เช้าตรู่วันทำงานแบบนี้ หลายคนอาจเพิ่งเห็นข่าวอุบัติเหตุบนถนนประเสริฐมนูกิจ ขาเข้า บริเวณแยกลาดปลาเค้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนว่า อุบัติเหตุบนท้องถนน นั้นเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ ครับ ภาพเหล่านั้นคงทำให้หลายคนใจหาย และแน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนที่รัก
แต่ถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้นจริงๆ ล่ะ? คุณจะรับมือกับมันอย่างไร? ความตกใจเพียงเสี้ยววินาทีอาจทำให้เราทำอะไรไม่ถูก และนั่นคือจุดที่อาจทำให้เราเสียเปรียบได้โดยไม่รู้ตัว
วันนี้เราจะมาเปลี่ยนความกังวลให้เป็นความเข้าใจ กับ 7 สิ่งที่ต้องทำทันทีหลังเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้คุณสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง และเคลมประกันได้อย่างสบายใจที่สุดครับ
เตรียมตัวให้พร้อม: 7 ขั้นตอนรับมืออุบัติเหตุอย่างมืออาชีพ
อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่การมีความรู้และสติ จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด มาดูกันทีละขั้นตอนเลยครับ
1. ตั้งสติ… แล้วตรวจสอบความปลอดภัย
สิ่งแรกและสำคัญที่สุดคือ ‘สติ’ ครับ หายใจเข้าลึกๆ สำรวจตัวเองและผู้โดยสารว่ามีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่ หากมีคนเจ็บหนัก อย่าเพิ่งขยับตัวเขา ให้รีบโทรเรียกรถพยาบาลที่เบอร์ 1669 ทันที
จากนั้นให้เปิดไฟฉุกเฉิน (Hazard Lights) เพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้รถคันอื่นระวัง หากเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อยและรถยังขับเคลื่อนได้ ให้เคลื่อนรถไปจอดในที่ปลอดภัยข้างทางเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร แต่ถ้าเสียหายหนัก ให้คงสภาพเดิมไว้ก่อนครับ
2. โทรแจ้งตำรวจและบริษัทประกันภัยของคุณ
อย่าเพิ่งเจรจากับคู่กรณีตามลำพังหากคุณไม่แน่ใจในสถานการณ์ ให้โทรแจ้งตำรวจที่เบอร์ 191 ก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่มาช่วยตรวจสอบและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในกระบวนการทางกฎหมายและการเคลมประกัน
หลังจากนั้น ให้รีบโทรหาบริษัทประกันภัยของคุณทันที แจ้งเลขทะเบียนรถหรือเลขกรมธรรม์ พร้อมบอกตำแหน่งที่เกิดเหตุให้ชัดเจน เจ้าหน้าที่สำรวจภัย (Surveyor) จะรีบเดินทางมายังจุดเกิดเหตุและให้คำแนะนำที่ดีที่สุดแก่คุณ
3. เก็บหลักฐาน ณ ที่เกิดเหตุให้มากที่สุด
ในยุคดิจิทัล โทรศัพท์มือถือของคุณคือเครื่องมือที่ดีที่สุด ถ่ายรูปและวิดีโอเก็บไว้ให้ครบทุกมุม ทั้งความเสียหายของรถเราและรถคู่กรณี, ป้ายทะเบียนของทุกคัน, สภาพถนน, เส้นจราจร, และภาพรวมของที่เกิดเหตุ
สิ่งที่สำคัญและช่วยยืนยันเหตุการณ์ได้ดีที่สุดคือ กล้องติดรถยนต์ ครับ เพราะเป็นหลักฐานชิ้นเอกที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ หากมีพยานบุคคลในที่เกิดเหตุ อย่าลืมขอชื่อและเบอร์โทรติดต่อไว้ด้วยนะครับ

4. แลกเปลี่ยนข้อมูลกับคู่กรณี (อย่างสุภาพ)
ในระหว่างรอเจ้าหน้าที่ ให้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็นกับคู่กรณีไว้ก่อน ได้แก่:
- ชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
- เลขทะเบียนรถ ยี่ห้อ และรุ่นของรถ
- ชื่อบริษัทประกันและเลขที่กรมธรรม์ (ถ้ามี)
พยายามพูดคุยด้วยความสุภาพและใจเย็นนะครับ การใช้อารมณ์ไม่เคยช่วยให้อะไรดีขึ้น
5. อย่าเพิ่งยอมรับผิด หรือเซ็นเอกสารใดๆ
นี่คือข้อที่สำคัญมาก! แม้คุณจะรู้สึกว่าตัวเองอาจจะเป็นฝ่ายผิด แต่อย่าเพิ่งพูดคำว่า ‘ขอโทษ’ หรือยอมรับผิดเด็ดขาด เพราะคำพูดของคุณอาจถูกนำไปใช้ยืนยันในการเคลมได้ ให้รอเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ประกันภัยมาตรวจสอบและชี้ชัดก่อน
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอเคสนี้ การรีบยอมรับผิดทั้งๆ ที่ยังสับสนอยู่ ทำให้กระบวนการเคลมซับซ้อนขึ้นมากครับ รอเจ้าหน้าที่มาถึงคือทางออกที่ดีที่สุดเสมอ
เช่นเดียวกัน ห้ามเซ็นเอกสารยอมความหรือเอกสารใดๆ ที่คู่กรณีร่างขึ้นมาโดยที่คุณยังไม่เข้าใจเนื้อหาทั้งหมด รอให้เจ้าหน้าที่ประกันของคุณมาช่วยตรวจสอบก่อนครับ
6. จดบันทึกรายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมด
ขณะที่ความทรงจำยังสดใหม่ ให้ใช้เวลาสักครู่จดบันทึกรายละเอียดของเหตุการณ์ลงในมือถือหรือสมุดโน้ต เช่น
- วัน/เวลา และสถานที่เกิดเหตุ
- ลำดับเหตุการณ์ก่อนและหลังการชน
- สภาพอากาศและสภาพการจราจร
- ลักษณะของคู่กรณี (ถ้าจำได้)
ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะเป็นประโยชน์มากเมื่อคุณต้องให้การกับตำรวจหรือบริษัทประกันในภายหลัง
7. นำรถเข้าเคลมและซ่อมที่อู่ในเครือ
เมื่อเจ้าหน้าที่ประกันภัยออกเอกสารใบเคลม (Claim Form) ให้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือนำรถเข้าซ่อม โดยส่วนใหญ่แล้ว การนำรถเข้าซ่อมที่อู่หรือศูนย์บริการในเครือของบริษัทประกันจะสะดวกและรวดเร็วกว่ามาก เพราะคุณแทบไม่ต้องสำรองจ่ายค่าซ่อมเลย (ยกเว้นค่าเสียหายส่วนแรก ถ้ามี)
คุณสามารถสอบถามรายชื่ออู่ในเครือได้จากเจ้าหน้าที่สำรวจภัย หรือค้นหาจากเว็บไซต์ของบริษัทประกันได้โดยตรง
อ่านเพิ่มเติม: ส่องมาตรการลดอุบัติเหตุเด็ก พร้อมเช็ค ‘ทุนประกัน’ ที่คุ้มครองลูกรักจากอุบัติเหตุทางถนน
สรุป: เปลี่ยนเรื่องร้ายให้จัดการได้ด้วยความเข้าใจ
อุบัติเหตุบนท้องถนนอาจเป็นฝันร้ายสำหรับใครหลายคน แต่หากเรามีสติและรู้ขั้นตอนที่ถูกต้อง เราจะสามารถจัดการสถานการณ์ได้อย่างเป็นระบบ ปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง และทำให้กระบวนการเคลมประกันเป็นไปอย่างราบรื่น การเตรียมตัวที่ดีคือการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นเพียงเรื่องที่ต้องจัดการ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนกครับ
แล้วคุณล่ะครับ เคยมีประสบการณ์แบบนี้ไหม? หรือมีเคล็ดลับอื่นๆ ที่อยากจะแบ่งปันเพื่อนๆ บ้างหรือเปล่า? ลองคอมเมนต์คุยกันได้เลยนะครับ
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 27 มี.ค. 2569 เวลา 06:53 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment