ข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนนที่น่าสลดใจเกิดขึ้นให้เราเห็นแทบทุกวัน ล่าสุดกับเหตุการณ์ชายชาวอังกฤษขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟที่ จ.ชลบุรี ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ตอกย้ำถึงความไม่แน่นอนของชีวิต หลายคนเมื่อเห็นข่าวแล้วก็อดตั้งคำถามในใจไม่ได้ว่า หากเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเรา คนข้างหลังจะเป็นอย่างไร และคำถามที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้คือ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ได้เงินเท่าไหร่? ซึ่งมันไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือความห่วงใยที่เรามีต่อครอบครัว วันนี้เราจะมาเปลี่ยนความกังวลเหล่านั้นให้กลายเป็นความเข้าใจ และเปลี่ยนความกลัวให้เป็นการเตรียมพร้อม ด้วยการเรียนรู้วิธีคำนวณสินไหมทดแทนจากประกันอุบัติเหตุไปพร้อมๆ กันครับ
ประกันอุบัติเหตุ (PA) คืออะไร? ทำไมถึงเป็นเกราะชิ้นสำคัญ
ก่อนจะไปถึงเรื่องการคำนวณ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า PA (Personal Accident Insurance) นั้นคืออะไรกันแน่
ประกัน PA คือกรมธรรม์ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความคุ้มครองทางการเงินให้กับเราหรือครอบครัวของเราโดยตรง หากเราประสบอุบัติเหตุ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การบาดเจ็บเล็กน้อยไปจนถึงการสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต โดยจะจ่ายเป็นเงินก้อนตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ มันจึงเปรียบเสมือน ‘เกราะ’ ทางการเงินที่ช่วยป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ไม่คาดฝันมาทำลายความมั่นคงของครอบครัวเราครับ
หัวใจของการคำนวณสินไหม: รู้จัก ‘ทุนประกัน’ และ ‘ตารางผลประโยชน์’
การจะรู้ว่าเราหรือครอบครัวจะได้เงินเท่าไหร่นั้น มีปัจจัยหลักอยู่ 2 อย่างที่คุณต้องทำความเข้าใจให้ดี นั่นคือ:
- ทุนประกันภัย (Sum Insured): คือจำนวนเงินสูงสุดที่บริษัทประกันจะจ่ายให้ตามสัญญาในกรมธรรม์ เช่น คุณทำประกันอุบัติเหตุทุน 1,000,000 บาท ตัวเลขนี้จะเป็นฐานในการคำนวณเงินทดแทนทั้งหมด
- ตารางผลประโยชน์ความคุ้มครอง (Table of Benefits): หรือที่เรียกกันว่า อ.บ.1 และ อ.บ.2 ซึ่งเป็นตารางมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดขึ้น เพื่อระบุเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) ของทุนประกันที่จะจ่ายให้ในกรณีต่างๆ
กรณีเสียชีวิต, สูญเสียอวัยวะ, หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง (อ.บ. 1)
นี่คือความคุ้มครองหลักที่คนส่วนใหญ่นึกถึง ซึ่งจะจ่ายเงินทดแทนตามสัดส่วนความสูญเสียดังนี้ครับ
- เสียชีวิต: ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับ 100% ของทุนประกัน
- สูญเสียมือ 2 ข้าง หรือ เท้า 2 ข้าง หรือ สายตา 2 ข้าง: ได้รับ 100% ของทุนประกัน
- สูญเสียมือ 1 ข้าง และ เท้า 1 ข้าง: ได้รับ 100% ของทุนประกัน
- สูญเสียมือ 1 ข้าง และ สายตา 1 ข้าง: ได้รับ 100% ของทุนประกัน
- สูญเสียเท้า 1 ข้าง และ สายตา 1 ข้าง: ได้รับ 100% ของทุนประกัน
- สูญเสียมือ 1 ข้าง: ได้รับ 60% ของทุนประกัน
- สูญเสียเท้า 1 ข้าง: ได้รับ 60% ของทุนประกัน
- สูญเสียสายตา 1 ข้าง: ได้รับ 60% ของทุนประกัน
- ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง (ไม่สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกต่อไป): ได้รับ 100% ของทุนประกัน
ตัวอย่างง่ายๆ: หากคุณทำประกัน PA ทุน 1,000,000 บาท และเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ผู้รับผลประโยชน์ที่คุณระบุไว้ในกรมธรรม์จะได้รับเงิน 1,000,000 บาทเต็มจำนวน

กรณีทุพพลภาพถาวรบางส่วน และการสูญเสียอื่นๆ (อ.บ. 2)
นอกจากการสูญเสียที่รุนแรงแล้ว ประกันอุบัติเหตุยังให้ความคุ้มครองการสูญเสียอวัยวะส่วนอื่นๆ ที่อาจไม่ถึงขั้นทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง แต่อาจส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตได้เช่นกัน เช่น:
- หูหนวก 2 ข้าง: 75%
- เป็นใบ้ หรือสูญเสียความสามารถในการพูด: 50%
- สูญเสียนิ้วหัวแม่มือ 1 ข้าง: 25%
- สูญเสียนิ้วชี้ 1 ข้าง: 15%
เปอร์เซ็นต์เหล่านี้จะถูกนำไปคูณกับทุนประกันเพื่อคำนวณเป็นเงินทดแทนเช่นเดียวกัน
ไม่ใช่แค่เรื่องเสียชีวิต: ส่องความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชย
อุบัติเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้จบลงที่การเสียชีวิตเสมอไป แต่สิ่งที่ตามมาแน่ๆ คือ ‘ค่ารักษาพยาบาล’ ซึ่งประกัน PA ก็มีความคุ้มครองในส่วนนี้ด้วย
ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ (Medical Expenses): วงเงินส่วนนี้จะแยกต่างหากจากทุนประกันหลัก โดยบริษัทประกันจะจ่ายค่ารักษาให้ตามจริง แต่ไม่เกินวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น กรมธรรม์ของคุณระบุค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุไว้ที่ 30,000 บาทต่อครั้ง หากคุณเกิดอุบัติเหตุแล้วมีค่ารักษา 12,000 บาท คุณก็สามารถเบิกได้เต็มจำนวน 12,000 บาท
เงินชดเชยรายได้ระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาล: ประกันบางแผนยังมอบเงินชดเชยให้เป็นรายวัน ในกรณีที่คุณต้องนอนโรงพยาบาลจากอุบัติเหตุ เพื่อช่วยบรรเทาภาระทางการเงินในช่วงที่ขาดรายได้ เช่น ชดเชยวันละ 1,000 บาท เป็นต้น
อ่านเพิ่มเติม: 5 ข้อต้องรู้! ประกันระบุชื่อคนขับ คุ้มครองหรือไม่? กรณีอุบัติเหตุบนถนนลื่น
ในมุมมองของนายหน้าประกันภัย สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการพิสูจน์ว่าเหตุการณ์นั้นเป็น ‘อุบัติเหตุ’ จริงๆ เอกสารใบรับรองแพทย์, บันทึกประจำวันจากตำรวจ หรือภาพจาก กล้องติดรถยนต์ จึงกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยให้การเคลมราบรื่นและรวดเร็วขึ้นมากครับ
ลองคำนวณเล่นๆ: ดูตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน
เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น เรามาลองดูสถานการณ์จำลองของ ‘นายมั่นคง’ ที่ทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้ดังนี้:
- ทุนประกัน (กรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพ): 2,000,000 บาท
- ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ: 50,000 บาท/ครั้ง
- เงินชดเชยรายได้: 1,500 บาท/วัน
สถานการณ์ที่ 1: นายมั่นคงขี่มอเตอร์ไซค์ล้ม มีแผลถลอกและฟกช้ำ ไปโรงพยาบาลมีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 8,500 บาท
สินไหมที่ได้รับ: นายมั่นคงจะเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามจริงคือ 8,500 บาท
สถานการณ์ที่ 2: นายมั่นคงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ต้องนอนโรงพยาบาล 5 วัน และแพทย์วินิจฉัยว่าสูญเสียการได้ยินของหูข้างขวาอย่างถาวร (ตามตาราง อ.บ.2 คือ 15%) มีค่ารักษาทั้งหมด 45,000 บาท
สินไหมที่ได้รับ:
- ค่ารักษาพยาบาล 45,000 บาท
- เงินชดเชยรายได้ 5 วัน x 1,500 บาท = 7,500 บาท
- ค่าทดแทนการสูญเสียการได้ยิน 1 ข้าง = 15% ของ 2,000,000 บาท = 300,000 บาท
- รวมสินไหมที่ได้รับทั้งหมด: 352,500 บาท
สถานการณ์ที่ 3: นายมั่นคงเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทันทีในที่เกิดเหตุ
สินไหมที่ได้รับ: ผู้รับผลประโยชน์ที่นายมั่นคงระบุชื่อไว้ จะได้รับเงินสินไหมมรณกรรม 2,000,000 บาท
จะเห็นได้ว่า ประกันอุบัติเหตุเพียงฉบับเดียวสามารถสร้างความคุ้มครองที่ครอบคลุมและเป็นหลักประกันที่มั่นคงให้กับครอบครัวได้จริงๆ การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ จึงไม่ใช่การมองโลกในแง่ร้าย แต่คือการแสดงความรักและความรับผิดชอบต่อคนที่เรารักอย่างดีที่สุดครับ
คุณล่ะครับ เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการเคลมประกันอุบัติเหตุบ้างไหม หรือมีคำถามสงสัยตรงไหน มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 4 เม.ย. 2569 เวลา 01:31 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment