ข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นเรื่องน่าสลดใจที่เราเห็นกันแทบทุกวัน อย่างล่าสุดกรณีหนุ่มขี่มอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชนกับรถกระบะและรถอเนกประสงค์จนเสียชีวิตกลางถนนที่ปทุมธานี คงสร้างความเสียใจให้ครอบครัวอย่างประเมินค่าไม่ได้เลยนะครับ
ท่ามกลางความโศกเศร้านั้น สิ่งหนึ่งที่คนข้างหลังต้องรับมือคือเรื่องจัดการภาระทางการเงินและเอกสารต่างๆ และหนึ่งในคำถามสำคัญที่หลายคนอาจจะยังสับสนอยู่ก็คือ แล้ว เงินชดเชยจากประกัน ที่ได้รับมานั้น จะต้องนำไปคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยหรือเปล่า? เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและสำคัญมาก เพราะหากเข้าใจผิด อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนี้ให้เคลียร์กันไปเลยครับ
เงินชดเชยจากประกัน ต้องเสียภาษีหรือไม่? หลักการง่ายๆ ที่ต้องเข้าใจ
ก่อนจะไปลงลึกในรายละเอียด 5 ข้อหลัก ผมอยากให้เราเข้าใจภาพใหญ่ตรงกันก่อนครับ โดยหลักการแล้ว กรมสรรพากรจะมองว่า ‘เงินได้พึงประเมิน’ คือเงินที่คุณได้รับมาจากการทำงาน การทำธุรกิจ หรือการลงทุนที่ก่อให้เกิดรายได้งอกเงยขึ้นมา
แต่สำหรับเงินชดเชยหรือค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อ ‘บรรเทาความเสียหาย’ หรือ ‘ชดเชยสิ่งที่สูญเสียไป’ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมรถ หรือแม้แต่การสูญเสียชีวิต มันจึงไม่ถูกนับเป็นเงินได้ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ ด้วยเหตุนี้ เงินชดเชยส่วนใหญ่จึงได้รับการยกเว้น ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีครับ แต่มันก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเภทประกัน ซึ่งเราจะไปดูกันใน 5 ข้อต่อไปนี้
5 สิ่งต้องรู้เรื่องภาษี เมื่อได้รับเงินชดเชยจากอุบัติเหตุ
1. เงินสินไหมทดแทนจาก ‘ประกันวินาศภัย’ ไม่ใช่เงินได้พึงประเมิน
ประกันวินาศภัยคือประกันที่คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินและบุคคล เช่น ประกันรถยนต์, ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA), ประกันอัคคีภัย เป็นต้น
เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เงินสินไหมที่บริษัทประกันจ่ายให้ตามกรมธรรม์เหล่านี้ จะถือเป็น ‘ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด’ ซึ่งได้รับการยกเว้นตามประมวลรัษฎากร มาตรา 42 (13) ทำให้ไม่ต้องนำไปคำนวณภาษีครับ
- ค่าซ่อมรถ: เงินที่ประกันจ่ายให้เพื่อซ่อมรถที่เสียหายจากอุบัติเหตุ ไม่ต้องเสียภาษี
- ค่ารักษาพยาบาล: เงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลจากประกันอุบัติเหตุ ไม่ต้องเสียภาษี
- เงินชดเชยกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ (จากประกันอุบัติเหตุ PA): เงินก้อนที่ทายาทหรือผู้รับประโยชน์ได้รับ ก็ไม่ต้องเสียภาษีเช่นกันครับ เพราะถือเป็นการชดเชยต่อความสูญเสีย
ลองนึกภาพตามง่ายๆ ว่าเงินก้อนนี้เข้ามาเพื่อ ‘เติมเต็ม’ ส่วนที่เสียหายไป ไม่ได้ทำให้เราร่ำรวยขึ้นมาจากศูนย์ จึงไม่เข้าข่ายเป็นเงินได้นั่นเองครับ
2. เงินชดเชยจาก ‘ประกันชีวิต’ ผู้รับประโยชน์ไม่ต้องเสียภาษี
สำหรับประกันชีวิต ซึ่งให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตเป็นหลัก ก็มีหลักการเดียวกันครับ เงินทุนประกันชีวิตที่บริษัทประกันจ่ายให้กับ ‘ผู้รับผลประโยชน์’ ที่ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งจำนวน
ดังนั้น ไม่ว่าทุนประกันจะเป็นหลักแสนหรือหลายสิบล้านบาท ผู้รับผลประโยชน์ก็จะได้เงินเต็มจำนวนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีเลยแม้แต่บาทเดียวครับ รวมถึงเงินชดเชยจากสัญญาเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าชดเชยรายวัน ก็ได้รับการยกเว้นภาษีเช่นกัน

3. เงินประกัน ไม่ใช่ ‘มรดก’ จึงไม่เสียภาษีมรดก
นี่คือจุดที่หลายคนสับสนและกังวลใจมากที่สุด! ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ‘กองมรดก’ คือทรัพย์สินทั้งหมดของผู้ตาย เช่น เงินฝาก, บ้าน, ที่ดิน, รถยนต์ ที่จะต้องตกทอดสู่ทายาทตามกฎหมาย ซึ่งหากมีมูลค่ารวมเกิน 100 ล้านบาท จะต้องเสียภาษีการรับมรดกในส่วนที่เกิน
แต่สำหรับ ‘เงินประกันชีวิต’ หรือ ‘เงินประกันอุบัติเหตุ’ ที่มีการระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์ไว้อย่างชัดเจน เงินก้อนนี้จะไม่ถูกนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของกองมรดกครับ! เพราะมันเป็นสิทธิประโยชน์ตามสัญญาที่บริษัทประกันต้องจ่ายให้กับผู้รับผลประโยชน์โดยตรง ดังนั้น เงินประกันจึงไม่ต้องนำไปคำนวณเพื่อเสียภาษีมรดกนั่นเอง
จากประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราเคยเจอเคสนี้ คำถามเรื่องภาษีมรดกเป็นเรื่องที่หลายคนสับสนมากที่สุดครับ จุดสำคัญคือเงินประกันที่ระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์ชัดเจน จะไม่ถูกนับเป็นกองมรดกและส่งตรงถึงมือทายาททันที
ดังนั้น การระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์ให้ชัดเจนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยให้ขั้นตอนการเคลมรวดเร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยลดความยุ่งยากและป้องกันปัญหาพิพาทระหว่างทายาทได้อีกด้วยครับ
อ่านเพิ่มเติม: อุบัติเหตุถึงชีวิต: เปิดขั้นตอนเคลมประกันรถยนต์และ พ.ร.บ. ที่ทายาทต้องรู้
4. แล้วเงินช่วยเหลือจาก ‘พ.ร.บ.’ และ ‘คู่กรณี’ ล่ะ?
นอกเหนือจากประกันภาคสมัครใจแล้ว ยังมีเงินชดเชยจากส่วนอื่นๆ อีก ซึ่งหลักการก็ยังคงคล้ายกันครับ
- เงินชดเชยจาก พ.ร.บ. (ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ): เงินค่าเสียหายเบื้องต้นและค่าสินไหมทดแทนตามความคุ้มครองของ พ.ร.บ. ที่จ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยหรือทายาท ได้รับการยกเว้นภาษีเช่นกันครับ เพราะถือเป็นการเยียวยาความเสียหายพื้นฐานตามกฎหมาย
ในส่วนนี้ การมีเอกสารหน้ารถครบถ้วนเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะทำให้กระบวนการต่างๆ ราบรื่น อย่าลืมว่าเอกสารหน้ารถอย่าง พ.ร.บ. ก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรจัดเก็บใน กรอบป้ายภาษีรถยนต์ พรบ.อะคริลิคใส เกรด A ให้เห็นชัดเจนและพร้อมใช้งานเสมอเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันครับ
- เงินที่ได้รับจากคู่กรณี (ค่าทำขวัญ/ค่าเยียวยา): โดยทั่วไปแล้ว เงินที่ฝ่ายที่ต้องรับผิดจ่ายให้แก่ผู้เสียหายหรือทายาทตามคำสั่งศาลหรือจากการไกล่เกลี่ย จะถูกจัดเป็น ‘ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด’ ซึ่งก็ได้รับการยกเว้นภาษีตามกฎหมายเช่นเดียวกันครับ
5. วางแผนให้ดี เบี้ยประกันบางตัวใช้ ‘ลดหย่อนภาษี’ ได้ด้วย
ไหนๆ เราก็พูดถึงเรื่องภาษีกันแล้ว ก็อยากจะแถมท้ายอีกนิดเพื่อการวางแผนการเงินที่ครบวงจรครับ ถึงแม้ว่าตอน ‘รับ’ เงินชดเชยเราจะไม่ต้องเสียภาษี แต่ตอน ‘จ่าย’ ค่าเบี้ยประกันนั้น เบี้ยประกันบางประเภทยังสามารถนำไปใช้ ลดหย่อนภาษี ได้อีกด้วย
ตัวอย่างเช่น:
- เบี้ยประกันชีวิต: ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพ: ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท (และเมื่อรวมกับประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท)
- เบี้ยประกันบำนาญ: ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
การวางแผนซื้อประกันที่เหมาะสม นอกจากจะสร้างความคุ้มครองที่มั่นคงให้กับชีวิตและครอบครัวแล้ว ยังเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วยครับ
สรุป: เสียใจได้แต่อย่าเสียศูนย์
โดยสรุปแล้ว คำตอบของคำถามคาใจก็คือ เงินชดเชยที่ได้รับจากประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิต หรือ พ.ร.บ. ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อม หรือเงินทุนประกันกรณีเสียชีวิต ผู้รับผลประโยชน์ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และไม่ถือเป็นมรดกที่ต้องเสียภาษีมรดกครับ
การสูญเสียเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่การเตรียมความพร้อมและมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ จะช่วยให้เราและคนข้างหลังสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเข้มแข็ง ไม่ต้องกังวลกับปัญหาจุกจิกที่จะตามมาในภายหลังนะครับ
แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ เคยมีข้อสงสัยเรื่องภาษีกับประกันภัยในแง่มุมไหนอีกบ้าง? ลองคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยนะครับ
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 17 เม.ย. 2569 เวลา 05:33 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment