ข่าวอุบัติเหตุ กรณีรถชนกันหลายคัน บริเวณเชิงทางลงสะพานข้ามแยกตากสิน ก่อนถึงบีทีเอสวงเวียนใหญ่ ซึ่งมีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2569 ทำให้หลายคนกลับมาถามว่า ถ้าเจอเหตุแบบนี้กับตัวเอง ต้องเริ่มจากตรงไหน และ พ.ร.บ. รถยนต์ช่วยอะไรได้บ้าง?
คำตอบสั้น ๆ คือ ตั้งสติ ดูความปลอดภัยของคนก่อน แล้วค่อยจัดการเรื่องรถ เอกสาร และการประกันภัยตามลำดับ เพราะอุบัติเหตุหลายคันมักมีทั้งผู้บาดเจ็บ รถเสียหาย และคู่กรณีหลายฝ่ายในเวลาเดียวกัน
ขั้นแรก ทำให้จุดเกิดเหตุปลอดภัย
เมื่อรถหยุดนิ่งหลังการชน ให้เปิดไฟฉุกเฉินทันที ถ้ารถยังขยับได้และไม่มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ ค่อย ๆ นำรถไปจอดในจุดที่ปลอดภัย ไม่กีดขวางช่องทางเดินรถ แต่ควรถ่ายภาพตำแหน่งรถไว้ก่อน หากทำได้โดยไม่เสี่ยงอันตราย
อย่ารีบลงไปยืนกลางถนน โดยเฉพาะบริเวณเชิงสะพาน ทางโค้ง หรือจุดที่รถคันอื่นมองเห็นได้ยาก ให้สวมเสื้อสะท้อนแสงถ้ามี และยืนอยู่หลังแบริเออร์หรือริมทางที่ปลอดภัย
หากมีคนเจ็บ หมดสติ หายใจลำบาก หรือมีเลือดออกมาก ให้โทรแจ้ง 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ส่วนเหตุที่มีความเสี่ยง เช่น รถกีดขวางถนน มีการโต้เถียงรุนแรง หรือจำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ควบคุมพื้นที่ ให้โทร 191
พ.ร.บ. รถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง?
พ.ร.บ. รถยนต์ คือประกันภัยภาคบังคับที่รถทุกคันต้องมี จุดสำคัญคือ พ.ร.บ. เน้นช่วยเหลือ ชีวิต ร่างกาย และอนามัยของผู้ประสบภัย ไม่ใช่ประกันซ่อมรถ
ดังนั้น หากเกิดรถชนหลายคันแล้วมีผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร คนเดินเท้า หรือบุคคลอื่นได้รับบาดเจ็บ ผู้ประสบภัยอาจใช้สิทธิตาม พ.ร.บ. ของรถที่เกี่ยวข้องได้ตามเงื่อนไขและวงเงินที่กฎหมายกำหนด โดยไม่ต้องรอให้สรุปว่าใครเป็นฝ่ายผิดในขั้นแรก
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดการจ่ายเงินอาจแตกต่างตามประเภทความเสียหาย เอกสารที่มี และเงื่อนไขของกฎหมายในช่วงเวลานั้น จึงควรสอบถามบริษัทประกันภัยหรือสำนักงาน คปภ. ให้ชัดเจนก่อนยื่นเรื่อง
พ.ร.บ. ไม่ได้จ่ายค่าซ่อมรถ
หลายคนเข้าใจว่าเมื่อรถมี พ.ร.บ. แล้ว รถจะได้รับการซ่อมด้วย ความจริงคือ พ.ร.บ. มีไว้ช่วยเรื่องผู้บาดเจ็บเป็นหลัก ส่วนค่าซ่อมรถต้องดูจากประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ เช่น ประกันชั้น 1 ชั้น 2+ หรือชั้น 3 รวมถึงความรับผิดของคู่กรณี
ถ้ารถของคุณเสียหายจากเหตุชนกันหลายคัน ให้แจ้งบริษัทประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจด้วย อย่าใช้ พ.ร.บ. เป็นช่องทางเดียว เพราะอาจทำให้พลาดสิทธิเรื่องค่าซ่อมและค่าเสียหายอื่น ๆ
ขั้นตอนแจ้งเหตุเมื่อรถชนกันหลายคัน
1. โทรหาบริษัทประกันภัยของรถตัวเอง
แจ้งสถานที่เกิดเหตุให้ละเอียด เช่น เชิงทางลงสะพานข้ามแยกตากสิน ฝั่งใด ใกล้จุดสังเกตอะไร และมีรถเกี่ยวข้องประมาณกี่คัน จากนั้นบอกว่ามีผู้บาดเจ็บหรือไม่
เจ้าหน้าที่จะส่งพนักงานสำรวจภัยหรือแนะนำขั้นตอนต่อไป การโทรแจ้งเร็วช่วยให้บริษัทประกันภัยรวบรวมข้อมูลได้ตั้งแต่ต้น และช่วยลดความสับสนเมื่อมีคู่กรณีหลายราย
2. อย่าเพิ่งยอมรับผิดหรือรับปากจ่ายเงินเอง
ในที่เกิดเหตุ ทุกคนอาจเห็นเหตุการณ์ไม่เหมือนกัน รถคันแรกอาจเบรกกะทันหัน รถคันถัดมาอาจหยุดไม่ทัน หรือมีรถอีกคันเปลี่ยนเลนเข้ามา จึงไม่ควรพูดฟันธงว่า “ผมผิดเอง” หรือเซ็นเอกสารใด ๆ โดยไม่อ่านให้เข้าใจ
ให้เล่าข้อเท็จจริงตามที่เห็น เช่น รถเคลื่อนมาจากทางไหน ชนตรงส่วนใด และหลังชนรถแต่ละคันหยุดอยู่ตรงไหน การตัดสินความรับผิดควรอาศัยหลักฐานและการตรวจสอบของบริษัทประกันภัยกับเจ้าหน้าที่
3. ถ่ายภาพและเก็บหลักฐาน
ภาพที่ดีช่วยตอบคำถามสำคัญได้หลายข้อ เช่น ใครอยู่เลนไหน รถชนกันอย่างไร และมีสภาพถนนแบบใดในตอนเกิดเหตุ ควรถ่ายภาพดังนี้
- ภาพรถทุกคันที่เกี่ยวข้องจากระยะไกล ให้เห็นตำแหน่งบนถนน
- ภาพด้านหน้า ด้านข้าง และด้านท้ายของรถแต่ละคัน
- ภาพรอยชน ป้ายทะเบียน และชิ้นส่วนที่หลุดออกมา
- ภาพสัญญาณไฟจราจร เส้นจราจร ป้ายเตือน และสภาพถนน
- ภาพสิ่งกีดขวาง น้ำมันหก หรือร่องรอยเบรก ถ่ายได้โดยไม่เข้าใกล้จุดอันตราย
- ภาพใบขับขี่ กรมธรรม์ หรือข้อมูลติดต่อของคู่กรณีเท่าที่จำเป็น
หากมีกล้องติดรถยนต์ ให้สำรองไฟล์ทันที เพราะกล้องบางรุ่นบันทึกวนและอาจเขียนทับคลิปเดิมได้ การมีกล้องติดรถยนต์จึงช่วยเก็บลำดับเหตุการณ์ได้ชัดขึ้น โดยเฉพาะถนนที่มีรถหลายคันและเหตุเกิดเร็วมาก
อุปกรณ์ที่ช่วยเก็บภาพขณะเดินทางได้ เช่น กล้องติดรถยนต์ ควรติดตั้งให้มุมภาพเห็นถนนชัด ไม่บังทัศนวิสัย และไม่ควรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายขณะกำลังขับรถ

เอกสารที่ใช้ขอสิทธิ พ.ร.บ.
เอกสารอาจแตกต่างตามลักษณะผู้ประสบภัยและขั้นตอนของบริษัท แต่โดยทั่วไปควรเตรียมเอกสารเหล่านี้ไว้
- บัตรประชาชนของผู้บาดเจ็บหรือผู้มีสิทธิ
- สำเนาทะเบียนบ้าน ในกรณีที่บริษัทหรือหน่วยงานขอ
- ใบรับรองแพทย์และใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล
- บันทึกประจำวันหรือเอกสารจากพนักงานสอบสวน หากมีการแจ้งเหตุ
- สำเนาทะเบียนรถและข้อมูล พ.ร.บ. ของรถที่เกี่ยวข้อง
- เอกสารของทายาทหรือผู้จัดการมรดก หากเป็นกรณีเสียชีวิต
ถ้าผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลทันที อย่ากังวลว่าจะไม่มีเอกสารครบในนาทีแรก ให้แจ้งโรงพยาบาลว่าเกิดอุบัติเหตุจากรถ และติดต่อบริษัทประกันภัยโดยเร็ว โรงพยาบาลหรือบริษัทประกันภัยจะช่วยบอกเอกสารที่ต้องใช้เพิ่มเติม
ถ้าหารถต้นเหตุไม่ได้ หรือไม่มี พ.ร.บ. ทำอย่างไร?
บางเหตุการณ์รถชนกันหลายคันอาจมีรถคันหนึ่งขับออกจากที่เกิดเหตุ หรือไม่ทราบว่ารถคันใดเป็นต้นเหตุ หากมีผู้บาดเจ็บ ควรแจ้งตำรวจและเก็บหลักฐานให้มากที่สุด เช่น ภาพจากกล้องหน้ารถของรถคันอื่น คลิปจากร้านค้า หรือข้อมูลพยานที่เห็นเหตุการณ์
กรณีรถไม่มี พ.ร.บ. หรือไม่สามารถระบุรถที่ก่อเหตุได้ อาจมีช่องทางขอรับความช่วยเหลือตามกฎหมายจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและเอกสารที่กำหนด ควรติดต่อ คปภ. หรือหน่วยงานที่รับเรื่องเพื่อยืนยันสิทธิของแต่ละกรณี
จำง่าย ๆ ว่า มีคนเจ็บให้รีบรักษา มีรถเสียให้แจ้งประกัน มีข้อโต้แย้งให้เก็บหลักฐาน และมีสิทธิ พ.ร.บ. ให้รีบสอบถามช่องทางใช้สิทธิ
ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจช่วยส่วนไหน?
ประกันชั้น 1 มักให้ความคุ้มครองรถของผู้เอาประกันจากการชนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ แม้บางกรณีอาจต้องพิจารณาความเสียหายและรายละเอียดการเคลม ส่วนประกันชั้น 2+ มักคุ้มครองรถของผู้เอาประกันเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกที่ระบุได้ โดยต้องตรวจเงื่อนไขของแต่ละบริษัท
ประกันชั้น 3 มักเน้นความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เช่น ค่าซ่อมรถคู่กรณีและความเสียหายต่อชีวิตหรือร่างกายตามวงเงินที่ซื้อไว้ แต่โดยทั่วไปไม่ได้คุ้มครองรถของผู้เอาประกันเองจากการชน
ไม่มีประกันแบบใดตอบได้เหมือนกันทุกคน ก่อนซื้อควรดูว่าใช้รถในพื้นที่ใด ขับรถบ่อยแค่ไหน มีคนในครอบครัวใช้รถหรือไม่ และรับความเสี่ยงค่าซ่อมเองได้มากน้อยแค่ไหน
ในมุมมองของนายหน้าประกันภัย สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการถ่ายภาพไม่ครบและการรีบตกลงกันเอง เพราะเมื่อรถถูกเคลื่อนย้ายหรือหลักฐานหาย การอธิบายลำดับเหตุการณ์จะยากขึ้นมาก
เตรียมตัวก่อนเกิดเหตุ ลดความวุ่นวายได้
ตรวจวันหมดอายุ พ.ร.บ. และประกันรถยนต์เป็นประจำ เก็บเบอร์บริษัทประกันภัยไว้ในโทรศัพท์ และพกสำเนาหรือภาพเอกสารรถในที่ปลอดภัย แต่อย่าเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของคู่กรณีลงบนโซเชียลมีเดีย
สำหรับเอกสารรถ อาจเลือกใช้อุปกรณ์ที่ช่วยจัดเก็บป้ายภาษีและ พ.ร.บ. ให้มองเห็นง่าย เช่น กรอบป้ายภาษีรถยนต์ พรบ.อะคริลิคใส เกรด A แต่ควรติดตั้งโดยไม่บังข้อมูลสำคัญ และต้องไม่ทำให้ป้ายหลุดหรืออ่านไม่ชัด
นอกจากนี้ควรเช็กยาง เบรก ไฟเบรก และที่ปัดน้ำฝน โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกล ฝนตก หรือขับลงสะพาน เพราะการมองเห็นและระยะหยุดรถมีผลต่อความปลอดภัยมาก
สรุปสิ่งที่ควรจำ
- ช่วยคนเจ็บและทำให้พื้นที่ปลอดภัยก่อน
- โทร 1669 เมื่อมีผู้บาดเจ็บ และโทร 191 เมื่อจำเป็นต้องให้ตำรวจช่วยจัดการพื้นที่หรือข้อพิพาท
- แจ้งบริษัทประกันภัยของตนเองทันที
- ถ่ายภาพรถ ตำแหน่งเกิดเหตุ ป้ายทะเบียน และสภาพถนน
- พ.ร.บ. ช่วยเรื่องชีวิต ร่างกาย และอนามัย ไม่ใช่ค่าซ่อมรถ
- ค่าซ่อมรถต้องตรวจจากประกันภาคสมัครใจและความรับผิดของคู่กรณี
- อย่าเพิ่งรับผิดหรือเซ็นเอกสาร หากยังไม่เข้าใจรายละเอียด
อ่านเพิ่มเติม: เปิดตำนาน ‘ของตกกลางทาง’ จากกระบะตู้ทึบพลิกคว่ำ สู่เคสเคลมประกันสุดคลาสสิก
เคยเจออุบัติเหตุที่มีรถเกี่ยวข้องหลายคันไหม? ตอนนั้นคุณจัดการขั้นตอนไหนก่อน หรือมีเรื่องใดที่อยากให้ช่วยอธิบายเพิ่มเติม ลองเล่าให้ฟังในช่องความคิดเห็นได้เลย
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 27 ต.ค. 2569 เวลา 20:06 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment