ข่าวอุบัติเหตุรถกระบะคนงานเก็บเผือกในจังหวัดกาญจนบุรี เสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง จนมีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บหลายราย ทำให้หลายคนค้นหาวิธี เคลมประกันรถกระบะพลิกคว่ำ กันมากขึ้น เพราะอุบัติเหตุแบบนี้เกิดขึ้นได้ในเวลาไม่กี่วินาที และความเสียหายมักไม่ได้มีแค่ตัวรถ
เมื่อเกิดเหตุจริง สิ่งสำคัญไม่ใช่การรีบเถียงว่าใครผิด แต่คือการช่วยคนเจ็บ แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเก็บหลักฐานให้ครบ จากนั้นจึงค่อยตรวจดูว่าประกันรถยนต์ของเราคุ้มครองอะไรบ้าง บทความนี้จะพาไล่ทีละขั้นแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่จุดเกิดเหตุจนถึงวันที่ได้รับค่าสินไหม
รถกระบะพลิกคว่ำ ต้องทำอะไรก่อน
หากรถเสียหลักพลิกคว่ำ สิ่งแรกคือหยุดรถคันอื่นและดูความปลอดภัยรอบตัว อย่ารีบเข้าไปดึงผู้บาดเจ็บออกจากรถ หากยังไม่มีเหตุอันตราย เช่น ไฟไหม้ รถอาจไหลต่อ หรือมีสายไฟตกลงมา เพราะการเคลื่อนย้ายผิดวิธีอาจทำให้อาการหนักขึ้น
- โทรแจ้งสายด่วนฉุกเฉิน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือด้านการแพทย์
- โทรแจ้งตำรวจ 191 หากมีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต หรือมีความเสียหายรุนแรง
- โทรแจ้งบริษัทประกันตามเบอร์ที่อยู่บนกรมธรรม์หรือสติกเกอร์หน้ารถ
- เปิดไฟฉุกเฉินและวางเครื่องหมายเตือนในจุดที่ปลอดภัย หากทำได้โดยไม่เสี่ยง
- อย่าเคลื่อนย้ายรถ เว้นแต่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ประกันแนะนำ หรือรถกีดขวางจนเกิดอันตราย
ถ้ามีผู้เสียชีวิต อย่าแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายร่างกายโดยไม่จำเป็น ให้รอเจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์ และหน่วยกู้ภัยเข้าตรวจสอบก่อน เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะตำแหน่งรถ ร่องรอยการพลิกคว่ำ และสภาพแวดล้อม อาจเป็นหลักฐานในคดีและการพิจารณาสินไหม
ขั้นตอนแจ้งเคลมประกันรถกระบะพลิกคว่ำ
1. แจ้งบริษัทประกันให้เร็วที่สุด
เมื่ออยู่ในจุดที่ปลอดภัย ให้แจ้งบริษัทประกันทันที บอกข้อมูลให้ชัด เช่น ทะเบียนรถ จุดเกิดเหตุ ลักษณะเหตุ รถพลิกคว่ำเองหรือชนสิ่งอื่น มีผู้บาดเจ็บกี่คน และรถอยู่ในสภาพใด
ควรจดชื่อเจ้าหน้าที่ เลขรับแจ้ง และเวลาที่แจ้งเหตุไว้ด้วย ถ้าบริษัทส่งเจ้าหน้าที่สำรวจภัยมาได้ ให้รอเจ้าหน้าที่ตรวจรถและถ่ายภาพ โดยเฉพาะกรณีที่รถเสียหายหนักหรือมีข้อสงสัยเรื่องสาเหตุ
2. ถ่ายภาพและวิดีโอจากระยะปลอดภัย
ถ่ายภาพรถทั้งคัน จุดที่รถพลิกคว่ำ รอยเบรก เศษชิ้นส่วน สภาพถนน ป้ายจราจร ขอบทาง หลุม น้ำขัง และทรัพย์สินที่เสียหาย ภาพเหล่านี้ช่วยให้บริษัทประกันเห็นภาพเหตุการณ์มากขึ้น
ถ้ามีพยานเห็นเหตุ ให้ขอชื่อและเบอร์โทรศัพท์ไว้ด้วย หากมีรถคันอื่นเกี่ยวข้อง ควรถ่ายภาพทะเบียนรถและข้อมูลกรมธรรม์เท่าที่ทำได้ โดยไม่ควรทะเลาะหรือเซ็นยอมรับผิดหน้างานก่อนรู้ข้อเท็จจริง
การติด กล้องติดรถยนต์ ก็ช่วยบันทึกภาพก่อนเกิดเหตุได้ โดยเฉพาะการขับรถตอนกลางคืน ถนนต่างจังหวัด หรือเส้นทางที่มีรถบรรทุกและรถสวนทางจำนวนมาก แต่กล้องเป็นเพียงหลักฐานประกอบ ไม่ได้แปลว่าจะตัดสินความผิดแทนตำรวจหรือบริษัทประกันได้ทุกกรณี
3. นำรถเข้าซ่อมตามคำแนะนำ
รถกระบะที่พลิกคว่ำอาจมีความเสียหายที่มองไม่เห็น เช่น แชสซีคด ระบบพวงมาลัย ระบบเบรก ถุงลมนิรภัย หรือถังน้ำมัน จึงไม่ควรฝืนขับกลับเอง ให้ใช้รถยกหรือรถลากที่บริษัทประกันจัดหา หรือสอบถามก่อนว่าจะนำเข้าอู่ใดได้บ้าง
หากเป็นประกันชั้น 1 โดยทั่วไปจะคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถจากอุบัติเหตุ แม้ไม่มีคู่กรณี เช่น เสียหลักตกข้างทางหรือพลิกคว่ำ แต่ต้องตรวจเงื่อนไขกรมธรรม์ของรถคันนั้นอีกครั้ง เพราะรายละเอียดเรื่องค่าเสียหายส่วนแรก การใช้รถ และการซ่อมอาจแตกต่างกัน

ประกันแต่ละแบบคุ้มครองรถพลิกคว่ำอย่างไร
ประกันชั้น 1
ประกันชั้น 1 มักเหมาะกับความเสี่ยงลักษณะนี้ เพราะคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถจากการชนและอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น รถพลิกคว่ำเอง ชนขอบทาง หรือเสียหลักลงข้างทาง อย่างไรก็ตาม ควรดูว่ากรมธรรม์มีค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่
ถ้าค่าซ่อมสูงมากจนเกินเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด รถอาจถูกพิจารณาเป็นความเสียหายสิ้นเชิง หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “รถเสียหายทั้งคัน” จากนั้นบริษัทจะพิจารณาจ่ายตามทุนประกันและเงื่อนไขในกรมธรรม์ ไม่ได้จ่ายจากราคาที่เจ้าของรถซื้อมาเสมอไป
ประกันชั้น 2 พลัส และ 3 พลัส
ประกัน 2 พลัส และ 3 พลัส มักคุ้มครองรถของเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกและระบุคู่กรณีได้ หากรถพลิกคว่ำเองโดยไม่มีคู่กรณี รถของเราอาจไม่อยู่ในความคุ้มครองส่วนนี้
แต่ถ้ารถเสียหลักเพราะชนกับรถอีกคัน แล้วมีหลักฐานระบุคู่กรณีได้ อาจเข้าสู่เงื่อนไขการเคลมได้ จึงต้องแจ้งเหตุให้ละเอียดและให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่าเพิ่งสรุปเองว่าซ่อมได้หรือไม่ได้จากชื่อชั้นประกันเพียงอย่างเดียว
ประกันชั้น 3
ประกันชั้น 3 โดยทั่วไปเน้นคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เช่น ค่าซ่อมรถของคู่กรณีและค่าความเสียหายต่อชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น หากรถกระบะพลิกคว่ำเอง รถของผู้เอาประกันอาจไม่ได้รับค่าซ่อม แต่ความคุ้มครองต่อคนอื่นยังต้องดูตามเงื่อนไขกรมธรรม์
เมื่อมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ใครรับผิดชอบ
กรณีมีผู้โดยสาร คนงาน หรือบุคคลภายนอกได้รับบาดเจ็บ ต้องแยกดูความคุ้มครองหลายส่วน ไม่ควรดูเฉพาะค่าซ่อมรถ
พ.ร.บ. รถยนต์
พ.ร.บ. มีไว้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถ ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอก ตามหลักเกณฑ์และวงเงินที่กฎหมายกำหนด ผู้บาดเจ็บสามารถขอค่าเสียหายเบื้องต้นได้โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิดทั้งหมด
เอกสารที่มักใช้ ได้แก่ บัตรประชาชน ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จค่ารักษา สำเนาทะเบียนรถ และเอกสารจากตำรวจหรือบริษัทประกันตามกรณี หากมีผู้เสียชีวิต อาจต้องใช้ใบมรณบัตร เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ และเอกสารของทายาท
ความคุ้มครองผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
กรมธรรม์บางแบบมีความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรือ PA สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวมถึงค่ารักษาพยาบาล ควรเช็กจำนวนที่นั่งและจำนวนคนที่กรมธรรม์ระบุไว้ เพราะรถกระบะที่บรรทุกคนเกินจำนวนที่นั่ง หรือใช้ผิดลักษณะที่แจ้งไว้ อาจทำให้เกิดปัญหาในการพิจารณาค่าสินไหมได้
ถ้าเป็นรถรับจ้าง รถขนส่งสินค้า หรือใช้รับส่งคนงาน ต้องตรวจให้แน่ใจว่าการใช้งานตรงกับที่ระบุในกรมธรรม์ การนำรถส่วนบุคคลไปใช้เชิงพาณิชย์โดยไม่แจ้งบริษัท อาจมีผลต่อความคุ้มครองและการเรียกค่าเสียหาย
กรณีคนขับมีความผิด
การดื่มแล้วขับ ไม่มีใบขับขี่ ขับรถประมาทอย่างร้ายแรง หรือใช้รถผิดประเภท อาจมีผลต่อความคุ้มครองบางส่วน บริษัทประกันอาจยังต้องจ่ายความเสียหายให้บุคคลภายนอกตามกฎหมาย แต่สามารถเรียกคืนจากผู้ขับขี่หรือผู้เอาประกันได้ตามเงื่อนไข
ดังนั้น อย่าให้คนขับเซ็นเอกสารใด ๆ โดยไม่อ่าน และอย่าปกปิดข้อมูลกับบริษัทประกัน การให้ข้อมูลตรงไปตรงมาช่วยลดปัญหาในภายหลังได้มาก
เอกสารที่ควรเตรียมสำหรับการเคลม
- บัตรประชาชนของผู้เอาประกันหรือเจ้าของรถ
- ใบขับขี่ของผู้ขับขี่ในวันที่เกิดเหตุ
- สำเนาทะเบียนรถ
- กรมธรรม์ประกันภัยและ พ.ร.บ.
- ใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวัน กรณีมีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต หรือมีข้อพิพาท
- ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จค่ารักษา และเอกสารจากโรงพยาบาล
- รูปถ่ายและวิดีโอจากจุดเกิดเหตุ
- เอกสารของทายาท กรณีผู้เสียชีวิต
เอกสารบางอย่างอาจขอเพิ่มตามลักษณะเหตุ เช่น หนังสือรับรองนิติบุคคล หนังสือมอบอำนาจ สัญญาเช่าซื้อ หรือเอกสารแสดงการใช้รถ หากไม่แน่ใจ ให้โทรถามบริษัทประกันก่อน จะได้ไม่ต้องเดินทางหลายรอบ
อ่านเพิ่มเติม: จากเหตุการณ์ Air Canada: ประกันเดินทางสำคัญแค่ไหน? เช็คเบี้ยและความคุ้มครองก่อนบิน
เคลมแล้วต้องรอนานไหม
ระยะเวลาเคลมขึ้นอยู่กับความเสียหาย เอกสาร และการตรวจสอบสาเหตุ ถ้าเป็นความเสียหายต่อตัวรถที่ไม่ซับซ้อน และเอกสารครบ บริษัทอาจออกใบเคลมและนัดอู่ได้เร็ว แต่ถ้ามีผู้เสียชีวิต มีคดี หรือมีข้อสงสัยเรื่องการใช้รถ อาจต้องรอเอกสารจากตำรวจและหน่วยงานอื่นเพิ่มเติม
ในมุมมองของนายหน้าประกันภัย สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการพาคนเจ็บไปโรงพยาบาลแล้วลืมแจ้งบริษัทประกัน หรือปล่อยให้รถถูกลากไปอู่โดยไม่รู้ว่าอู่นั้นอยู่ในเครือข่ายหรือไม่ การโทรแจ้งตั้งแต่ต้นช่วยให้ทุกฝ่ายทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
คำถามที่คนมักสงสัย
รถพลิกคว่ำเอง ไม่มีคู่กรณี เคลมได้ไหม
ถ้ามีประกันชั้น 1 โดยทั่วไปมีโอกาสเคลมความเสียหายต่อตัวรถได้ตามเงื่อนไข แต่ประกัน 2 พลัส หรือ 3 พลัส มักต้องมีคู่กรณีเป็นรถและระบุได้ จึงควรตรวจกรมธรรม์ก่อนสรุป
ไม่มีภาพตอนเกิดเหตุ ยังเคลมได้หรือไม่
ยังสามารถแจ้งเคลมได้ บริษัทจะใช้ข้อมูลจากการตรวจรถ คำให้การของผู้ขับขี่ พยาน บันทึกตำรวจ และหลักฐานอื่นประกอบ แต่ภาพจากจุดเกิดเหตุช่วยให้การตรวจสอบง่ายขึ้น
รถกระบะบรรทุกคนงานหลายคน ประกันจะจ่ายไหม
ต้องดูว่าการใช้รถตรงตามที่แจ้งไว้หรือไม่ จำนวนผู้โดยสารเกินข้อกำหนดหรือไม่ และมีความคุ้มครองใดบ้าง พ.ร.บ. และความคุ้มครองต่อบุคคลภายนอกควรตรวจแยกจากความคุ้มครองรถ
เตรียมตัวอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยง
ก่อนเดินทางไกล ควรตรวจยาง ลมยาง เบรก ไฟส่องสว่าง และน้ำมันเครื่อง โดยเฉพาะรถกระบะที่บรรทุกของหนักหรือวิ่งบนถนนต่างจังหวัด อย่าบรรทุกคนในกระบะท้ายเกินกว่าที่กฎหมายและความปลอดภัยกำหนด
ควรเก็บสำเนากรมธรรม์ เบอร์บริษัทประกัน และเบอร์ฉุกเฉินไว้ในโทรศัพท์ รวมถึงตรวจวันหมดอายุของประกันและ พ.ร.บ. เป็นประจำ การรู้ข้อมูลเหล่านี้ล่วงหน้าช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นเมื่อเกิดเหตุจริง
อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีใครตั้งใจ แต่การเตรียมตัวที่ดีช่วยลดความเสียหายได้มาก หากคุณเคยเจอเหตุรถพลิกคว่ำหรือเคยเคลมประกันในสถานการณ์คล้ายกัน มีขั้นตอนไหนที่อยากแนะนำคนอื่นบ้าง? มาแบ่งปันความคิดเห็นกันได้เลย
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 29 ต.ค. 2569 เวลา 02:49 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment