ประเด็น “รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ ใครรับผิดชอบ” กลับมาเป็นคำถามที่หลายคนสนใจ หลังรายการ Ch7HD #รับจบ UNCUT EP.99 นำเสนอเรื่องการไขข้อข้องใจหลังเกิดอุบัติเหตุ เมื่อเกิดเหตุจริงบนถนน ไม่ว่าจะเป็นถนนในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด สิ่งสำคัญไม่ใช่การเถียงกันเสียงดัง แต่คือการตั้งสติ ตรวจสอบข้อเท็จจริง และใช้หลักฐานให้ถูกต้อง
ถ้าคุณมี ประกันชั้น 3 แล้วเกิดรถชนขึ้นมา จะต้องทำอย่างไร? ใครเป็นคนจ่ายค่าซ่อม? แจ้งบริษัทประกันได้ไหม? บทความนี้สรุปเป็นขั้นตอนสั้น ๆ ให้ทำตามได้จริง ช่วยลดความสับสนและลดปัญหากับคู่กรณี
เกิดอุบัติเหตุ ใครต้องรับผิดชอบ?
คำตอบไม่ได้ดูจากคำพูดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าใครขับรถโดยประมาท หรือฝ่าฝืนกฎจราจรจนทำให้เกิดความเสียหาย เช่น ขับรถตัดหน้า เปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ถอยชนรถที่จอดอยู่ หรือขับรถตามไม่เว้นระยะ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ บริษัทประกัน และหลักฐานในที่เกิดเหตุ จะช่วยพิจารณาความรับผิดชอบร่วมกัน หากทั้งสองฝ่ายมีส่วนผิด ก็อาจต้องรับผิดตามสัดส่วนของความเสียหาย ไม่ใช่หมายความว่าฝ่ายหนึ่งจะต้องผิดทั้งหมดเสมอไป
ดังนั้น อย่าเพิ่งรีบเซ็นเอกสารหรือยอมรับผิด หากยังไม่เห็นภาพเหตุการณ์ครบถ้วน การพูดว่า “ผมผิดเอง” หรือ “ฉันจะจ่ายให้” อาจทำให้เกิดปัญหาภายหลังได้ ควรพูดตามข้อเท็จจริง และรอให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบ
ขั้นตอนแรกหลังรถชน ต้องทำอะไรบ้าง?
1. ตั้งสติและดูว่ามีคนเจ็บหรือไม่
สิ่งแรกคือหยุดรถ เปิดไฟฉุกเฉิน และตรวจดูคนในรถทั้งสองฝ่าย หากมีผู้บาดเจ็บ ให้โทรแจ้งสายด่วน 1669 หรือขอความช่วยเหลือทันที อย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บโดยไม่จำเป็น เว้นแต่บริเวณนั้นมีอันตราย เช่น รถอาจชนซ้ำหรือมีไฟไหม้
หากเป็นอุบัติเหตุบนถนนใหญ่ เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนเพชรบุรี หรือทางด่วน ควรอยู่ในจุดที่ปลอดภัยหลังจากตรวจหลักฐานเบื้องต้นแล้ว ความปลอดภัยของคนสำคัญกว่าการถ่ายรูป
2. ถ่ายภาพและวิดีโอให้ครบ
ถ่ายภาพรถทั้งสองคันจากระยะไกล เพื่อให้เห็นตำแหน่งรถ ช่องจราจร และสภาพถนน จากนั้นถ่ายภาพใกล้ ๆ ให้เห็นรอยชน ป้ายทะเบียน ความเสียหาย และสิ่งของที่ได้รับความเสียหาย
ควรถ่ายภาพสัญญาณไฟจราจร เส้นแบ่งเลน ป้ายจราจร รอยเบรก เศษชิ้นส่วน และสภาพอากาศด้วย หากมีพยาน ให้ขอชื่อและเบอร์ติดต่อไว้ การถ่ายวิดีโอโดยรอบสั้น ๆ จะช่วยให้เห็นภาพเหตุการณ์มากกว่าภาพเดียว
หากต้องการเพิ่มหลักฐานในครั้งต่อไป การติด กล้องติดรถยนต์ ก็เป็นทางเลือกที่ช่วยบันทึกเหตุการณ์ด้านหน้าและด้านหลังรถได้ แต่ควรติดตั้งให้ไม่บังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่
3. แลกข้อมูลกับคู่กรณี
ขอข้อมูลของคู่กรณีให้ครบ ได้แก่ ชื่อและเบอร์โทรศัพท์ เลขทะเบียนรถ ยี่ห้อและรุ่นรถ บริษัทประกันภัย และเลขกรมธรรม์ หากคู่กรณีไม่มีประกัน หรือไม่ยอมให้ข้อมูล ควรแจ้งตำรวจและบริษัทประกันของตนเองทันที
อย่ามอบบัตรประชาชนตัวจริงหรือเอกสารสำคัญให้บุคคลอื่นเก็บไว้ หากต้องถ่ายภาพเอกสาร ควรตรวจสอบว่าถ่ายเพื่อใช้แจ้งเหตุจริง และเก็บหลักฐานการติดต่อทุกครั้ง
ประกันชั้น 3 ช่วยจัดการอุบัติเหตุอย่างไร?
ประกันรถยนต์ชั้น 3 เป็นประกันที่เน้นคุ้มครองความเสียหายที่ผู้เอาประกันทำให้เกิดขึ้นกับบุคคลภายนอก โดยทั่วไปอาจคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของคู่กรณี ตามวงเงินและเงื่อนไขในกรมธรรม์
ตัวอย่างเช่น คุณขับรถชนท้ายรถคันหน้า และบริษัทประกันพิจารณาว่าคุณเป็นฝ่ายประมาท ประกันชั้น 3 อาจเข้ามาช่วยชดใช้ค่าซ่อมรถของคู่กรณีตามวงเงินที่ระบุไว้ แต่โดยทั่วไป ประกันชั้น 3 ไม่ได้คุ้มครองค่าซ่อมรถของคุณ หากคุณเป็นฝ่ายผิด
ถ้าคู่กรณีเป็นฝ่ายผิด คุณอาจเรียกร้องค่าเสียหายจากประกันของคู่กรณีได้ ส่วนการซ่อมรถของคุณจะขึ้นอยู่กับความรับผิดของคู่กรณี หลักฐาน และการตกลงชดใช้ หากคู่กรณีไม่มีประกัน อาจต้องเจรจาหรือดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ความคุ้มครองจริงอาจแตกต่างกันตามบริษัทประกัน วงเงิน เงื่อนไข และข้อยกเว้น จึงควรเปิดดูกรมธรรม์ก่อนเกิดเหตุ โดยเฉพาะวงเงินความรับผิดต่อทรัพย์สินและค่าเสียหายส่วนแรกถ้ามี
อ่านเพิ่มเติม: ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง? คำถามยอดฮิตที่คนมีรถควรรู้

วิธีแจ้งเคลมประกันชั้น 3 ให้ไม่ติดขัด
แจ้งบริษัทประกันทันที
โทรแจ้งบริษัทประกันตามเบอร์ที่อยู่บนบัตรหรือกรมธรรม์ แจ้งสถานที่เกิดเหตุ จุดสังเกต ลักษณะการชน จำนวนรถ และมีผู้บาดเจ็บหรือไม่ พูดตามเหตุการณ์จริง ไม่ต้องคาดเดาหรือแต่งรายละเอียด
เมื่อเจ้าหน้าที่สำรวจภัยมาถึง ให้เล่าเหตุการณ์ตามลำดับ ตั้งแต่ก่อนชนจนถึงหลังชน และพาไปดูตำแหน่งรถกับร่องรอยต่าง ๆ หากรถกีดขวางการจราจร ให้ถามเจ้าหน้าที่ก่อนว่าจะเคลื่อนรถได้หรือไม่ เพราะบางกรณีการเคลื่อนรถอาจทำให้ตรวจสอบตำแหน่งเดิมได้ยาก
เตรียมเอกสารที่จำเป็น
- ใบขับขี่ของผู้ขับรถ
- สำเนาหรือภาพถ่ายบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนรถ
- กรมธรรม์หรือเลขที่กรมธรรม์
- ภาพถ่ายและวิดีโอจากที่เกิดเหตุ
- ข้อมูลและเบอร์ติดต่อของคู่กรณีหรือพยาน
- เอกสารจากตำรวจ หากมีการแจ้งความหรือมีผู้บาดเจ็บ
เอกสารบางอย่างอาจไม่ต้องใช้ในทุกเคส แต่การเตรียมไว้จะช่วยให้ประสานงานเร็วขึ้น หากรถเป็นของบริษัท รถเช่าซื้อ หรือมีผู้ขับรถไม่ใช่เจ้าของรถ ควรเตรียมเอกสารเพิ่มเติมตามที่บริษัทประกันขอ
กรณีคู่กรณีไม่ยอมรับผิด ทำอย่างไร?
อย่าโต้เถียงหรือข่มขู่กัน ให้จอดรถในจุดปลอดภัยและบันทึกข้อมูลไว้ หากตกลงกันไม่ได้ ให้แจ้งตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุ และแจ้งบริษัทประกันของคุณเพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยดูหลักฐาน
พยาน กล้องวงจรปิดของร้านค้า หรือภาพจากกล้องติดรถ อาจช่วยตอบได้ว่าใครอยู่ในช่องทางใด ใครเปิดไฟเลี้ยว และรถคันไหนเริ่มเปลี่ยนทิศทางก่อน หากมีกล้องของอาคารหรือร้านค้าใกล้ที่เกิดเหตุ ควรรีบขอข้อมูลติดต่อเจ้าของสถานที่ เพราะไฟล์ภาพอาจถูกบันทึกทับเมื่อเวลาผ่านไป
ในมุมมองของนายหน้าประกันภัย สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการตกลงจ่ายเงินกันเองโดยไม่มีเอกสาร เพราะเมื่อซ่อมแล้วพบความเสียหายเพิ่ม ทั้งสองฝ่ายอาจจำรายละเอียดไม่ตรงกัน การให้บริษัทประกันและตำรวจช่วยบันทึกเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นมักปลอดภัยกว่า
สิ่งที่ไม่ควรทำหลังเกิดอุบัติเหตุ
- อย่าขับรถหนีหรือออกจากที่เกิดเหตุโดยไม่แจ้งเหตุ
- อย่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังเกิดเหตุ เพราะอาจกระทบต่อการตรวจสอบ
- อย่าเซ็นเอกสารที่อ่านไม่เข้าใจ
- อย่าโพสต์กล่าวหาคู่กรณีด้วยถ้อยคำรุนแรงบนสื่อสังคมออนไลน์
- อย่าซ่อมรถก่อนบริษัทประกันตรวจสอบ หากยังไม่ได้รับคำแนะนำ
- อย่ารับปากค่าเสียหายเกินกว่าวงเงินหรือเงื่อนไขที่ตรวจสอบแล้ว
หากมีอาการปวดคอ ปวดหลัง เวียนหัว หรือรู้สึกผิดปกติหลังชน ควรพบแพทย์ แม้ตอนแรกจะคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก เพราะอาการบางอย่างอาจเกิดขึ้นภายหลัง และควรเก็บใบรับรองแพทย์กับใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน
สรุป: ทำอย่างไรให้เคลมประกันชั้น 3 ได้ราบรื่น?
จำง่าย ๆ ว่า ปลอดภัยก่อน เก็บหลักฐาน แจ้งประกัน และพูดตามข้อเท็จจริง เมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ ใครรับผิดชอบจะต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ หลักฐาน และกฎหมาย ไม่ใช่ตัดสินจากการโต้เถียงในที่เกิดเหตุ
ประกันชั้น 3 ช่วยดูแลความเสียหายของบุคคลภายนอกตามเงื่อนไขกรมธรรม์ จึงควรรู้วงเงินและข้อยกเว้นก่อนใช้งาน หากต้องการคุ้มครองรถของตัวเองจากการชนด้วย อาจต้องพิจารณาประกันชั้น 1 หรือประกันประเภทอื่นที่เหมาะกับอายุรถและงบประมาณ
คุณเคยเจอเหตุรถชนแล้วตกลงกับคู่กรณีอย่างไรบ้าง? มีหลักฐานอะไรที่ช่วยให้เรื่องจบง่ายขึ้น มาแบ่งปันความคิดเห็นกันได้ในช่องคอมเมนต์นะ
อัปเดตเหตุการณ์เมื่อ: 11 ก.ย. 2569 เวลา 14:25 น.
ที่มาของข่าว: คลิกเพื่ออ่านข่าวต้นฉบับ (อ้างอิง)
(นาย กำพล พันธ์ประยูร – เลขที่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย: 6804000691)
สนใจประกันวินาศภัยหรือต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเช็คเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณได้ที่ Line Official ของเรา

Be the first to comment