ข่าวอุบัติเหตุบนถนนเทพรัตน ขาเข้า กม.14 ที่ทำให้รถติดมาก เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2569 เวลา 23:26 น. ทำให้หลายคนที่ใช้เส้นทางนี้ต้องเพิ่มความระวัง โดยเฉพาะคนที่กำลังค้นหาเรื่อง ประกันชั้น 3 คุ้มครองอุบัติเหตุรถยนต์ เพราะเมื่อเกิดเหตุจริง หลายคนไม่แน่ใจว่าควรจอดรถตรงไหน ต้องถ่ายรูปอะไร และประกันจะช่วยเรื่องใดบ้าง
อุบัติเหตุบนถนนใหญ่ที่มีรถจำนวนมากอาจทำให้สถานการณ์วุ่นวายได้ รถคันหลังอาจมองไม่เห็นจุดชน รถติดอาจยาวขึ้น และผู้ขับขี่อาจตกใจจนลืมขั้นตอนสำคัญ บทความนี้จึงสรุปวิธีรับมือและวิธีเคลมประกันชั้น 3 ตั้งแต่จุดเกิดเหตุจนถึงการคุยกับบริษัทประกันแบบทีละขั้น
เกิดรถชนบนถนนเทพรัตน ควรทำอะไรเป็นอย่างแรก
สิ่งแรกคือ ตั้งสติและดูความปลอดภัยของทุกคน ไม่ควรรีบลงจากรถโดยไม่มองรถคันอื่น เพราะถนนเทพรัตนเป็นเส้นทางที่มีรถวิ่งต่อเนื่อง แม้รถจะติด รถจักรยานยนต์ก็อาจแทรกผ่านได้
- เปิดไฟฉุกเฉินทันทีเมื่อรถหยุดนิ่ง
- ตรวจดูว่ามีผู้บาดเจ็บหรือไม่
- ถ้ามีผู้บาดเจ็บ ให้โทร 1669 และแจ้งตำรวจ 191
- หากรถยังขยับได้ ให้เคลื่อนรถไปจุดที่ปลอดภัยตามความเหมาะสม
- อย่ายืนอยู่กลางช่องทางจราจรหรือด้านท้ายรถโดยไม่จำเป็น
ถ้ามีผู้บาดเจ็บ อย่ารีบเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเอง เว้นแต่มีอันตรายเร่งด่วน เช่น รถกำลังจะชนซ้ำหรือมีไฟไหม้ ควรรอเจ้าหน้าที่กู้ชีพและตำรวจเข้าช่วยเหลือ
ต้องถ่ายรูปอะไรไว้เป็นหลักฐาน
หลักฐานจากจุดเกิดเหตุช่วยให้บริษัทประกันเห็นภาพเดียวกันกับผู้ขับขี่ ยิ่งถ่ายเร็วและครบ ก็ยิ่งลดการโต้แย้งได้ ก่อนขยับรถ หากปลอดภัยพอ ให้ถ่ายภาพไว้หลายมุม
- ภาพรถทุกคันในมุมกว้าง ให้เห็นตำแหน่งรถและสภาพการจราจร
- ภาพรอยชนทั้งระยะใกล้และระยะไกล
- ภาพป้ายทะเบียนรถของคู่กรณี
- ภาพถนน ช่องทางเดินรถ เส้นจราจร ป้ายบอกทาง และจุดสังเกตใกล้เคียง
- ภาพความเสียหายของสิ่งของหรือทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้อง
- ภาพใบขับขี่ กรมธรรม์ หรือข้อมูลติดต่อของคู่กรณีเท่าที่จำเป็น
ถ้ามีพยานเห็นเหตุการณ์ ลองขอชื่อและเบอร์ติดต่อไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม ควรขอด้วยความสุภาพ และไม่ควรบังคับให้พยานเข้าข้างฝ่ายใด
อุปกรณ์ที่ช่วยเก็บหลักฐานได้ดีคือ กล้องติดรถยนต์ เพราะภาพจากกล้องอาจช่วยให้เห็นจังหวะก่อนชนได้ชัดขึ้น โดยเฉพาะเหตุที่เกิดตอนกลางคืนหรือในช่วงรถติดที่มีรถเปลี่ยนช่องทางตลอดเวลา
ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรเมื่อรถชน
ประกันรถยนต์ชั้น 3 โดยทั่วไปคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นหลัก หมายความว่า หากผู้เอาประกันเป็นฝ่ายทำให้รถของคู่กรณีเสียหาย บริษัทประกันอาจเข้ามาช่วยชดใช้ค่าความเสียหายตามวงเงินและเงื่อนไขในกรมธรรม์
ความคุ้มครองที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
- ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เช่น รถยนต์หรือสิ่งของ
- ความคุ้มครองตามเงื่อนไขของ พ.ร.บ. หากมีการซื้อความคุ้มครองส่วนนี้ไว้ตามกฎหมาย
จุดสำคัญคือ ประกันชั้น 3 มักไม่ได้คุ้มครองความเสียหายของรถผู้เอาประกันเองเหมือนประกันชั้น 1 ดังนั้นถ้ารถของเราเสียหาย และเราเป็นฝ่ายผิดหรือไม่สามารถเรียกร้องจากฝ่ายอื่นได้ ค่าใช้จ่ายซ่อมรถของเราอาจต้องรับผิดชอบเอง
แต่ไม่ได้หมายความว่ารถของเราจะไม่มีทางได้รับการชดเชยเลย ถ้าคู่กรณีเป็นฝ่ายผิดและมีประกันที่คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สิน บริษัทประกันของคู่กรณีอาจรับผิดชอบตามข้อเท็จจริงและวงเงินคุ้มครอง กรณีนี้ต้องให้บริษัทประกันตรวจสอบก่อน

ขั้นตอนเคลมประกันชั้น 3 ที่จุดเกิดเหตุ
1. โทรแจ้งบริษัทประกันทันที
โทรไปยังเบอร์เคลมที่อยู่บนหน้าตารางกรมธรรม์หรือบัตรประกัน แจ้งข้อมูลให้ชัดเจน เช่น จุดเกิดเหตุ ถนนเทพรัตน ขาเข้า กม.14 ช่องทางที่เกิดเหตุ ลักษณะการชน จำนวนรถ และมีผู้บาดเจ็บหรือไม่
ควรบอกข้อมูลตามจริง ไม่ควรเดาเรื่องความเร็วหรือยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิดทันที หากยังไม่มีการตรวจสอบ เพราะคำพูดในช่วงตกใจอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ ให้เล่าเฉพาะสิ่งที่เห็นและจำได้
2. รอเจ้าหน้าที่สำรวจภัย
บริษัทประกันจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ หรืออาจแนะนำขั้นตอนตามระบบของบริษัท ในช่วงที่รอ ควรอยู่ในจุดปลอดภัยและเปิดโทรศัพท์ให้ติดต่อได้ หากรถกีดขวางการจราจร ให้ทำตามคำแนะนำของตำรวจหรือเจ้าหน้าที่จราจร
อย่าตกลงจ่ายเงินให้คู่กรณีทันทีเพียงเพราะอยากให้รถหายติด ควรแจ้งบริษัทประกันก่อน เพราะการจ่ายเงินหรือเซ็นเอกสารบางอย่างอาจกระทบต่อการพิจารณาสินไหมได้ หากจำเป็นต้องตกลงเรื่องใด ควรอ่านเอกสารให้เข้าใจและถ่ายภาพเก็บไว้
3. แสดงเอกสารให้ครบ
เอกสารที่อาจต้องใช้มีบัตรประชาชน ใบขับขี่ สำเนาทะเบียนรถ ตารางกรมธรรม์ และข้อมูลคู่กรณี ทั้งนี้แต่ละบริษัทอาจขอเอกสารไม่เหมือนกัน จึงควรถามเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนว่าเอกสารใดต้องส่งเพิ่มเติม
4. ตรวจสอบใบเคลมและสถานที่ซ่อม
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว อาจมีการออกใบเคลมหรือเอกสารรับรองความเสียหาย หากรถของคู่กรณีได้รับความเสียหาย บริษัทประกันของฝ่ายที่ต้องรับผิดจะเป็นผู้ประสานงานเรื่องซ่อมตามเงื่อนไข
หากรถของเราได้รับความเสียหายจากคู่กรณี ให้เก็บใบเสนอราคาซ่อม รูปความเสียหาย และเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ทั้งหมด อย่าเพิ่งซ่อมในจุดสำคัญก่อนบริษัทประกันตรวจสอบ เว้นแต่เป็นการซ่อมฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัย
ถ้าคู่กรณีไม่มีประกัน หรือไม่ยอมรับผิด ทำอย่างไร
กรณีคู่กรณีไม่มีประกัน ให้เก็บข้อมูลทะเบียนรถ ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ใบขับขี่ และภาพหลักฐานไว้ จากนั้นแจ้งตำรวจเพื่อบันทึกเหตุการณ์ หากมีผู้เห็นเหตุการณ์ ให้ขอข้อมูลติดต่อไว้ด้วย
ถ้าคู่กรณีไม่ยอมรับผิด อย่าโต้เถียงหรือใช้ความรุนแรง ให้รอเจ้าหน้าที่ประกันและตำรวจช่วยตรวจสอบ หากมีกล้องวงจรปิดจากร้านค้า อาคาร หรือกล้องติดรถยนต์ ควรรีบแจ้งจุดที่มีกล้อง เพราะภาพอาจถูกบันทึกทับเมื่อเวลาผ่านไป
ในมุมมองของนายหน้าประกันภัย สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการถ่ายรูปไม่ครบและการพูดสรุปว่าใครผิดก่อนมีหลักฐาน เพราะสองเรื่องนี้มักทำให้การประสานงานภายหลังใช้เวลานานขึ้น
ประกันชั้น 3 ต่างจากประกันชั้น 1 อย่างไร
ประกันชั้น 1 มักคุ้มครองรถของผู้เอาประกันเองได้กว้างกว่า ทั้งกรณีชนกับรถ ชนสิ่งของ รถหาย หรือไฟไหม้ตามเงื่อนไข ส่วนประกันชั้น 3 เน้นคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และมีเบี้ยประกันที่ประหยัดกว่า
ถ้าใช้รถทุกวัน วิ่งบนถนนใหญ่ หรือมีโอกาสเจอรถติดและการเปลี่ยนช่องทางบ่อย ควรเลือกความคุ้มครองให้เหมาะกับความเสี่ยงและงบประมาณ อย่าดูแค่ราคาเบี้ย ต้องดูวงเงินความรับผิด ค่าเสียหายส่วนแรก เงื่อนไขผู้ขับขี่ และข้อยกเว้นด้วย
อ่านเพิ่มเติม: ทำไมประกันชั้น 1 ถึงเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน?
เช็กลิสต์สั้น ๆ หลังเกิดอุบัติเหตุ
- ปลอดภัยก่อน แล้วเปิดไฟฉุกเฉิน
- ช่วยผู้บาดเจ็บและโทรขอความช่วยเหลือ
- ถ่ายรูปจุดเกิดเหตุและความเสียหาย
- แลกข้อมูลกับคู่กรณี
- โทรแจ้งบริษัทประกันโดยเร็ว
- อย่าเซ็นเอกสารที่ยังไม่เข้าใจ
- เก็บใบเคลม ใบเสนอราคา และหลักฐานทุกอย่าง
สุดท้ายนี้ เงื่อนไขความคุ้มครองของประกันชั้น 3 อาจแตกต่างกันตามบริษัทและแผนที่เลือก วงเงินและข้อยกเว้นในกรมธรรม์จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่สุด หากไม่แน่ใจว่ากรณีของเราคุ้มครองหรือไม่ ให้โทรถามบริษัทประกันหรือนายหน้าก่อนตัดสินใจซ่อมหรือจ่ายเงิน
คุณเคยเจอรถชนบนถนนเทพรัตน หรือเคยใช้ประกันชั้น 3 ในสถานการณ์รถติดแบบนี้ไหม? เล่าประสบการณ์หรือคำถามไว้ในช่องความคิดเห็นได้เลย เผื่อช่วยให้คนที่กำลังเจอเหตุคล้ายกันรับมือได้ดีขึ้น
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 18 ต.ค. 2569 เวลา 23:26 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment