฉี่ยวชนแล้วรับมือกันยังไงบ้าง? หรือมีทริคอะไรดีๆ ที่อยากแชร์กันไหม? คอมเมนต์คุยกันได้เลยนะ!
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment