เพิ่งเห็นข่าวรถยนต์ Lynk & Co พลิกคว่ำบนทางหลวงที่เวียดนาม แต่ทุกคนในครอบครัวปลอดภัยกันหมดเลยใช่ไหมครับ? ต้องยอมรับเลยว่าเทคโนโลยีความปลอดภัยของรถยนต์สมัยนี้สุดยอดจริงๆ แต่เห็นรถสภาพแบบนั้นแล้ว ก็อดคิดตามไม่ได้ว่า… แล้วค่าซ่อมล่ะ ใครจะดูแล?
นี่แหละครับคือจุดที่ ประกัน 3 พลัส เข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะต่อให้รถจะเทพแค่ไหน อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้เสมอ และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว เรื่องเงินๆ ทองๆ ก็ตามมาทันที บทความนี้เลยจะขอเป็นคู่มือฉบับเพื่อนสนิท พาคุณไปดูวิธีเคลมประกัน 3 พลัสแบบ Step-by-Step รับรองว่าอ่านจบแล้วเข้าใจง่าย เคลมเป็นแน่นอนครับ
ก่อนอื่น… ประกัน 3 พลัส คุ้มครองอะไรเราบ้าง?
ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการเคลม เรามาทวนความเข้าใจกันสั้นๆ ก่อน ประกัน 3 พลัส หรือ ประกันชั้น 3+ เนี่ย เขาเป็นเหมือนลูกครึ่งที่อยู่ระหว่างประกันชั้น 3 ธรรมดากับประกันชั้น 2+ ครับ พูดง่ายๆ คือ:
- คุ้มครองคู่กรณี: ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล หรือทรัพย์สินของเขาที่เสียหาย ประกันดูแลให้หมด (อันนี้เหมือนประกันชั้น 3)
- คุ้มครองรถเราด้วย: แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นอุบัติเหตุแบบ ‘รถชนรถ’ และเราต้องมีคู่กรณีเท่านั้นนะครับ เช่น ชนกับรถยนต์คันอื่น หรือมอเตอร์ไซค์เฉี่ยว (นี่คือส่วนที่ ‘พลัส’ หรือบวกเพิ่มขึ้นมา)
ดังนั้น ถ้าคุณขับรถไปชนเสาไฟฟ้า ถอยชนกำแพง หรือโดนชนแล้วหนีหาคู่กรณีไม่เจอ แบบนี้ประกัน 3 พลัสจะยังไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถเรานะครับ แต่ยังไงก็ยังคุ้มครองความเสียหายของเสาไฟฟ้าหรือกำแพงให้เหมือนเดิม
เกิดเหตุปุ๊บ! ต้องทำยังไง? คู่มือเคลมประกัน 3 พลัส Step-by-Step
เอาล่ะครับ เข้าเรื่องสำคัญกันแล้ว ลองจินตนาการว่าคุณกำลังขับรถเพลินๆ บนถนนในกรุงเทพฯ แล้วเกิดเหตุ ‘ปัง!’ ขึ้นมาตรงหน้า… ไม่ต้องตกใจนะครับ ทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้เลย
ขั้นตอนที่ 1: ตั้งสติและเช็คความปลอดภัย (สำคัญที่สุด!)
สูดหายใจลึกๆ ครับ สิ่งแรกคือความปลอดภัย เช็คตัวเองและคนในรถว่ามีใครบาดเจ็บไหม ถ้าเจ็บหนักให้รีบโทร 1669 ก่อนเลย เรื่องประกันไว้ทีหลัง
ถ้าไม่มีใครเจ็บหนัก ให้เปิดไฟฉุกเฉิน (ไฟผ่าหมาก) แล้วดูว่าสามารถขยับรถเข้าข้างทางได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ เพื่อไม่ให้การจราจรติดขัดและป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนครับ
ขั้นตอนที่ 2: โทรหาบริษัทประกันทันที!
เบอร์โทรฉุกเฉินของบริษัทประกันควรเมมไว้ในมือถือเลยครับ พอตั้งสติได้แล้วให้รีบโทรแจ้งเหตุทันที เจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูลเบื้องต้น เช่น ทะเบียนรถ สถานที่เกิดเหตุ และที่สำคัญคือเขาจะให้ ‘เลขรับแจ้งเหตุ’ หรือ ‘เลขเคลม’ กับเรามา ซึ่งเลขนี้สำคัญมาก ต้องจดหรือจำไว้ให้ดีครับ
ขั้นตอนที่ 3: ถ่ายรูปเก็บหลักฐานทุกซอกทุกมุม
ระหว่างรอเจ้าหน้าที่สำรวจภัย (Surveyor) มาถึง ให้ใช้มือถือของเรานี่แหละครับ ถ่ายรูปเก็บหลักฐานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้:
- ภาพรวมของที่เกิดเหตุ: ให้เห็นสภาพถนน เส้นจราจร และตำแหน่งของรถทั้งสองคัน
- ความเสียหายของรถเรา: ถ่ายเจาะทุกจุดที่บุบสลาย มีรอยขีดข่วน
- ความเสียหายของรถคู่กรณี: ถ่ายให้ครบเหมือนรถเราเลยครับ
- ป้ายทะเบียนของทั้งสองฝ่าย: ต้องถ่ายให้เห็นชัดๆ ทั้งของเราและของเขา
- เอกสารสำคัญ: เช่น ใบขับขี่ของคู่กรณี (ถ้าเขายินยอม)

ขั้นตอนที่ 4: คุยกับคู่กรณีและแลกข้อมูล
พูดคุยกับคู่กรณีด้วยความใจเย็น ไม่ต้องทะเลาะกันนะครับ แค่แลกข้อมูลที่จำเป็น เช่น ชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทรศัพท์, และเลขทะเบียนรถก็พอ ไม่ต้องรีบตัดสินว่าใครถูกใครผิด ให้รอเจ้าหน้าที่ประกันมาช่วยดูจะดีที่สุดครับ
ขั้นตอนที่ 5: รอรับ ‘ใบเคลม’ จากเจ้าหน้าที่สำรวจภัย
เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง เขาจะตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ่ายรูปเพิ่มเติม และสอบถามเหตุการณ์จากทั้งสองฝ่าย จากนั้นจะสรุปและออกเอกสารสำคัญที่เรียกว่า ‘ใบเคลม’ ให้กับเรา ในใบเคลมจะระบุชัดเจนว่าใครเป็นฝ่ายถูก ใครเป็นฝ่ายผิด หรือเป็นการประมาทร่วม
ถ้าเราเป็นฝ่ายถูก เราจะได้ใบเคลมสำหรับนำรถเราไปซ่อม และเจ้าหน้าที่จะให้เอกสารเพื่อให้คู่กรณีนำไปติดต่อประกันของเขาเอง แต่ถ้าเราเป็นฝ่ายผิด เราก็จะได้ใบเคลมเพื่อนำรถเราไปซ่อม (เพราะเรามีประกัน 3 พลัส) และคู่กรณีก็จะได้รับใบเคลมเพื่อไปซ่อมรถของเขาเช่นกัน
ขั้นตอนที่ 6: นำรถเข้าอู่ซ่อม
ขั้นตอนสุดท้าย คือการนำรถและใบเคลมไปที่อู่ซ่อมครับ โดยส่วนใหญ่แล้วจะแบ่งเป็น 2 กรณี:
- อู่ในเครือบริษัทประกัน: สะดวกสบายที่สุดครับ แค่ยื่นใบเคลม ทิ้งรถไว้ แล้วรอรับรถได้เลย ไม่ต้องสำรองจ่ายค่าซ่อม (ยกเว้นกรณีมีค่าเสียหายส่วนแรก หรือ Deductible)
- อู่นอกเครือ (อู่ที่เราไว้ใจ): ถ้าเราอยากซ่อมอู่ประจำที่ไม่ได้อยู่ในเครือ ก็สามารถทำได้ครับ แต่เราอาจจะต้องสำรองจ่ายเงินค่าซ่อมไปก่อน แล้วค่อยนำใบเสร็จไปเบิกกับบริษัทประกันในภายหลัง
เห็นไหมครับว่าขั้นตอนไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดเลย แค่เราต้องรู้ลำดับก่อนหลังและมีสติอยู่เสมอ การทำประกันก็เหมือนการซื้อความสบายใจครับ จ่ายเบี้ยหลักพัน ดีกว่าต้องมาจ่ายค่าซ่อมหลักหมื่นหลักแสนโดยไม่คาดคิดนะครับ อ่านเพิ่มเติม: เงินคืนประกัน: สัมผัสเดียวที่ ‘คืน’ ให้คุณได้มากกว่าที่คิด
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 14 มี.ค. 2569 เวลา 20:47 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ เคยมีประสบการณ์เคลมประกันแบบไหนกันบ้าง? หรือใครมีข้อสงสัยตรงไหน คอมเมนต์คุยกันได้เลยนะครับ
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment