ข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนนเส้นเทพรัตน ขาออก กม.41 ที่เพิ่งเกิดขึ้น คงทำให้หลายคนใจหายและตระหนักว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนนั้นใกล้ตัวเรากว่าที่คิด มันเกิดขึ้นได้เสมอ แม้ในวันที่เราขับรถอย่างระมัดระวังที่สุดแล้วก็ตาม
คำถามคือ… ถ้าวันหนึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับเราจริงๆ เราจะทำยังไง? หลายคนคงจะตกใจ ทำอะไรไม่ถูกใช่ไหมล่ะครับ
ไม่ต้องกังวลไปครับ วันนี้ผมจะมาย่อย 7 ขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบนท้องถนนให้ฟังกันแบบง่ายๆ เหมือนจับมือทำทีละสเต็ปเลย
7 สิ่งต้องทำทันที เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน
เมื่อเสียง ‘โครม!’ ดังขึ้น สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การโวยวาย แต่คือการทำตามลิสต์นี้ครับ
1. ตั้งสติให้มั่น แล้วเช็คความปลอดภัย
สูดหายใจเข้าลึกๆ ครับ นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด! สิ่งแรกที่ต้องทำคือสำรวจตัวเองและผู้โดยสารในรถว่ามีใครบาดเจ็บไหม ถ้ามีคนเจ็บหนัก อย่าเพิ่งขยับตัวผู้ป่วยและรีบโทรหา 1669 ทันที
จากนั้นให้เปิดไฟฉุกเฉิน (Hazard Lights) เพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้รถคันอื่นรู้ หากรถยังขับเคลื่อนได้และอุบัติเหตุไม่รุนแรงมาก ให้พยายามเคลื่อนรถไปจอดในที่ปลอดภัยข้างทาง เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจรและป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนครับ
เพราะชีวิตคนสำคัญกว่ารถเสมอครับ
2. โทรแจ้งประกันและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อปลอดภัยแล้ว ให้รีบโทรหาบริษัทประกันภัยของคุณทันที เบอร์โทรฉุกเฉินมักจะอยู่บนสติ๊กเกอร์หน้ารถหรือในกรมธรรม์ การโทรแจ้งประกันเร็วจะทำให้เจ้าหน้าที่สำรวจภัย (Surveyor) มาถึงที่เกิดเหตุได้เร็วขึ้น ซึ่งสำคัญมากๆ ในการช่วยเจรจาและประเมินสถานการณ์
- ถ้ามีคนเจ็บ: โทร 1669 (สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ)
- แจ้งตำรวจ: โทร 191 หรือ 1193 (ตำรวจทางหลวง)
- แจ้งประกัน: โทรเบอร์ Hotline ของบริษัทประกันของคุณ
3. เก็บหลักฐานให้ได้มากที่สุด
ในยุคที่ทุกคนมีมือถือ นี่คือเครื่องมือที่ดีที่สุดของคุณเลยครับ ถ่ายรูปทุกอย่างที่ขวางหน้า! ไม่ว่าจะเป็น
- สภาพความเสียหายของรถเราและรถคู่กรณีแบบชัดๆ ทั้งใกล้และไกล
- ถ่ายให้เห็นป้ายทะเบียนของรถทุกคัน
- ตำแหน่งของรถหลังเกิดเหตุบนถนน
- ร่องรอยการเบรกบนพื้นถนน (ถ้ามี)
- สภาพแวดล้อมรอบๆ เช่น สัญญาณไฟจราจร หรือป้ายต่างๆ
ภาพถ่ายเหล่านี้คือหลักฐานชั้นดีที่จะช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้นตอนเคลมประกันครับ และแน่นอนว่าพยานที่ดีที่สุดที่ทำงานตลอดเวลาก็คือกล้องติดรถยนต์ ซึ่งจะช่วยยืนยันเหตุการณ์ได้ดีที่สุด
4. แลกเปลี่ยนข้อมูลกับคู่กรณี
ใจเย็นๆ แล้วเดินไปพูดคุยกับคู่กรณีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็น ไม่ต้องใช้อารมณ์นะครับ ข้อมูลที่ต้องขอจากเขาคือ:
- ชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์
- เลขทะเบียนรถ
- ชื่อบริษัทประกันและเลขกรมธรรม์ของคู่กรณี (ถ้ามี)
ให้ข้อมูลของเรากับเขาไปเช่นกัน เพื่อความโปร่งใสและแสดงความรับผิดชอบเบื้องต้น
5. อย่าเพิ่งยอมรับผิด หรือเซ็นเอกสารใดๆ
นี่คือจุดที่คนพลาดกันเยอะที่สุด! แม้คุณจะรู้สึกว่าตัวเองอาจจะเป็นฝ่ายผิด ก็ห้ามพูดคำว่า “ขอโทษครับ/ค่ะ ผม/ฉันผิดเอง” ออกไปเด็ดขาด เพราะคำพูดนี้อาจถูกนำไปใช้ยืนยันความรับผิดได้
หน้าที่ตัดสินว่าใครถูกใครผิด ให้เป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจและบริษัทประกันจะดีที่สุดครับ อย่าเพิ่งเซ็นเอกสารยอมความใดๆ ถ้ายังไม่แน่ใจหรือยังไม่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ประกันของคุณ
6. มองหาพยานในที่เกิดเหตุ
หากมีคนเห็นเหตุการณ์ เช่น พ่อค้าแม่ค้าแถวนั้น หรือพี่วินมอเตอร์ไซค์ ลองเข้าไปพูดคุยกับเขาดีๆ และขอข้อมูลติดต่อไว้เผื่อกรณีที่เหตุการณ์มีความซับซ้อน พยานบุคคลสามารถช่วยยืนยันข้อเท็จจริงได้มากเลยทีเดียว
7. ดำเนินการแจ้งเคลมอย่างเป็นทางการ
หลังจากเจ้าหน้าที่ประกันมาถึงและจัดการเรื่องเอกสารเบื้องต้น (ใบเคลม) ที่จุดเกิดเหตุแล้ว คุณจะต้องนำรถเข้าอู่หรือศูนย์ซ่อมในเครือของประกันตามที่ตกลงกันไว้
เก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ดี ไม่ว่าจะเป็นใบเคลม, ใบแจ้งความจากตำรวจ (กรณีมีคดี), หรือเอกสารอื่นๆ ที่ได้รับ เพื่อใช้ในการติดตามสถานะการซ่อมต่อไปครับ
อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่การเตรียมตัวและรู้ขั้นตอนรับมือที่ถูกต้อง จะช่วยเปลี่ยนสถานการณ์เลวร้ายให้คลี่คลายได้ดีขึ้น และที่สำคัญคือจะช่วยรักษาสิทธิ์ของคุณในฐานะผู้ทำประกันภัยด้วยครับ

Be the first to comment