ข่าวอุบัติเหตุรุนแรงบนถนนราชพฤกษ์ที่ทำให้การจราจรติดขัดยาวเหยียด เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้เสมอ และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการจัดการเรื่องเคลมประกัน แต่ปัญหาที่หลายคนคาใจและมักจะสร้างความสับสนตามมาก็คือ เมื่อได้รับ ค่าสินไหมทดแทน แล้ว ทำไมบางครั้งถึงมีการ หัก ณ ที่จ่าย? บทความนี้จะเจาะลึกทุกประเด็นคาใจ พร้อมไขข้อสงสัยเพื่อให้คุณรักษาสิทธิ์ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ครับ
ทำความเข้าใจ ‘ค่าสินไหมทดแทน’ จากประกันรถยนต์ มีอะไรบ้าง?
ก่อนอื่น เราต้องเข้าใจก่อนว่า ‘ค่าสินไหมทดแทน’ ไม่ได้หมายถึงแค่ค่าซ่อมรถเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมความเสียหายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุด้วย โดยสามารถแบ่งเป็นประเภทหลักๆ ได้ดังนี้:
- ค่าจัดซ่อมรถยนต์: คือค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ของผู้เอาประกันหรือคู่กรณีให้กลับสู่สภาพเดิม
- ค่ารักษาพยาบาล: ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์สำหรับผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอกที่ได้รับบาดเจ็บ
- ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ: เงินชดเชยที่บริษัทประกันจ่ายให้แก่ฝ่ายถูก ในระหว่างที่รถต้องเข้าซ่อมและไม่สามารถใช้งานได้
- ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก: เช่น การชนเสาไฟฟ้า รั้วบ้าน หรือทรัพย์สินอื่นๆ ที่ไม่ใช่รถยนต์
- เงินชดเชยอื่นๆ: เช่น ค่าปลอบขวัญ หรือเงินชดเชยกรณีทุพพลภาพหรือเสียชีวิต
หัวใจสำคัญ: ค่าสินไหมส่วนไหนที่ต้อง ‘หักภาษี ณ ที่จ่าย’?
ประเด็นหลักที่ทำให้หลายคนสับสนอยู่ที่ว่า เงินก้อนไหนกันแน่ที่จะถูกหักภาษี? หลักการจำง่ายๆ คือ ‘ใครเป็นผู้รับเงิน และรับในฐานะอะไร’
ตามกฎหมายแล้ว การหักภาษี ณ ที่จ่าย จะเกิดขึ้นเมื่อมีการจ่ายเงินที่เป็น ‘ค่าบริการ’ หรือ ‘ค่าจ้างทำของ’ ให้แก่ผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล (บริษัท, ห้างหุ้นส่วน) บริษัทประกันในฐานะผู้จ่ายเงิน จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีนำส่งสรรพากรครับ
กรณีที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
- ค่าซ่อมรถที่ประกันจ่ายให้ ‘อู่’ หรือ ‘ศูนย์บริการ’ โดยตรง: กรณีนี้ถือว่าอู่หรือศูนย์บริการเป็นผู้ให้บริการซ่อมรถ (ผู้มีเงินได้) บริษัทประกันจึงต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% (สำหรับค่าจ้างทำของ) จากยอดค่าซ่อมทั้งหมดก่อนจ่ายเงินให้อู่ ซึ่งผู้เอาประกันไม่ได้เป็นผู้ถูกหักภาษีโดยตรง แต่จะเห็นรายการนี้ในเอกสารการเคลม
- ค่ารักษาพยาบาลที่ประกันจ่ายให้ ‘โรงพยาบาล’ โดยตรง: เช่นเดียวกันกับค่าซ่อม โรงพยาบาลเป็นผู้ให้บริการทางการแพทย์ บริษัทประกันจึงต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากยอดค่ารักษาก่อนจ่ายให้โรงพยาบาล
กรณีที่ ‘ไม่ต้อง’ หักภาษี ณ ที่จ่าย
- เงินค่าสินไหมที่จ่าย ‘คืน’ ให้ผู้เอาประกัน: หากคุณสำรองจ่ายค่าซ่อมรถหรือค่ารักษาพยาบาลไปก่อน แล้วนำใบเสร็จมาเบิกคืนกับบริษัทประกัน เงินที่คุณได้รับคืนนั้น ‘ไม่ถือเป็นเงินได้’ แต่เป็นการชดเชยค่าใช้จ่ายที่เสียไป จึงไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย
- เงินค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ: เงินส่วนนี้จ่ายให้ ‘ผู้ประสบภัย’ (ฝ่ายถูก) โดยตรง เพื่อชดเชยความไม่สะดวกสบายที่ไม่มีรถใช้ ไม่ใช่ค่าบริการ จึงไม่ต้องถูกหักภาษี
- ค่าปลอบขวัญ หรือเงินชดเชยการเสียชีวิต/ทุพพลภาพ: เงินเหล่านี้เป็นการจ่ายเพื่อเยียวยาความสูญเสีย ไม่ใช่เงินได้จากการประกอบธุรกิจ จึงได้รับการยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่ายเช่นกัน
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอเคสนี้ หลายคนมักจะสับสนเมื่อเห็นใบแจ้งหนี้จากอู่แล้วมีรายการหักภาษีฯ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าเงินไม่ได้หายไปไหน แต่เป็นกระบวนการทางภาษีระหว่าง ‘บริษัทประกัน’ กับ ‘อู่ซ่อมรถ’ ครับ ตัวเราในฐานะเจ้าของรถยังคงได้รับความคุ้มครองเต็มวงเงินเหมือนเดิม
และเพื่อความชัดเจนในการเคลมและลดข้อโต้แย้ง การมีหลักฐานที่ชัดเจนอย่างวิดีโอจาก กล้องติดรถยนต์ จะช่วยให้กระบวนการอนุมัติค่าสินไหมรวดเร็วและง่ายขึ้นมากครับ

สรุปให้เคลียร์: เราในฐานะเจ้าของรถต้องกังวลหรือไม่?
คำตอบคือ ‘ไม่ต้องกังวล’ ครับ การหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นกระบวนการระหว่างบริษัทประกันกับผู้ให้บริการ (อู่ซ่อม, โรงพยาบาล) ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อวงเงินความคุ้มครองที่คุณจะได้รับ สิทธิ์ของคุณยังคงอยู่ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจเอกสารการเคลม หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจในรายการใดๆ ควรสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันทันที เพื่อความโปร่งใสและสบายใจของตัวคุณเองครับ
อ่านเพิ่มเติม: จากโศกนาฏกรรม สู่หลักประกัน: ย้อนรอยประวัติศาสตร์ พ.ร.บ. รถยนต์ แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของผู้ประสบภัย
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 27 มี.ค. 2569 เวลา 18:27 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment