ช่วงเที่ยงของวันที่ 5 ก.ย. 2569 มีรายงานอุบัติเหตุบนถนนรัชดาภิเษก ขาเข้า ช่วงซอยรัชดาภิเษก 30 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์จนขวางเลนซ้าย ทำให้การจราจรติดขัดและมีท้ายแถวสะสมใกล้มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม หากคุณกำลังค้นหา วิธีรับมือเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์บนถนนรัชดาภิเษก สิ่งสำคัญคืออย่าเพิ่งตกใจ เพราะการทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้เคลมประกันได้ง่ายขึ้น
1. ตั้งสติและดูความปลอดภัยก่อน
หลังเกิดเหตุ ให้ตั้งสติและเช็กตัวเองกับผู้โดยสารก่อน หากมีคนเจ็บ ให้โทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที อย่ารีบขยับผู้บาดเจ็บที่อาจมีอาการคอหรือหลังเคล็ด เว้นแต่จุดเกิดเหตุมีอันตรายซ้ำ เช่น รถกำลังจะชน ไฟไหม้ หรืออยู่กลางช่องทางเดินรถ
จากนั้นเปิดไฟฉุกเฉิน ดึงเบรกมือ และวางป้ายเตือนหรืออุปกรณ์สะท้อนแสงไว้ด้านหลังรถเท่าที่ทำได้ การจอดรถขวางเลนบนถนนรัชดาฯ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ โดยเฉพาะช่วงรถติดและมีรถจักรยานยนต์เปลี่ยนช่องทางอยู่ตลอด
2. แจ้งเหตุให้ถูกคนและถูกเวลา
ถ้ามีผู้บาดเจ็บหรือคู่กรณีมีท่าทีรุนแรง ให้แจ้งตำรวจที่หมายเลข 191 และแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ส่วนเรื่องประกัน ให้โทรหาบริษัทประกันตามเบอร์ที่อยู่บนบัตรประกันหรือแอปพลิเคชันของบริษัทโดยเร็วที่สุด
เวลาคุยกับเจ้าหน้าที่ประกัน ควรบอกข้อมูลให้ชัด เช่น ถนนรัชดาภิเษกขาเข้าหรือขาออก จุดใกล้เคียง ซอยหรือสถานีรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้ จำนวนรถที่เกี่ยวข้อง และมีผู้บาดเจ็บหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่หาจุดเกิดเหตุได้เร็วขึ้น
3. เก็บหลักฐานก่อนเคลื่อนย้ายรถ
ถ้าปลอดภัย ให้ถ่ายภาพและวิดีโอไว้หลายมุมก่อนเคลื่อนรถ หลักฐานที่ควรเก็บมีดังนี้
- ภาพรถทุกคันและตำแหน่งที่ชน
- ภาพป้ายทะเบียนของรถคู่กรณี
- ภาพรอยบุบ รอยขีดข่วน และเศษชิ้นส่วนบนถนน
- ภาพเส้นจราจร สัญญาณไฟ ป้ายบอกทาง และสภาพถนน
- ภาพรถในมุมกว้าง เพื่อแสดงว่ารถอยู่เลนใด
- วิดีโอจากกล้องหน้ารถหรือกล้องบริเวณใกล้เคียง
การมี กล้องติดรถยนต์ ช่วยบันทึกเหตุการณ์ได้ตั้งแต่ก่อนชน ภาพจากกล้องอาจช่วยตอบคำถามสำคัญว่าใครเปลี่ยนเลน ใครฝ่าไฟแดง หรือรถคันไหนตัดหน้า โดยไม่ต้องอาศัยการคาดเดาจากคำพูดเพียงอย่างเดียว
4. อย่าเพิ่งยอมรับผิดหรือเซ็นเอกสารโดยไม่อ่าน
ในช่วงแรกหลังเกิดเหตุ ทุกคนอาจยังตกใจ คำพูดอย่าง “ผมผิดเอง” หรือ “เดี๋ยวผมจ่ายให้” อาจถูกนำไปตีความภายหลังได้ จึงควรพูดตามข้อเท็จจริง เช่น “ขอให้บริษัทประกันเข้ามาตรวจสอบก่อน” ไม่ควรโต้เถียง ดุด่า หรือข่มขู่คู่กรณี เพราะอาจทำให้เรื่องบานปลาย
หากคู่กรณีขอให้เซ็นเอกสารใด ๆ ให้ตรวจชื่อ เลขทะเบียน รายละเอียดเหตุการณ์ และข้อความเรื่องความรับผิดชอบให้ครบ หากไม่เข้าใจ ให้รอเจ้าหน้าที่ประกันหรือตำรวจอธิบายก่อน การไม่เซ็นเอกสารที่ยังไม่ชัดเจนเป็นการป้องกันสิทธิ์ของตัวเอง
5. เข้าใจขั้นตอนเคลมประกันรถยนต์
กรณีมีคู่กรณี
เตรียมใบขับขี่ สำเนาทะเบียนรถ กรมธรรม์หรือเลขกรมธรรม์ และข้อมูลคู่กรณีให้พร้อม เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง จะตรวจสอบจุดชน ถ่ายภาพความเสียหาย และจัดทำเอกสารเคลมให้ หากตกลงกันไม่ได้ บริษัทประกันจะบันทึกข้อเท็จจริงไว้ และอาจต้องใช้รายงานตำรวจประกอบ
กรณีไม่มีคู่กรณี
เช่น ชนขอบทาง เสาไฟ หรือสิ่งกีดขวาง ให้แจ้งบริษัทประกันทันที อย่าซ่อมรถเองหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนก่อนบริษัทตรวจสอบ เพราะอาจทำให้การพิจารณาเคลมยุ่งยากขึ้น กรมธรรม์ชั้น 1 มักคุ้มครองความเสียหายลักษณะนี้ตามเงื่อนไข แต่ประกันชั้น 2+ หรือ 3+ อาจมีข้อจำกัดเมื่อไม่มีคู่กรณี
เช็กความคุ้มครองที่มีอยู่
ประกันรถยนต์แต่ละประเภทไม่เหมือนกัน ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองกว้างที่สุด ทั้งรถของเราและความเสียหายต่อคู่กรณีตามเงื่อนไข ส่วนชั้น 2+ และ 3+ มักคุ้มครองรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะที่ระบุได้ ขณะที่ประกันชั้น 3 เน้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ดังนั้นควรอ่านทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก และข้อยกเว้นในกรมธรรม์ไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ

6. ถ้ารถขวางถนนและการจราจรติดขัด ต้องทำอย่างไร
หากไม่มีผู้บาดเจ็บและรถยังขับได้ ให้ถ่ายภาพตำแหน่งรถและความเสียหายให้ครบก่อน แล้วขยับรถไปจุดปลอดภัย เช่น ไหล่ทางหรือบริเวณที่ไม่กีดขวางช่องจราจร การเคลื่อนรถหลังเก็บหลักฐานไม่ได้แปลว่ายอมรับผิด แต่ช่วยลดโอกาสเกิดเหตุซ้ำและเปิดทางให้รถฉุกเฉิน
ถ้ารถขับต่อไม่ได้ ให้เปิดไฟฉุกเฉิน ออกจากรถทางด้านที่ปลอดภัย และยืนรอในจุดที่ห่างจากช่องทางจราจร หากอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า แยกใหญ่ หรือพื้นที่คนพลุกพล่าน อย่าเดินลงไปกลางถนนเพื่อหาคนมาช่วย เพราะรถที่กำลังเปลี่ยนเลนอาจมองไม่เห็นคุณ
7. เคล็ดลับเตรียมตัวก่อนเดินทางบนถนนรัชดาฯ
- ตรวจลมยาง เบรก ไฟเลี้ยว และไฟฉุกเฉินก่อนออกเดินทาง
- ชาร์จโทรศัพท์ให้พร้อม และบันทึกเบอร์บริษัทประกันไว้ในเครื่อง
- พกใบขับขี่ สำเนาทะเบียนรถ และข้อมูลกรมธรรม์
- เว้นระยะจากรถคันหน้า โดยเฉพาะช่วงฝนตกหรือรถติด
- ใช้ GPS ก่อนออกเดินทาง และไม่ก้มดูโทรศัพท์ขณะรถเคลื่อนที่
- ตรวจว่ากล้องติดรถยนต์บันทึกภาพได้จริงและมีพื้นที่จัดเก็บเพียงพอ
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอเคสชนบนถนนใหญ่ สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดไม่ใช่การจำว่าใครพูดอะไร แต่คือภาพจากกล้อง รายละเอียดจุดเกิดเหตุ และการโทรแจ้งประกันทันที หลักฐานที่ครบทำให้การพูดคุยกับทุกฝ่ายง่ายและเป็นธรรมขึ้น
ถ้าสนใจเรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง ลอง อ่านเพิ่มเติม: จากข่าว ‘หนึ่ง ETC’ วูบที่เซี่ยงไฮ้: ทำไม ‘ประกันการเดินทาง’ คือเบาะรองรับที่นุ่มนวลที่สุดเมื่อชีวิตสะดุด เพื่อดูแนวคิดการใช้ประกันเป็นตัวช่วยเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
คำถามที่พบบ่อยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
ต้องโทรแจ้งประกันภายในกี่ชั่วโมง?
ควรแจ้งทันทีที่ปลอดภัย ไม่ควรรอจนกลับถึงบ้านหรือผ่านไปหลายวัน เพราะรายละเอียดอาจคลาดเคลื่อน และบางกรมธรรม์มีเงื่อนไขให้แจ้งเหตุโดยเร็ว
ไม่มีรูปตอนรถชน จะเคลมได้ไหม?
ยังอาจเคลมได้ ขึ้นอยู่กับประเภทประกันและหลักฐานอื่น เช่น รายงานตำรวจ ภาพจากกล้องหน้ารถ พยาน หรือภาพจากกล้องบริเวณใกล้เคียง แต่การมีภาพจุดเกิดเหตุจะช่วยให้ตรวจสอบได้ชัดเจนกว่า
คู่กรณีไม่มีประกัน ต้องทำอย่างไร?
เก็บข้อมูลชื่อ เลขบัตรประชาชน เลขทะเบียนรถ และถ่ายภาพความเสียหาย จากนั้นแจ้งบริษัทประกันและตำรวจ หากมีผู้บาดเจ็บหรือค่าเสียหายสูง อย่าตกลงด้วยวาจาเพียงอย่างเดียว ควรมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 5 ก.ย. 2569 เวลา 12:32 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
การเกิดอุบัติเหตุอาจทำให้ใจเสีย แต่ถ้าตั้งสติ ป้องกันจุดเกิดเหตุ เก็บหลักฐาน และแจ้งประกันตามขั้นตอน คุณจะรับมือได้อย่างมั่นใจมากขึ้น แล้วคุณเคยเจอเหตุการณ์บนถนนรัชดาฯ หรือมีเคล็ดลับอะไรที่อยากแบ่งปันไหม? มาเล่าให้ฟังในช่องความคิดเห็นได้เลย
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment