เชื่อว่าหลายคนที่ใช้รถใช้ถนนเป็นประจำ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ คงเคยใจหายใจคว่ำกับข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนนกันมาบ้างใช่ไหมครับ ล่าสุดก็เพิ่งมีข่าวอุบัติเหตุบนถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก ช่วงก่อนถึงแยกบางเขน เมื่อคืนวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา มีผู้บาดเจ็บด้วย เห็นข่าวแบบนี้แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับเราบ้าง จะต้องทำยังไง? โดยเฉพาะเรื่องที่น่าปวดหัวที่สุดอย่างการ เคลมประกันอุบัติเหตุ จะต้องเริ่มจากตรงไหน?
อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดครับ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ‘สติ’ คือสิ่งสำคัญที่สุด และการรู้ขั้นตอนที่ถูกต้องจะช่วยเปลี่ยนเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่ายได้ วันนี้เราจะมาเปิดคู่มือ How-to ฉบับสมบูรณ์ ที่จะทำให้คุณเข้าใจกระบวนการเคลมประกันรถยนต์แบบง่ายๆ เหมือนมีผู้เชี่ยวชาญนั่งอยู่ข้างๆ เลยครับ
ตั้งสติ! 4 สิ่งแรกที่ต้องทำทันทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
ไม่ว่าจะเกิดเหตุที่ไหนบนถนนวิภาวดีฯ ที่ขึ้นชื่อว่ารถเยอะและเร็ว หรือถนนเส้นไหนก็ตาม ทันทีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ให้คุณทำตาม 4 ขั้นตอนนี้ก่อนเลยครับ
- จอดรถในที่ปลอดภัยและเปิดไฟฉุกเฉิน: สิ่งแรกคือความปลอดภัยของตัวคุณและคนอื่นๆ พยายามนำรถเข้าข้างทางในจุดที่ปลอดภัยที่สุด แล้วเปิดไฟฉุกเฉิน (Hazard Lights) เพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้รถคันอื่นระวัง
- สำรวจผู้บาดเจ็บ: ตรวจสอบตัวเอง คนในรถ และคู่กรณีว่ามีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่ หากมีผู้บาดเจ็บ ให้รีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 (สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ) ทันที อย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บรุนแรงด้วยตัวเองเด็ดขาด
- โทรแจ้งบริษัทประกันภัย: นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดครับ! ให้รีบโทรหาเบอร์ Hotline ของบริษัทประกันของคุณทันที เบอร์นี้มักจะอยู่บนสติกเกอร์ที่แปะหน้ารถ หรือในกรมธรรม์ ควรเมมเบอร์นี้ไว้ในโทรศัพท์มือถือเลยจะดีที่สุดครับ
- เก็บหลักฐานเบื้องต้น: ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ประกันมาถึงที่เกิดเหตุ ให้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปหรือวิดีโอสภาพที่เกิดเหตุไว้ให้ได้มากที่สุด ทั้งตำแหน่งรถ ความเสียหายของรถเราและคู่กรณี ป้ายทะเบียนของคู่กรณี และสภาพแวดล้อมโดยรอบ
เคลมสด vs เคลมแห้ง ต่างกันยังไง แล้วเราควรเลือกแบบไหน?
พอโทรหาบริษัทประกันแล้ว เขาจะถามข้อมูลเบื้องต้นและอาจจะถามว่าเราสะดวกเคลมแบบไหน ซึ่งการเคลมประกันรถยนต์หลักๆ มี 2 แบบครับ
1. การเคลมสด (Fresh Claim)
คือการเคลมที่เกิดเหตุทันที โดยจะมีเจ้าหน้าที่สำรวจภัย (Surveyor) เดินทางมายังจุดเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบความเสียหายและออกเอกสารใบเคลมให้เราเลย การเคลมแบบนี้เหมาะกับกรณี:
- อุบัติเหตุที่มีคู่กรณี เช่น รถชนกัน
- มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
- ความเสียหายค่อนข้างหนัก
- ตกลงกันไม่ได้ว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด
2. การเคลมแห้ง (Dry Claim)
คือการเคลมที่ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่มาดู ณ ที่เกิดเหตุ แต่เราเป็นคนนำรถไปแจ้งเคลมที่อู่หรือศูนย์บริการในภายหลัง เหมาะกับอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ และไม่มีคู่กรณี เช่น:
- ขับรถเบียดเสา ถอยชนกำแพง
- โดนขูดขีด หรือหินดีดใส่
- อุบัติเหตุชนกับคู่กรณี แต่เสียหายเล็กน้อย และสามารถตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว (อาจมีการถ่ายรูปและแลกเอกสารกันไว้)

เปิดขั้นตอนเคลมประกันอุบัติเหตุแบบละเอียด (ฉบับเคลมสด)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด เรามาดูขั้นตอนการเคลมสดแบบ Step-by-Step กันดีกว่าครับ
ขั้นตอนที่ 1: โทรแจ้งประกันและให้ข้อมูล
เมื่อโทรเข้า Call Center ของบริษัทประกัน เจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูลสำคัญดังนี้:
- ชื่อผู้ขับขี่ และเลขทะเบียนรถ
- เลขที่กรมธรรม์ (ถ้าทราบ)
- สถานที่เกิดเหตุที่ชัดเจนที่สุด (เช่น ถนนวิภาวดีฯ ขาออก หลักกิโลเมตรที่ XX ใกล้กับ…)
- ลักษณะการเกิดเหตุ และข้อมูลคู่กรณี (ถ้ามี)
จากนั้นเจ้าหน้าที่จะประสานงานให้พนักงานสำรวจภัยที่อยู่ใกล้ที่สุดเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ
ขั้นตอนที่ 2: เตรียมเอกสารและหลักฐานรอ
ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ ให้เราเตรียมเอกสารสำคัญไว้ให้พร้อม ได้แก่:
- ใบขับขี่ (ตัวจริง)
- สำเนากรมธรรม์ประกันภัย (ถ้ามีติดรถ)
- สำเนาทะเบียนรถ
และอย่าลืมรวบรวมหลักฐานที่เราถ่ายรูปหรือบันทึกวิดีโอไว้ โดยเฉพาะภาพจาก กล้องติดรถยนต์ ซึ่งเป็นหลักฐานชั้นดีที่ช่วยให้เรื่องจบเร็วขึ้นมากครับ
ขั้นตอนที่ 3: พูดคุยกับเจ้าหน้าที่สำรวจภัย
เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง เขาจะเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ่ายรูปความเสียหาย และสอบถามลำดับเหตุการณ์จากทั้งสองฝ่าย เพื่อประเมินสถานการณ์และระบุว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายถูกหรือผิด เมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จะออก ‘ใบรับรองความเสียหาย’ หรือที่เรียกกันติดปากว่า ‘ใบเคลม’ ให้กับเรา ซึ่งในเอกสารจะระบุรายละเอียดความเสียหายและอู่/ศูนย์ซ่อมที่เราสามารถนำรถเข้าไปจัดซ่อมได้
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอเคสนี้บนถนนเส้นที่รถเยอะๆ สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการเจรจากับคู่กรณีครับ หากรู้สึกว่าตกลงกันไม่ได้ หรืออีกฝ่ายไม่ยอมรับผิด อย่าเพิ่งเซ็นเอกสารยอมรับใดๆ ให้รอเจ้าหน้าที่ประกันของเรามาเป็นคนกลางในการเจรจาจะดีที่สุดครับ
ขั้นตอนที่ 4: นำรถเข้าศูนย์หรืออู่ซ่อม
หลังจากได้ใบเคลมมาแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการนำรถเข้าซ่อม โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะซ่อมอู่ในเครือของบริษัทประกัน หรืออู่นอกเครือ (ซึ่งอาจจะต้องสำรองจ่ายไปก่อน) เอกสารที่ต้องใช้ยื่นที่อู่ ได้แก่:
- ใบเคลมที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่
- สำเนาใบขับขี่
- สำเนาทะเบียนรถ
- สำเนากรมธรรม์
เพียงเท่านี้กระบวนการเคลมประกันก็ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้วครับ ที่เหลือก็แค่รอทางอู่ดำเนินการซ่อมและแจ้งให้เราไปรับรถคู่ใจกลับมาใช้งานตามปกติ
อ่านเพิ่มเติม: หมดห่วงเรื่องไฟไหม้: เจาะลึกประกันอัคคีภัยบ้านและทรัพย์สินแบบครบวงจร
สรุป
อุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างในข่าวที่เกิดขึ้นบนถนนวิภาวดีฯ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่การเตรียมตัวให้พร้อมและรู้ขั้นตอนการ เคลมประกันอุบัติเหตุ จะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจและไม่เสียเปรียบ สิ่งสำคัญคือการมีสติ เก็บหลักฐานให้ครบถ้วน และโทรแจ้งบริษัทประกันทันทีที่เกิดเหตุนะครับ
แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ เคยมีประสบการณ์เคลมประกันแบบไหนกันบ้าง? หรือมีข้อสงสัยตรงไหนเกี่ยวกับการเคลม ลองคอมเมนต์พูดคุยกันได้เลยนะครับ
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 5 เม.ย. 2569 เวลา 21:54 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment