อุบัติเหตุกระบะตู้ทึบ ของตกเกลื่อนถนน ใครรับผิดชอบ?
หลายคนที่ใช้รถใช้ถนนเป็นประจำ โดยเฉพาะเส้นทางหลวงหรือมอเตอร์เวย์ คงเคยเห็นภาพของตกหล่นกลางถนนกันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นก้อนหิน, เศษยาง, หรือข้าวของที่ปลิวมาจากรถคันหน้า แต่คงไม่มีอะไรจะน่าตกใจเท่ากับเหตุการณ์ อุบัติเหตุรถกระบะตู้ทึบ พลิกคว่ำจนของที่บรรทุกมาเทกระจาดเกลื่อนเต็มพื้นถนน เหมือนในข่าวล่าสุดที่เกิดขึ้นบนถนนมอเตอร์เวย์ (ทล.7) ขาออก มุ่งหน้าบ้านฉาง จนทำให้รถติดยาวเหยียด
ภาพที่เห็นอาจทำให้หลายคนถอนหายใจกับปัญหารถติด แต่ในมุมของคนทำประกันแล้ว นี่คือ ‘กรณีศึกษา’ ชั้นดีที่เต็มไปด้วยคำถามสำคัญว่า… แล้วใครจะเป็นคนรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดนี้กันล่ะ?
เปิดตำราเคลมประกัน: เมื่อ ‘ของ’ ไม่ได้อยู่บนรถ
เหตุการณ์ลักษณะนี้มีความซับซ้อนกว่าอุบัติเหตุรถชนกันทั่วไป เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้นหลายส่วน ทั้งต่อตัวรถกระบะเอง, ทรัพย์สิน (ของ) ที่บรรทุกมา, รถยนต์ของคนอื่นที่ขับตามมา, และอาจรวมถึงทรัพย์สินของหลวงอย่างแบริเออร์หรือพื้นถนนด้วย เรามาแยกดูกันทีละส่วนครับ
- ความเสียหายต่อตัวรถกระบะคันเกิดเหตุ: ส่วนนี้ตรงไปตรงมาครับ หากเจ้าของรถทำประกันชั้น 1 ไว้ ก็สามารถเคลมค่าซ่อมรถตัวเองจากอุบัติเหตุครั้งนี้ได้เลย แต่ถ้าเป็นประกันชั้น 2+, 3+ หรือชั้น 3 จะไม่คุ้มครองความเสียหายของรถเราที่เกิดจากการพลิกคว่ำเองครับ
- ความเสียหายต่อทรัพย์สินที่บรรทุกมา: ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจทั่วไป ไม่ได้คุ้มครอง สินค้าหรือของที่อยู่ในรถนะครับ! หากเจ้าของธุรกิจต้องการความคุ้มครองส่วนนี้ จะต้องซื้อ ‘กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดของผู้ขนส่ง’ เพิ่มเติมโดยเฉพาะ
- ความเสียหายต่อรถคันอื่น: นี่คือหัวใจสำคัญครับ รถคันอื่นๆ ที่ขับตามมาแล้วเบรกไม่ทันจนชนเข้ากับสิ่งของที่ตกหล่น หรือหักหลบจนเกิดอุบัติเหตุ สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจาก ‘ประกันภาคสมัครใจ’ ของรถกระบะคันต้นเหตุได้ ซึ่งจัดเป็นความคุ้มครอง ‘ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก’ ครับ
- ความเสียหายต่อทรัพย์สินของหลวง: เช่น เสาไฟ, แบริเออร์, หรือพื้นถนนที่เสียหายจากการครูดไถล หน่วยงานที่รับผิดชอบจะประเมินความเสียหายและเรียกเก็บเงินจากเจ้าของหรือบริษัทประกันของรถกระบะเช่นกัน
ดังนั้น คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือ ‘เจ้าของรถกระบะตู้ทึบ’ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นต่อบุคคลภายนอก แต่โชคดีที่ ‘บริษัทประกันภัย’ จะเข้ามาช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้แทนตามวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์นั่นเองครับ

เคสคลาสสิก: ขับรถอยู่ดีๆ ก็มีของตกใส่ ทำไงดี?
แล้วถ้าเราคือผู้โชคร้ายที่ขับตามหลังมาล่ะ? จะต้องทำอย่างไรบ้าง
สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติและพยายามประคองรถให้ปลอดภัยที่สุด หากจำเป็นต้องหักหลบ ให้มองกระจกหลังและกระจกข้างให้ดีก่อน แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ จนเกิดความเสียหายขึ้น ขั้นตอนต่อไปคือการรวบรวมหลักฐานครับ
เหตุการณ์แบบนี้มี กล้องติดรถยนต์ ไว้เป็นพยานปากเอกสำคัญที่สุดเลยครับ เพราะจะบันทึกได้ทั้งเหตุการณ์และทะเบียนรถของคันที่ทำของตกหล่น ทำให้การติดตามเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายนั้นง่ายขึ้นมาก
หากเรามีประกันชั้น 1 เราสามารถแจ้งเคลมกับบริษัทประกันของเราได้ทันที แล้วบริษัทฯ จะดำเนินการซ่อมรถให้เราก่อน จากนั้นพวกเขาจะไปใช้สิทธิ์ไล่เบี้ย (Subrogation) เรียกเก็บเงินจากคู่กรณีหรือบริษัทประกันของคู่กรณีอีกทอดหนึ่ง ซึ่งสะดวกและรวดเร็วกว่ามาก
อ่านเพิ่มเติม: จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนล่าสุด (มี.ค. 69) สู่ความอุ่นใจที่ประกันมอบให้
ในมุมมองของนายหน้าประกันภัย สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือ การบรรทุกของเกินน้ำหนักหรือไม่รัดกุมพอครับ เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว เวลาเกิดเหตุขึ้นมา บริษัทประกันอาจพิจารณาว่าเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงและมีผลต่อการเคลมประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกได้ครับ
สรุป: อุ่นใจทุกการบรรทุก ด้วยประกันที่ครอบคลุม
อุบัติเหตุรถกระบะของตกหล่นบนถนนเป็นเหมือนฝันร้ายของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทำของตกหรือฝ่ายที่ได้รับความเสียหาย การมีประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่สำคัญที่สุด
สำหรับเจ้าของรถกระบะ การทำประกันชั้น 1 หรืออย่างน้อยประกันชั้น 3 ที่มีความคุ้มครองบุคคลภายนอกสูงๆ ถือเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น คุณจะมีคนช่วยดูแลค่าใช้จ่ายมหาศาลที่อาจตามมาได้ครับ
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 25 มี.ค. 2569 เวลา 06:50 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment