ข่าวอุบัติเหตุชนกันต่อเนื่องสองครั้งบนทางหลวง จนมีรถยนต์เสียหายถึง 11 คัน จาก Vietnam.vn ทำให้หลายคนหันมาค้นหาเรื่อง ประกันเดินทางต่างประเทศเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนต่อเนื่อง เพราะเหตุแบบนี้เกิดขึ้นเร็วมาก และอาจทำให้ผู้เดินทางตั้งตัวไม่ทัน
ถ้าเกิดเหตุระหว่างขับรถเที่ยวต่างประเทศ สิ่งสำคัญไม่ใช่การรีบหาคนผิดก่อน แต่คือการทำให้ทุกคนปลอดภัย ติดต่อคนช่วยเหลือ และเก็บหลักฐานให้ครบ วิธีทำตามลำดับจะช่วยลดความเสียหาย และทำให้การเคลมกับบริษัทประกันง่ายขึ้นมาก
อุบัติเหตุชนต่อเนื่องคืออะไร
อุบัติเหตุชนต่อเนื่อง หรือ Chain Reaction Accident คือเหตุที่รถคันหนึ่งชนรถอีกคัน แล้วรถคันถัดไปชนตามกันเป็นทอด ๆ บางครั้งเกิดเพียงไม่กี่วินาที โดยเฉพาะบนทางหลวง ทางด่วน หรือถนนที่รถวิ่งเร็ว
เหตุลักษณะนี้อาจมีรถหลายคัน ผู้โดยสารจำนวนมาก และมีความเสียหายหลายจุด เช่น รถด้านหน้า รถด้านหลัง กระเป๋าเดินทาง หรือทรัพย์สินในรถ จึงต้องใช้หลักฐานและเอกสารมากกว่าอุบัติเหตุรถชนทั่วไป
สำหรับคนไทยที่เช่ารถขับในญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย ยุโรป หรือประเทศเพื่อนบ้าน ควรจำไว้ว่า กฎจราจร ภาษา เอกสาร และขั้นตอนแจ้งเหตุของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน การมีประกันเดินทางช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายบางส่วนได้ แต่ต้องดูรายละเอียดกรมธรรม์ก่อนเดินทางเสมอ
ขั้นตอนแรกเมื่อเกิดเหตุ: ทำให้พื้นที่ปลอดภัย
หลังรถหยุดแล้ว ให้ตั้งสติและตรวจดูตัวเองกับผู้โดยสารก่อน ถ้ามีคนเจ็บ อย่าฝืนขยับตัวผู้บาดเจ็บ เว้นแต่มีอันตรายทันที เช่น ไฟไหม้ รถอาจระเบิด หรือรถกำลังจะถูกรถคันอื่นชนซ้ำ
- เปิดไฟฉุกเฉินทันที
- ดับเครื่องยนต์ หากทำได้อย่างปลอดภัย
- ออกจากรถไปอยู่หลังราวกั้นหรือจุดที่ปลอดภัย ถ้าเจ้าหน้าที่อนุญาตและไม่มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ในรถ
- วางป้ายเตือนหรืออุปกรณ์สะท้อนแสงตามกฎของประเทศนั้น
- อย่ายืนกลางถนน และอย่าเดินไปสำรวจรถคันอื่นในจุดที่รถยังวิ่งเร็ว
อย่าขับรถออกจากที่เกิดเหตุเพียงเพราะรถยังสตาร์ตได้ เพราะอาจทำให้หลักฐานเปลี่ยน และบางประเทศถือเป็นการออกจากที่เกิดเหตุโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่
ติดต่อฉุกเฉินให้ถูกคน
หากมีผู้บาดเจ็บหรือรถกีดขวางถนน ให้โทรหมายเลขฉุกเฉินของประเทศนั้นทันที นักท่องเที่ยวควรบันทึกเบอร์ฉุกเฉินไว้ในโทรศัพท์ก่อนเดินทาง และพกที่อยู่โรงแรมหรือจุดที่พักเป็นภาษาในประเทศนั้นด้วย
เมื่อโทรแจ้งเหตุ ให้พูดข้อมูลสั้น ๆ และชัดเจน เช่น ตำแหน่งถนน ทิศทางที่กำลังเดินทาง จำนวนรถที่ชน จำนวนผู้บาดเจ็บ และอันตรายที่ยังเกิดขึ้นอยู่ ถ้าพูดภาษาท้องถิ่นไม่ได้ ให้ใช้แอปแปลภาษา หรือขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่โรงแรม บริษัทเช่ารถ หรือคนในพื้นที่
หลังจากนั้นให้ติดต่อบริษัทเช่ารถและบริษัทประกันตามหมายเลขช่วยเหลือฉุกเฉินในกรมธรรม์ การแจ้งบริษัทประกันเร็วช่วยให้เจ้าหน้าที่แนะนำได้ว่า ต้องไปโรงพยาบาลใด ใช้เอกสารอะไร และควรจัดการกับรถอย่างไร
ประกันเดินทางคุ้มครองอะไรเมื่อรถชน
ประกันเดินทางไม่ได้หมายความว่าจะจ่ายค่าเสียหายของรถทุกคันโดยอัตโนมัติ ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนที่ซื้อและข้อยกเว้นในกรมธรรม์ โดยทั่วไปควรตรวจหัวข้อเหล่านี้
1. ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ
ถ้าผู้เอาประกันบาดเจ็บจากเหตุรถชน อาจเคลมค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินที่ระบุไว้ เช่น ค่าห้อง ค่ายา ค่าตรวจ และค่ารักษาฉุกเฉิน แต่ต้องไปโรงพยาบาลตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน และเก็บใบเสร็จทุกใบ
2. การเคลื่อนย้ายหรือส่งตัวกลับประเทศ
ถ้าอาการหนักและจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายไปโรงพยาบาลที่เหมาะสม หรือส่งตัวกลับประเทศไทย ความคุ้มครองอาจช่วยค่าใช้จ่ายได้ตามเงื่อนไข แพทย์และบริษัทประกันมักต้องเป็นผู้พิจารณาร่วมกัน ไม่ควรจองเที่ยวบินหรือรถพยาบาลเองโดยไม่โทรสอบถามก่อน
3. ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
บางแผนมีความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก หากผู้เอาประกันทำให้คนอื่นบาดเจ็บหรือทำให้ทรัพย์สินของคนอื่นเสียหาย แต่ความคุ้มครองนี้มีวงเงินและข้อยกเว้น เช่น อาจไม่คุ้มครองการใช้รถบางประเภท การขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง หรือการขับรถขณะมึนเมา
4. ค่าเสียหายจากรถเช่า
ค่าเสียหายของรถเช่ามักต้องดูทั้งประกันของบริษัทเช่ารถและความคุ้มครองเสริมของประกันเดินทาง บางแผนช่วยจ่ายค่า Excess หรือค่าเสียหายส่วนแรก แต่บางแผนไม่คุ้มครองรถเช่าเลย ดังนั้นก่อนรับรถควรถ่ายภาพรถรอบคัน อ่านสัญญาเช่า และถามให้ชัดว่ามีประกันอะไรอยู่แล้ว
สิ่งที่มักไม่คุ้มครองคือ การใช้รถผิดประเภท การให้คนที่ไม่ได้ระบุชื่อเป็นผู้ขับ การขับบนถนนที่ห้ามใช้ หรือการทำผิดกฎหมายจราจรอย่างร้ายแรง อ่านคำว่า “ข้อยกเว้น” ให้ละเอียด เพราะส่วนนี้มีผลต่อการเคลมมากที่สุด
หลักฐานที่ควรเก็บหลังเกิดเหตุ
ในเหตุชนหลายคัน ตำรวจอาจใช้เวลาสรุปเหตุ การมีภาพและเอกสารของตัวเองจะช่วยให้บริษัทประกันเข้าใจเหตุการณ์ได้เร็วขึ้น ถ้าปลอดภัย ให้เก็บหลักฐานดังนี้
- ภาพรถของตัวเองทุกด้าน และภาพความเสียหายแบบใกล้
- ภาพตำแหน่งรถทุกคันก่อนเคลื่อนย้าย หากเจ้าหน้าที่อนุญาต
- ภาพป้ายถนน เส้นแบ่งเลน สัญญาณไฟ และสภาพอากาศ
- ภาพทะเบียนรถหรือเลขตัวถังของรถที่เกี่ยวข้อง
- ชื่อและเบอร์ติดต่อของคนขับ ผู้โดยสาร และพยาน
- ชื่อหน่วยงาน ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เข้ามาดูแล
- เลขที่รายงานประจำวัน หรือเอกสารรับแจ้งเหตุ
- คลิปจากกล้องติดรถยนต์หรือโทรศัพท์มือถือ
การถ่ายภาพควรทำเมื่อปลอดภัยเท่านั้น ห้ามยืนบนทางหลวงเพื่อเก็บภาพจนเสี่ยงถูกรถชนซ้ำ อุปกรณ์อย่าง กล้องติดรถยนต์ ช่วยบันทึกเหตุการณ์และลำดับการชนได้ แต่ไม่ควรเข้าไปติดตั้งหรือหยิบอุปกรณ์กลางถนนหลังเกิดเหตุ

อย่ารีบยอมรับผิดหรือเซ็นเอกสารที่อ่านไม่เข้าใจ
เมื่อเกิดเหตุในต่างประเทศ คู่กรณีอาจพูดภาษาเดียวกับเราไม่ได้ และเอกสารอาจเป็นภาษาท้องถิ่น ถ้าไม่เข้าใจเนื้อหา อย่าเซ็นรับผิด อย่าเซ็นยอมความ และอย่ารับปากว่าจะจ่ายเงินเองทันที
พูดได้เพียงว่า “ขอรอเจ้าหน้าที่และบริษัทประกันก่อน” จากนั้นถ่ายภาพเอกสารไว้ ขอสำเนาเอกสาร และติดต่อบริษัทเช่ารถหรือบริษัทประกันเพื่อให้ช่วยแปลและแนะนำ หากจำเป็น ให้ขอล่ามหรือความช่วยเหลือจากสถานทูตไทย
การให้ข้อมูลตามจริงเป็นเรื่องสำคัญ บอกเฉพาะสิ่งที่เห็นและจำได้ ไม่คาดเดาความเร็ว ไม่กล่าวหาคู่กรณี และไม่ลบคลิปหรือแก้ไขภาพต้นฉบับ เพราะข้อมูลที่ไม่ตรงกันอาจทำให้การพิจารณาเคลมล่าช้า
วิธีแจ้งเคลมประกันให้มีโอกาสผ่านง่าย
ก่อนเดินทาง
ถ่ายรูปหน้ากรมธรรม์และบันทึกไว้ในโทรศัพท์ รวมถึงหมายเลขกรมธรรม์ เบอร์ฉุกเฉิน และชื่อผู้ติดต่อ ควรส่งสำเนาให้คนในครอบครัวเก็บไว้อีกชุดหนึ่ง ตรวจด้วยว่ากรมธรรม์เริ่มคุ้มครองวันและเวลาใด
ถ้าเช่ารถ ให้ถามบริษัทเช่ารถเรื่องใบขับขี่สากล ประกันรถ ค่า Excess และขั้นตอนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บางประเทศต้องใช้ใบขับขี่ไทยคู่กับใบขับขี่สากล จึงควรเตรียมเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
หลังเกิดเหตุ
- แจ้งเหตุฉุกเฉินและดูแลผู้บาดเจ็บ
- โทรหาบริษัทประกันโดยเร็วที่สุด
- แจ้งบริษัทเช่ารถตามสัญญา
- ขอรายงานตำรวจหรือเอกสารรับแจ้งเหตุ
- เก็บใบเสร็จค่ารักษา ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
- ส่งแบบฟอร์มเคลมพร้อมหลักฐานตามที่บริษัทกำหนด
อย่าซ่อมรถหรือทิ้งทรัพย์สินที่เสียหายก่อนบริษัทประกันหรือบริษัทเช่ารถตรวจสอบ เว้นแต่เป็นการซ่อมฉุกเฉินเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่ม และควรถ่ายภาพก่อนซ่อมทุกครั้ง
เอกสารที่บริษัทประกันอาจขอ
- แบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหม
- สำเนาหนังสือเดินทางและหน้าตราประทับเข้าออกประเทศ
- สำเนากรมธรรม์หรือเลขที่กรมธรรม์
- รายงานตำรวจหรือเอกสารจากหน่วยงานท้องถิ่น
- ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จ และรายการค่าใช้จ่าย
- สัญญาเช่ารถและเอกสารประกันจากบริษัทเช่ารถ
- ภาพถ่าย คลิป และข้อมูลพยาน
- หลักฐานการจ่ายเงิน เช่น ใบเสร็จหรือสลิปบัตรเครดิต
เอกสารบางอย่างอาจเป็นภาษาต่างประเทศ บริษัทประกันอาจขอฉบับแปลหรือเอกสารเพิ่มเติม อย่าทิ้งต้นฉบับ และควรตั้งชื่อไฟล์ภาพให้รู้ว่าเป็นภาพอะไร เช่น “รถด้านหน้า” หรือ “รายงานตำรวจ” จะช่วยให้ส่งข้อมูลได้เป็นระเบียบ
ถ้ารถเสียหาย 11 คัน ใครต้องรับผิด
คำตอบไม่ได้ดูจากจำนวนรถ แต่ดูจากพฤติการณ์และกฎหมายของประเทศที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาระยะห่าง ความเร็ว สภาพถนน การเบรก และพฤติกรรมของผู้ขับแต่ละคัน ในเหตุชนต่อเนื่อง ผู้ขับหลายคนอาจมีส่วนรับผิดแตกต่างกัน
ผู้เดินทางไม่ควรตัดสินเองว่าใครผิดทั้งหมด การมีรายงานตำรวจ คลิปจากกล้อง และข้อมูลพยานจะช่วยให้บริษัทประกันหรือผู้เชี่ยวชาญประเมินเรื่องความรับผิดได้ถูกต้อง หากมีการเรียกค่าเสียหายจำนวนมาก ควรขอคำแนะนำจากบริษัทประกันก่อนตอบคู่กรณี
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าหลายคนเคยเจอ สิ่งที่ทำให้เคลมสะดุดไม่ใช่แค่ความเสียหายหนัก แต่คือการไม่มีรายงานเหตุและการจ่ายเงินให้คู่กรณีเองโดยไม่มีหลักฐาน จึงควรโทรขอคำแนะนำก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเกิดรถชนในต่างประเทศ
- ขับหนีหรือออกจากจุดเกิดเหตุโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังเกิดเหตุ แม้จะรอการตรวจ
- ให้คนอื่นขับรถแทนโดยไม่มีใบอนุญาตตามเงื่อนไข
- โพสต์กล่าวหาคู่กรณีหรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวลงโซเชียล
- จ่ายเงินสดหรือเซ็นเอกสารโดยไม่อ่านและไม่แจ้งบริษัทประกัน
- แก้ไข ตัดต่อ หรือลบภาพและคลิปจากที่เกิดเหตุ
การทำตามขั้นตอนเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าจะเคลมได้ทุกกรณี เพราะผลเคลมขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ กฎหมายท้องถิ่น และข้อเท็จจริง แต่ช่วยให้เราปกป้องสิทธิของตัวเองได้ดีขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: เห็นข่าวไทเกอร์ วูดส์แล้วใจหาย ถ้าเป็นเราบ้าง รถคว่ำ ประกันจ่ายไหม?
เลือกประกันเดินทางอย่างไรให้เหมาะกับทริปขับรถ
ก่อนซื้อประกัน อย่าดูแค่วงเงินค่ารักษาพยาบาล ให้ดูว่าทริปของเรามีความเสี่ยงอะไรบ้าง หากตั้งใจเช่ารถ ควรตรวจหัวข้อความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ค่าเสียหายส่วนแรกของรถเช่า และข้อกำหนดเรื่องผู้ขับ
หากเดินทางกับครอบครัว ให้ดูวงเงินต่อคนและเงื่อนไขของเด็กหรือผู้สูงอายุ หากมีโรคประจำตัว ควรอ่านข้อยกเว้นด้านสุขภาพ หากไปทำกิจกรรมเสี่ยง เช่น ขับรถบนภูเขา เล่นสกี หรือขี่มอเตอร์ไซค์ ต้องตรวจว่ากิจกรรมนั้นอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่
สิ่งที่ควรเทียบก่อนซื้อมีดังนี้
- วงเงินค่ารักษาพยาบาลและการเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน
- ความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
- ความคุ้มครองรถเช่าและค่าเสียหายส่วนแรก
- ข้อยกเว้นเรื่องแอลกอฮอล์ ใบขับขี่ และการทำผิดกฎหมาย
- ช่องทางติดต่อฉุกเฉินที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
- ขั้นตอนการส่งเอกสารและระยะเวลาแจ้งเคลม
เช็กลิสต์สั้น ๆ ก่อนออกเดินทาง
เตรียมประกันเดินทาง ใบขับขี่สากล หนังสือเดินทาง สัญญาเช่ารถ และเบอร์ฉุกเฉินไว้ในที่เดียว บันทึกแผนที่แบบใช้งานออฟไลน์ และแจ้งคนใกล้ตัวว่าพักที่ไหน
ก่อนออกรถทุกครั้ง คาดเข็มขัดทั้งคัน ตั้ง GPS ให้เสร็จก่อนขับ และเว้นระยะจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อฝนตก หมอกลง หรือขับบนถนนที่ไม่คุ้นเคย
อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว แต่การเตรียมตัวทำให้เรารับมือได้ดีขึ้น หากเกิดเหตุ ให้จำง่าย ๆ ว่า ปลอดภัยก่อน แจ้งเหตุเร็ว เก็บหลักฐานครบ และอย่ารีบยอมรับผิด จากนั้นให้บริษัทประกันและเจ้าหน้าที่ช่วยจัดการตามขั้นตอน
คุณเคยเดินทางไปต่างประเทศแล้วเช่ารถขับไหม? มีเอกสารหรืออุปกรณ์อะไรที่คิดว่าช่วยได้มากที่สุดเมื่อเกิดเหตุ มาเล่าให้เพื่อน ๆ อ่านในช่องความคิดเห็นได้เลย
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 30 ส.ค. 2569 เวลา 01:16 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment