ข่าว “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง ประสบอุบัติเหตุรถกระบะอัดต้นไม้พังยับที่สุพรรณบุรี ทำให้หลายคนหันมาถามว่า ประกันรถยนต์กรณีเกิดอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ จะช่วยดูแลอะไรได้บ้าง เพราะเหตุแบบนี้เกิดขึ้นได้ทั้งบนถนนต่างจังหวัด ถนนมืดตอนกลางคืน และถนนลื่นหลังฝนตก
คำตอบสั้น ๆ คือ รถชนต้นไม้อาจได้รับความคุ้มครอง แต่ต้องดูว่าซื้อประกันชั้นไหนไว้ และตอนเกิดเหตุมีเงื่อนไขอะไรเกี่ยวข้องหรือไม่ อย่าเพิ่งคิดว่ารถชนสิ่งของที่ไม่มีคู่กรณีแล้วจะเคลมไม่ได้ เพราะต้นไม้ เสาไฟ รั้ว หรือแบริเออร์ก็เป็นอุบัติเหตุที่บริษัทประกันสามารถตรวจสอบได้
รถชนต้นไม้ต้องทำอย่างไรเป็นอย่างแรก
หลังรถกระบะชนต้นไม้ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การถ่ายรูปรถทันที แต่คือความปลอดภัยของคน หากยังรู้สึกตัวดี ให้ตั้งสติและตรวจดูคนขับกับผู้โดยสารว่ามีใครบาดเจ็บหรือไม่
- เปิดไฟฉุกเฉิน และดับเครื่องยนต์เมื่อทำได้อย่างปลอดภัย
- หากรถอยู่ในจุดเสี่ยง ให้พาคนออกจากแนวรถและไปอยู่ด้านที่ปลอดภัย
- โทรแจ้ง 1669 หากมีผู้บาดเจ็บ หรือโทร 191 หากต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
- อย่ายืนอยู่หน้าหรือท้ายรถในทางโค้งและจุดที่รถคันอื่นมองไม่เห็น
- ห้ามขยับผู้บาดเจ็บที่สงสัยว่าคอหรือหลังได้รับแรงกระแทก เว้นแต่มีอันตรายใกล้ตัว
ถ้ามีกลิ่นน้ำมัน มีควัน หรือเห็นน้ำมันรั่ว อย่าใช้ไฟแช็กและอย่าสตาร์ตรถซ้ำ ควรออกห่างจากรถแล้วรอเจ้าหน้าที่ เพราะรถที่ชนแรงอาจมีระบบไฟฟ้าหรือถังน้ำมันเสียหาย
เก็บหลักฐานอย่างไรให้ช่วยตอนแจ้งเคลม
เมื่อทุกคนปลอดภัยแล้ว จึงค่อยเก็บข้อมูลของเหตุการณ์ ถ่ายภาพให้เห็นทั้งภาพกว้างและจุดเสียหาย ภาพกว้างควรแสดงตำแหน่งรถ ต้นไม้ ขอบถนน ป้ายจราจร และสภาพแสง ส่วนภาพใกล้ควรถ่ายกันชน ฝากระโปรง กระจก ไฟหน้า ล้อ และชิ้นส่วนที่หลุด
- ถ่ายภาพรอยชนบนต้นไม้และรอยเบรกบนพื้น ถ้ามี
- ถ่ายภาพป้ายทะเบียนรถและเลขกรมธรรม์ของตนเอง
- จดวัน เวลา สถานที่ และทิศทางที่รถกำลังเดินทาง
- ขอชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของพยานที่เห็นเหตุการณ์
- เก็บคลิปจากกล้องหน้ารถหรือกล้องบริเวณใกล้เคียงไว้ทันที
การมีกล้องติดรถยนต์ช่วยให้เห็นเหตุการณ์ก่อนชน เช่น รถเสียหลักเพราะถนนลื่น มีรถตัดหน้า หรือมีสิ่งกีดขวางอยู่บนถนน ผู้ขับขี่ที่ต้องเดินทางไกลหรือใช้รถในพื้นที่ชนบทจึงอาจพิจารณาเลือก กล้องติดรถยนต์ เพื่อเป็นหลักฐานและช่วยลดความสับสนเมื่อต้องอธิบายเหตุให้บริษัทประกัน
ประกันชั้นไหนคุ้มครองรถชนต้นไม้
ประกันรถยนต์ชั้น 1
โดยทั่วไปประกันชั้น 1 คุ้มครองความเสียหายของรถคันเอาประกันจากอุบัติเหตุ รวมถึงการชนต้นไม้ แม้ไม่มีรถคู่กรณีให้ระบุชื่อก็ตาม บริษัทประกันจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบลักษณะการชน และพิจารณาว่าความเสียหายสอดคล้องกับเหตุที่แจ้งหรือไม่
ถ้ารถซ่อมได้ บริษัทอาจรับผิดชอบค่าซ่อมตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หากเสียหายหนักจนเข้าข่ายเสียหายสิ้นเชิง การชดเชยจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในกรมธรรม์และทุนประกัน ไม่ใช่ดูจากราคาที่เจ้าของรถอยากได้เพียงอย่างเดียว
ประกันชั้น 2+
ประกันชั้น 2+ มักคุ้มครองรถของเราเมื่อชนกับรถยนต์และสามารถระบุคู่กรณีได้ ดังนั้นการชนต้นไม้โดยลำพังอาจไม่อยู่ในความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถ เว้นแต่กรมธรรม์ของบริษัทนั้นมีเงื่อนไขพิเศษที่ให้ความคุ้มครองไว้
อย่างไรก็ตาม ประกัน 2+ ยังอาจคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เช่น หากรถไถลไปชนรั้วบ้าน ป้าย หรือทรัพย์สินของผู้อื่น ต้องอ่านรายละเอียดความคุ้มครองในกรมธรรม์ให้ชัดเจน เพราะแต่ละแผนมีวงเงินและข้อยกเว้นไม่เหมือนกัน
ประกันชั้น 3+
ประกันชั้น 3+ มีหลักการใกล้เคียงกับชั้น 2+ คือคุ้มครองรถเราเมื่อเกิดการชนกับรถยนต์และมีคู่กรณีที่ระบุได้ การชนต้นไม้หรือสิ่งกีดขวางเพียงอย่างเดียวจึงมักไม่คุ้มครองความเสียหายของรถเรา แต่ยังอาจช่วยเรื่องความรับผิดต่อคนอื่นตามวงเงินที่ระบุ
ประกันชั้น 3 และ พ.ร.บ.
ประกันชั้น 3 เน้นคุ้มครองความเสียหายที่ผู้เอาประกันทำให้บุคคลภายนอก ไม่ได้เน้นซ่อมรถของเรา ส่วน พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถในเรื่องค่ารักษาและเงินชดเชยตามกฎหมาย โดยไม่ใช่ประกันซ่อมรถ
ถ้าคนขับหรือผู้โดยสารบาดเจ็บ ควรเก็บใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์ และเอกสารจากโรงพยาบาลไว้ให้ครบ แล้วติดต่อบริษัทประกันหรือบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถเพื่อสอบถามสิทธิ์ การจ่ายเงินขึ้นกับเอกสารและเงื่อนไขตามกฎหมายในขณะนั้น

ขั้นตอนแจ้งเคลมรถชนต้นไม้
1. โทรหาบริษัทประกันโดยเร็ว
ดูเบอร์แจ้งเคลมจากบัตรประกันหรือกรมธรรม์ แล้วแจ้งข้อมูลตามจริง เช่น เลขทะเบียนรถ จุดเกิดเหตุ เวลา ลักษณะการชน และอาการบาดเจ็บ อย่ารอจนรถถูกลากไปซ่อมเองโดยไม่แจ้งบริษัท เพราะอาจทำให้ตรวจสอบเหตุได้ยาก
2. บอกเหตุให้ตรงและครบ
ควรบอกว่า “รถชนต้นไม้” เมื่อเป็นเช่นนั้นจริง ไม่ควรเปลี่ยนคำพูดเป็นรถชนรถคันอื่นเพื่อหวังให้เคลมง่ายขึ้น เพราะการให้ข้อมูลไม่ตรงอาจกระทบสิทธิ์ตามกรมธรรม์ และอาจถูกตรวจสอบจากภาพถ่าย กล้องหน้ารถ หรือร่องรอยความเสียหาย
3. รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่จะขอข้อมูลและอาจเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ หากจุดนั้นอันตราย ให้แจ้งตำแหน่งที่รถถูกนำไปจอดอย่างปลอดภัยแทน เตรียมใบขับขี่ สำเนาทะเบียนรถ และกรมธรรม์ไว้ หากบริษัทขอเอกสารเพิ่มเติม ควรส่งให้ครบตามกำหนด
4. นำรถเข้าซ่อมตามช่องทางที่กำหนด
ตรวจสอบก่อนว่ากรมธรรม์เป็นซ่อมอู่หรือซ่อมห้าง และมีอู่คู่สัญญาใกล้บ้านหรือไม่ รถบางคันอาจต้องประเมินความเสียหายเพิ่มเติมเมื่อถอดชิ้นส่วน หากมีค่าเสียหายส่วนแรกหรือ Excess ให้ถามจำนวนเงินก่อนเริ่มซ่อม เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด
ทำไมบางกรณีจึงต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก
ค่าเสียหายส่วนแรกคือเงินที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบตามเงื่อนไขบางแบบของกรมธรรม์ อาจเกิดจากการเลือกแผนที่มีค่าเสียหายส่วนแรกไว้ตั้งแต่ต้น หรือเกิดจากการแจ้งเหตุที่ไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ชัดเจนตามเงื่อนไข
ตัวอย่างเช่น จำไม่ได้ว่าชนที่ไหนหรือเกิดเมื่อใด บริษัทอาจพิจารณาค่าเสียหายส่วนแรกตามที่ระบุในกรมธรรม์ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกเคสที่ชนต้นไม้ต้องจ่ายเสมอไป ให้ดูข้อความในตารางกรมธรรม์และถามเจ้าหน้าที่ให้ชัด
กรณีใดที่อาจทำให้เคลมไม่ได้
แม้ประกันชั้น 1 จะคุ้มครองกว้าง แต่ก็มีข้อยกเว้น เช่น ใช้รถผิดประเภท แข่งขันความเร็ว ใช้รถในพื้นที่ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข หรือความเสียหายเกิดจากการสึกหรอตามอายุการใช้งาน ไม่ใช่จากอุบัติเหตุครั้งนี้
อีกเรื่องที่ควรระวังคือการขับรถขณะมึนเมาหรือมีแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนด รวมถึงการไม่มีใบขับขี่ตามประเภทของรถ เงื่อนไขเหล่านี้อาจกระทบความคุ้มครองของรถและความรับผิดต่อบุคคลภายนอกได้ รายละเอียดต้องพิจารณาตามกฎหมายและข้อความในกรมธรรม์แต่ละฉบับ
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าหลายคนเคยเจอ สิ่งที่ทำให้การเคลมล่าช้าไม่ใช่ความเสียหายของรถเสมอไป แต่เป็นการจำจุดเกิดเหตุไม่ได้และไม่มีภาพหลักฐาน คำแนะนำง่าย ๆ คือหยุดรถในจุดปลอดภัย โทรแจ้งทันที และบันทึกข้อมูลไว้ก่อนความจำจะเลือน
ถ้ารถชนต้นไม้แล้วต้นไม้เสียหาย ใครรับผิดชอบ
ถ้าต้นไม้อยู่ในที่ดินของเอกชนหรืออยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานรัฐ ความรับผิดอาจขึ้นกับเจ้าของทรัพย์สิน กฎหมาย และข้อเท็จจริงว่าใครเป็นผู้ทำให้เกิดความเสียหาย ประกันรถยนต์อาจช่วยชดใช้ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกตามวงเงินความรับผิด หากแผนประกันมีความคุ้มครองส่วนนี้
อย่ารีบตกลงจ่ายเงินหรือเซ็นเอกสารรับผิดเองโดยไม่ปรึกษาบริษัทประกัน โดยเฉพาะเมื่อมีทรัพย์สินเสียหายหลายรายการ ให้ถ่ายภาพและแจ้งบริษัทก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยประเมินความรับผิดอย่างเป็นขั้นตอน
เตรียมตัวก่อนเดินทาง ลดโอกาสชนซ้ำ
- ตรวจลมยาง ดอกยาง น้ำมันเครื่อง น้ำหล่อเย็น และไฟส่องสว่าง
- ลดความเร็วเมื่อฝนตก ถนนลื่น หรือมีหมอก
- พักรถและพักคนขับเมื่อเดินทางไกล
- ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ หากต้องดูแผนที่ให้จอดในจุดปลอดภัย
- เว้นระยะจากต้นไม้ใหญ่ เสาไฟ และสิ่งกีดขวางริมทาง โดยเฉพาะตอนกลางคืน
การทบทวนข้อมูลอุบัติเหตุยังช่วยให้เราเห็นจุดเสี่ยงบนถนนได้ดีขึ้น อ่านเพิ่มเติม: MOU ใหม่ใช้ดาต้าอุบัติเหตุ! อบรมใบขับขี่จะเปลี่ยนไปแค่ไหน? ขับขี่ปลอดภัยขึ้นจริงเหรอ?
สรุปให้จำง่าย
รถชนต้นไม้จะเคลมได้หรือไม่ ต้องดูประเภทประกันและเงื่อนไขในกรมธรรม์เป็นหลัก ประกันชั้น 1 มักคุ้มครองความเสียหายของรถจากเหตุชนลักษณะนี้ ส่วนชั้น 2+ และ 3+ มักต้องมีการชนกับรถยนต์และระบุคู่กรณีได้ จึงจะคุ้มครองตัวรถของเรา
เมื่อเกิดเหตุ ให้ช่วยคนก่อน เก็บหลักฐานเท่าที่ปลอดภัย โทรแจ้งบริษัทประกันทันที และให้ข้อมูลตามจริง หากไม่แน่ใจว่ากรมธรรม์คุ้มครองอย่างไร โทรสอบถามบริษัทหรือนายหน้าที่ดูแลได้เลย อย่าเดาเองจนพลาดสิทธิ์
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 20 ก.ค. 2569 เวลา 09:45 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
คุณเคยเจอเหตุรถชนต้นไม้หรืออุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีไหม? ตอนนั้นจัดการเรื่องความปลอดภัยและเคลมอย่างไร เล่าให้ฟังในช่องความคิดเห็นได้เลย เผื่อประสบการณ์ของคุณจะช่วยคนขับรถคนอื่นได้
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment